เปลว สีเงิน

“คนรุ่นใหม่” คือแบบไหนกัน?

ใครเคยเป็นอย่างผมบ้างก็ไม่รู้?

หลงวัน-หลงคืน”น่ะ

คือพอจะเขียน ก็..เอ๊ะ วันนี้ วันที่เท่าไหร่หว่า แหงะไปดูปฏิทินบนโต๊ะ อ้าว..เสาร์แล้วหรือนี่ตกใจหมดเลย!

ตกใจ ด้วยกลัวธนาธรเขาจะลืม

ว่าจันทร์ที่จะถึง” ๘ กรกฏา.”นี้ ครบกำหนดนัด จะต้องไปขึ้นศาลรัฐธรมนูญ เรื่อง”หุ้นสื่อ”

แล้วก็จะได้รู้กันซะที ที่คุยว่า “มีเป็นลัง” นั่นน่ะ  ลังเอกสารยืนยันการโอนหุ้น ว่าโอนก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง ๖ กุมภา.๖๒

หรือเป็นลังเลี้ยง”ลูกแกะ”กันแน่?

๘ กรกฏา.ยังไม่ใช่วันพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด

ประมาณว่า เป็นวันนัดพร้อม “โจทย์-จำเลย” นัดแรก

ส่วนจะอย่างไรต่อไป นัดวันไต่สวน หรือไม่ต้องแล้ว ด้วยหลักฐานทุกอย่างที่มีสมบูรณ์แล้ว

ศาลฯท่านอาจนัดวันให้มาฟังคำพิจารณาวินิจฉัยเลยก็ได้

ฉะนั้น จันทร์ที่ ๘ กรกฏา. “พ่อของฟ้า-ธนาธรของช่อ” ยังไงก็ ลืมได้….แต่พลาดไม่ได้ ขอบอก!

พูดถึง”คนรุ่นใหม่”ช่วงรอยต่อศตวรรษที่ ๒๐ กับศตวรรษที่ ๒๑ มันมีหลากหลายมิติให้ “สังคมร่วม” สัมผัสผ่าน ก่อนตกผลึกคือ

มันมีทั้ง…….. “รุ่นใหม่ จัญไรชน” และ “รุ่นใหม่ วิสัยทัศน์ชน” การคละเคล้าของทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละชาติ  กว่าจะตกผลึกเป็น “คนรุ่นใหม่” ขับเคลื่อน “สังคมร่วมยุคสมัย” เด่นชัดว่าใหม่แบบไหน เป็นใหม่ “นำชาติ-นำสังคม” สู่ศตวรรษใหม่

ก็โน่น ประมาณ ๑๕-๒๐ ปีข้างหน้านั่นแหละ! อนาคต ก็ไปจากปัจจุบัน

ดังนั้น ถ้าอยากรู้อนาคตของชาติบ้านเมืองไหน ว่าข้างหน้าจะออกมาในรูปแบบใดดูไม่ยาก……..

ถ้าปล่อยให้ “จัญไรชน” นำได้

กาลข้างหน้า บ้านเมืองนั้น ก็จะเป็นเหมือนหมาเน่าลอยน้ำ สุดแต่ตะกวดเล็กใหญ่ ลากไป-ลากมา

แต่ถ้า “วิสัยทัศน์ชน” นำได้

ชาติบ้านเมืองนั้น ก็จะสืบสานยั่งยืนแบบไม้ใหญ่ สมบูรณ์ไปในทั้งราก-ทั้งแก่น

วานซืน ท่องโซเชียลก่อนนอน……..

เจอคลิปหนึ่ง ที่ผู้ใช้นาม “สังคมของคนเลว” โพสต์ไว้

ไม่ทราบว่าได้เห็นกันหรือยัง? เป็นเหตุการณ์ “คนรุ่นใหม่” ที่ฮ่องกง ยืนตะโกนให้คนฮ่องกงเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศจีนของตัวเอง และออกมาต่อสู้

“เอาจีนรากเหง้าคืนไป เอาความเป็นทาสอังกฤษคืนมา” ประมาณนั้น

ขณะตี๋แว่น “คนรุ่นใหม่” ยืนตะโกนชักชวนชนิดมันปาก

คนจีน “รุ่นพี่-รุ่นพ่อ” คนหนึ่ง มาจากทางไหนไม่ทันเห็น โดดตบสั่งสอน เปรี้ยง..เปรี้่ยง “คว่ำคามือ” ไปเลย!

ใครฟังภาษากวางตุ้งออก ช่วยแปลให้ฟังด้วยละกัน

ความจริงผู้โพสต์เขามีคำบรรยายฝากเป็นอุทาหรณ์ไปถึง “รุ่นใหม่ชังชาติ” สองสามคนในบ้านเราด้วย

แต่อย่าไปเอ่ยชื่อเลยนะ

ข้อความส่วนหนึ่งมีว่า “……คนรุ่นใหม่ฮ่องกง” เรียกร้องให้ต่อสู้กับประเทศจีน โดนผู้ใหญ่ในฮ่องกง ตบหน้า ด่าสั่งสอนว่า “เราเป็นคนจีน” ชะตากรรมของคนพวกนี้ อีกไม่นาน ไม่ติดคุกยาว ก็ต้องลี้ภัยทางการเมืองหรือตาย

cr.yobmonongkhon

อีกคลิป Jiradatkumjohn Tanee โพสต์ เป็นคลิปที่ผมไม่อยากให้พลาดกันเพราะมันเป็นมิติสะท้อนสังคม “ใหม่ไร้ราก” กับ “เก่ามีแก่น” ช่วงเปลี่ยนผ่านได้อย่างดี

Jiradatkumjohn Tanee ให้คำบรรยายคลิปไว้ว่า คนฮ่องกงรุมประนาม “โจชัว หว่อง” “คนไม่สำนึกบุญคุณ” พ่อแม่ซึ่งเป็นชาวเวียดนามอพยพ มาอาศัยลี้ภัยในฮ่องกง
แล้วในรุ่นลูก กลับมายุยงให้เกิดความแตกแยก

https://m.facebook.com/groups/722063431248306?view=permalink&id=2273162236138410

ดูจากต้นฉบับเลยละกัน……..

ทั้งเสียง-ทั้งคอมเมนท์ท้ายคลิป “ภาษาจีน” ดูแล้ว ใครช่วยพากษ์ไทยให้ผมฟังด้วยว่า เขาว่ากันอย่างไรบ้าง ก็จะเป็นพระคุณ

เรื่อง “รุ่นใหม่-รุ่นเก่า” ความจริงมันอยู่ในตัวคนๆ เดียวกัน แต่ด้วยกระบวนการธุรกิจ-การค้า จึงหยิบวิวัฒนาการทางวัยว่าด้วยเวลา ไปกำหนดรูปแบบตลาด จำแนกเป็น “รุ่น”

แต่วันนี้ เรากำลังเอา “เรื่องรุ่น” มาแยกให้เป็น “เรื่องวุ่น” ในภาคการเมือง

ว่าด้วยการบริหารและการปกครอง ก็ด้วยอิทธิพลไอที “เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก”

ซึ่งเป็นสังคมวัตถุเครือข่าย สื่อสาร “ทั้งรับ-ทั้งส่ง” ในขณะเดียวกันนี่แหละ เราไม่ปฏิเสธมัน ต้องไปกับมัน

แต่การไปนั้น ควรไปแบบ “เราเป็นนาย” มัน

คือใช้มันเป็นเครื่องมือสู่ทางสร้างสรรจรรโลงชาติบ้านเมือง

ไม่ใช่ยอมให้มันใช้เราเป็นเครื่องมือไปในทางล้มบ้าน-ผลาญประเทศ

ที่ว่าใหม่..ใหม่ ตอนนี้…….

เอาเข้าจริง มันก็แค่ “ใหม่” เป็นหุ่นให้ “เก่า” เชิด พอหมดประโยชน์จะใช้ มันก็ให้คนตีกระบาลบ้าง ปล่อยให้เข้าคุกบ้าง

หรือไม่ก็ ตัดสายตะพาย ปล่อยให้ไปและเล็มน้ำค้างตามใบไม้-ใบหญ้า แห้งตายไปเอง

“ใหม่” อย่างแก๊งธนาธร นั่นก็เหอะ “หม่ง-ใหม่” ที่ไหนกัน……

มันแค่เชื้อราใหม่ของกางเกงในเก่าระบอบทักษิณ

เห็นโต้งๆ งอกในซอกอับชื้น “ชั่วพัก-ชั่วครู่” กำลังจะสูญพันธุ์พร้อมกางเกงในเก่าที่ตอนนี้ หุ้มอะไรก็ไม่มิดแล้ว

คนสวมเอง กำลังโล๊ะทิ้ง ควานหากางเกงในตัวใหม่กันอยู่เหย็งๆ ไม่เห็นหรือ?

“รุ่นใหม่” มีสาระเป็นเนื้อ-เป็นหนัง สืบต่ออนาคตสังคมชาติ “รุ่น-ต่อรุ่น” นั่นน่ะ

ไม่จำเป็นต้องแสดงออกซึ่ง “รักชาติ-ชังชาติ” แบบเวอร์ๆ ที่แสดงกันสุดเสร่อนั่นหรอก

อยากให้ดูจาก “ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” คนอย่างนี้ซี เป็นศรีเป็นสง่า ที่เราทั้งหลายควรเอาแบบ และยกย่อง
ด้วยวิชาความรู้ และด้วยจริยธรรมคุณธรรม ดร.กอบศักดิ์ ไปนั่งเฉยๆ ในภาคเอกชน เดือนละ ๒-๓ ล้าน สบายมาก

แต่กลับสละทุกทาง มาช่วยวางรากฐานประเทศ รับเงินเดือนแสนต้นๆ แถมด้วยเสียงก่นด่า โขกสับ เป็นเบี้ยเลี้ยงรายวัน

ไม่เคยได้ยิน ดร.กอบศักดิ์ บ่นท้อ บ่นเหนื่อย และน้อยครั้งที่เห็นหน้า ดร.กอบศักดิ์โดยไม่มีรอยยิ้มอาบเหงื่อ

รุ่นใหม่อีกคนที่น่าจับตา……..

และอยากบอกว่าคนนี้แหละ จะมีความหมายกับ “พรรคประชาธิปัตย์” ในอนาคตมาก “ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ” เลขานุการประธานรัฐสภา ของ  “อดีตนายกฯ ชวน” นั่นแหละ

นับว่า “ใหม่แกะกล่อง” ในวงการเมือง แถมอายุยังน้อยแค่ ๓๕ ปี ชื่อ-ชั้น ยังไม่คุ้นหูชาวบ้านนัก ผมเองก็ไม่รู้จักมาก่อน

จนเมื่อตอนประชุมสุดยอดอาเซียนปลายเดือนที่แล้ว บทบาทประธานสมัชชาสภาอาเซียน”(AIPA) ของอดีตนายกฯ ชวน โดดเด่น สะดุดตา เป็นที่กล่าวขาน และชื่นชมกันมาก

ไม่เพียงในบ้านเรา ถ้าติดตามข่าวสาร จะทราบว่าประเทศสมาชิกที่มาร่วมประชุม ถึงกับออกปากชมอดีตนายกฯชวน ทำหน้าที่ประธานฯ ได้เนื้อหาสาระ

ทั้งบรรยากาศ ทั้งการสื่อสาร นำสู่เป้าประสงค์ได้อย่างน่าทึ่ง!

ส่วนหนึ่งที่เสริมให้ “นายเด่น” เพราะมี “ลูกน้องดี” และลูกน้องคนนั้นคือ”ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ”

ไม่คุ้นจริงๆ เปิดดูในวิกิพีเดีย

อะไรกัน ..อายุแค่ ๓๕ ปี…….

สมัครเป็นสมาชิกประชาธิปัตย์แค่ ๗ เดือน

ได้รับเลือกจากที่ประชุมพรรคด้วยเสียงเอกฉันท์ให้เป็น “รองเลขาธิการพรรค” โดยพรรคต้องยกเว้นกฎบางข้อให้

และถึงขั้น อดีตนายกฯชวน มอบหมายให้ทำหน้าที่ “เลขาฯ ประธานรัฐสภา” แสดงว่า “ไม่เบา” เลยทีเดียว!

แต่เมื่อดูคุณสมบัติโดยเฉพาะประสบการณ์ ดร.อิสระแล้ว

เป็นโชคดีของพรรค หรือของดร.อิสระ ผมว่าก้ำกึ่ง

จากวิศวะฯ จุฬา ไปจบเอกวิศวะฯ ด้วยทุนสหภาพยุโรปที่ลอนดอน ข้ามสนามไปศึกษาด้านกฏหมาย จนเป็นผู้เชี่ยวชาญกฏหมายสัญญา กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร และ ฯลฯ

ทั้งกลับมาเรียนด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ระดับโท ที่รามฯ อะไรต่ออะไรอีกมากมาย จนน่าแปลกใจว่า

คนวัย ๓๕ เอาสมองที่ไหนไปเรียนอะไรมากมายปานนั้น

รู้ตำรา ผมก็ว่างั้นๆ…….

แต่เมื่อดูด้านประสบการณ์และหลักยึดในคิดชีวิตงาน ผมว่า คนนี้น่าสนใจ ในความเป็น “คนรุ่นใหม่” มีราก

ในขณะที่ส่วนใหญ่ ชีวิต-งานคลุกคลีอยู่สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร แต่ ดร.คนนี้ กลับรู้จักและยึดหลัก “กาลามสูตร”

รู้จักสถาบันชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์

ที่สำคัญ……ทิ้งธุรกิจอุตสาหกรรมที่ลงทุนในยุโรป และที่ย้ายฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ จากอิตาลี-โรมาเนีย มาที่ไทย ให้ครอบครัวทำแล้วโดดมาเข้างานการเมือง โดยดุ่มๆมาสมัคร

จึงประเมินว่า “คนรุ่นใหม่” คนนี้ มีอะไรน่าสนใจ ถ้าประชาธิปัตย์รักษาไว้ไม่ได้  “เสียดาย” คำเดียวจริงๆ!

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *