เปลว สีเงิน

เดช “จอมยุทธดาบเดียว”

เป็นไงครับ….?

ดูยอดขุนพล “๗ ฝ่ายค้าน” อภิปรายชำแหละ “นโยบายรัฐบาล” ในการประชุมรัฐสภาเมื่อวาน (๒๕ กค.๖๒) กันบ้างหรือเปล่า?

ผมละ “เสียดาย” ได้ดูแบบครึ่งๆ กลางๆ ก็มีเหตุให้ต้องไปหาของแพงๆกิน กว่าจะได้เฝ้าหน้าจอ ก็บ่ายแก่
แต่อย่างว่าแหละ ผมมันคนข่าว ไม่ว่าไปทางไหน ถึงตาไม่เห็น แต่หูข้างหนึ่งจะต้องเป็นเรดาห์ คอยจับความเคลื่อนไหว

แล้วเรดาห์ก็ส่งสัญญานเป็นว่า “ดาบเดียว ตาย ๗”!

คือใครๆ ก็หวาดเสียวกันว่า…….ในศึกรัฐสภาภาคบังคับนัดนี้ “จอมยุทธเดียวดาย” จะต้องขึ้นลุยไถ ประลองยุทธกับบรรดาจอมยุทธจาก “๗ สำนักดาบแดง” คงหงายท้องแหงแก๋ เพราะไม่เคยเวที

แค่เจอ “ชลน่าน” ดาวสภาคนเดียว ยังไม่ต้องพูดถึงนักบู๊กระหายเลือดอีกหลายสิบ ที่เรียงคิวรอขย้ำซักครึ่งกระบวนท่า “จอมยุทธเดียวดาย” ก็คงหัวไปทาง-ตัวไปทางแล้ว

แต่กลับปรากฏว่า “พลิกล็อก” สะท้านไปทั้งยุทธภพ!

แทนที่ “จอมยุทธเดียวดาย” จะหัวกระเด็น กลับเป็นฝ่ายนักบู๊ ๗ สำนักดาบแดง

แค่ “ดาบเดียว” ก็ตายเกลื่อน!

ทำเอาตื่นตะลึงทั้งจอมยุทธที่เรียงคิวรอและทั้งชาวยุทธที่ชมการประลองอยู่รอบๆ เวที

ขนาดสาวก “แซง-ฌุชต์” กับช่ออรชร นั่งจ้อง-ตัวเกร็ง กรามค้างคาเก้าอี้
จอมยุทธเดียวดายจึงขึ้นชั้นเป็น “จอมยุทธดาบเดียว” คว้าตำแหน่ง “ดาวสภา” หน้าใหม่ๆ ไปครอง

ชนิดสิ้นกังขา…..

พวกที่รอต่อคิว ต่างออกอาการ ปากกล้า แต่ “ขาสั่น” พั่บๆ ด้วยใจระย่อ

เพลงดาบจอมยุทธเดียวดาย
ที่ร้ายกาจคาดไม่ถึงก็คือ จอมยุทธดาบเดียว ยืนปักหลักโต้ทุกดอก ตอกกลับทุกเม็ด

ทำเอาบรรดาจอมยุทธศิษย์สัมภเวสีต่างลดความเหี้ยนกระหือรือแต่แรกๆลงไปทันตาเห็น

ที่นึกว่าเป็นรายการ “เชือดหมู” กลับกลายเป็นว่า “พวกกูเอง” ที่เป็นหมูให้จอมยุทธหน้าใหม่เชือด!

ทำไงล่ะทีนี้….หัวเราะก็ไม่ได้ ร่ำไห้ก็ไม่ออก

สุดท้าย ทั้งรัฐสภา บรรยากาศเป็น…ฮากันครืนๆ!

ที่จะฆ่ากันตายแต่แรก ทำไมกลายเป็นรัฐสภาฮาเฮ?

ผมไม่ได้เฝ้าหน้าจออย่างว่า ก็ขะโมยของคนอื่นเขาละกัน เอาที่คุณ Anucha Supasee โพสต์ไว้นี่แหละ
Anucha Supasee
· วันที่ 25 ก.ค.การประชุมรัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เริ่มแถลงนโยบาย มีการใช้คำพูดเชิงหยอกล้อสร้างสีสัน ให้กับช่วงแรกของการแถลงนโยบาย
พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ผมคิดถึงพวกท่านมาโดยตลอด แม้ไม่ได้มาเจอ แต่ผมก็ดูโทรทัศน์ทุกวัน

ผมก็จดประเด็นไว้ตลอด ว่าใครพูดอะไร แล้วก็นำข้อวิพากษ์วิจารณ์ ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแก้ปัญหา วันนี้ จึงถือเป็นเกียรติที่ได้มาพบปะทุกท่าน มาเสนอนโยบายในนาม ครม.ใหม่ ซึ่งเป็นนโยบายในกรอบกว้างๆ

ต่อจากนี้ จะรับฟังความคิดเห็นและนำไปทำเป็นแผนขั้นตอนการดำเนินการ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดเสนอนโยบายเข้ามา ทุกอย่างเข้ามาอยู่ในนโยบายของคณะรัฐมนตรี

“ถ้าผมพูดเร็วไป ก็ขอให้เปิดเอกสารตามไปด้วย เพราะได้แจกล่วงหน้ามาแล้ว 3 วัน”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สังคมไทยต้องเดินหน้า คนไทยต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นพร้อมรับกับศตวรรษที่ 21 มีใครไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้บ้าง
หลายคนก็ยังไม่เข้าใจเศรษฐกิจพอเพียง การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี วันนี้ เราต้องยอมรับว่าอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่าน

เราต้องสู้กับความยากจน ภัยคุกคามที่ไม่มีแบบแผน ความเหลื่อมล้ำ โดยต้องสร้างโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียมกัน

ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน ได้ประท้วงการแถลงของพล.อ.ประยุทธ์
โดยมีช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวแซว นพ.ชลน่าน ว่า “ดาวสภาอยู่แล้ว” เชิญครับ….

“ผมไม่ทะเลาะกับพวกท่านอยู่แล้ว เอาละ ผมจะอ่านให้ฟัง อ่านภาษาไทยเนี่ยแหละ คุณเปิดหนังสือและอ่านตามผมไปด้วย”

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ หยิบเอกสารนโยบายของคณะรัฐมนตรีเล่มสีน้ำเงินที่ส่งให้รัฐสภามาอ่านตามตัวอักษรต่อไป

ทั้งนี้ ตลอดการแถลงนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ มีการลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะจากพรรคฝ่ายค้าน ไล่ไปตั้งแต่ประท้วงปม พล.อ.ประยุทธ์ อ่านคำแถลงนโยบายรัฐบาลที่อยู่ในมือข้ามไปหลายประเด็น

โดยเฉพาะประเด็นปราบปรามยาเสพติด ที่นายจิรายุ ลุกประท้วง และอีกช่วงที่ทำให้มีเสียงหัวเราะกันทั้งห้องประชุม เมื่อนายกฯ พูดแบบงงๆ ว่า “อ่านเอกสารหน้าไหนไปบ้างแล้ว” ทำให้ประธานสภา “ชวน หลีกภัย” บอก “อ่านซ้ำไม่ผิดนะครับท่านนายกฯ”

นายกฯ นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “แต่มันก็เหนื่อยพอสมควรเหมือนกันนะครับ” ทำส.ส.ขำทั้งห้องประชุมสภา

ก่อนที่นายกฯบอกว่า “สร้างบรรยากาศบ้างนะครับ น่ารักดีเหมือนกัน”

ข่าว ไทยรัฐออนไลน์
————————-

นั่นเป็นฉากหนึ่ง ยังมีอีกที่ โหด-มัน-ฮา ที่ต้องจารึก ไม่ใช่ผม ลอกอีกตามเคย
Wilai Thawinthai

ลุงตู่ลุกขึ้นตอบแล้วววว

นายกฯ ลุกขึ้นชี้แจง : หากพูดเร็วไปบ้าง กลืนน้ำลายไปบ้าง ก็เพราะผมเป็นมนุษย์!!! ตอนนี้ผมกำลังแก้ปัญหาต่างๆ อยู่

ซึ่งในปัญหาของการแก้ไขภัยแล้งต่างๆ ไม่ง่ายนักในการแก้ไข เพราะต้องประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน หากติติงอย่างเดียว คงไม่ได้
วันนี้ ส่งน้ำแก้ไขไปแล้ว ซึ่งวันนี้ ก็มีการดำเนินการ “กรมการฝนหลวง” บินไปแล้ว 5 พันกว่า ชม.ใช้สารไปแล้วหลายตัน ซึ่งก็ได้ผลบ้าง ตอนนี้ก็ดำเนินการไปแล้ว

“ผมก็ไม่รู้จะเอาน้ำจากไหนให้เหมือนกันเนี่ย”

“เอ๊ะ ผมเสียงดังไปป่าวเนี่ย”

“นี่ผมกำลังยิ้มอยู่นะเนี่ย”

งบประมาณมาจาก

1.ภาษี

2.เงินกู้

ภาษีเงินได้เก็บได้จาก 4 ล้านคนสำหรับในประเด็นเงินกู้ 2.2 ล้านล้าน นายกฯ ชี้แจงว่า ก็อยู่ในอัตรานี้ มาหลายรัฐบาลแล้วเช่นกัน

เรื่องน้ำผมกำลังคุยกับจีนอยู่

ผมอาจพูดไม่เก่ง พูดอังกฤษไม่เก่ง แต่ผมมีล่าม 15 คน พูดทักทายปราศรัย ผมพูดได้ แต่พูดเก่ง แล้วพูดไร้สาระ ผมพูดไม่เป็น

บัตรประชารัฐมีขั้นตอน ท่านตามไม่ทันหรือเปล่า ต้องแจกบัตรประชารัฐให้ท่านสักใบมั้ย?

ซึ่งนายกฯ ย้ำว่า ยอด 2.2 ล้านล้านบาท ในงบใกล้เคียงกัน แต่ทำไมไม่เห็นมีรถราง รถไฟ ถนนหนทางแบบรัฐบาลนี้บ้าง

ซึ่งหากยังคิดแบบเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

อยากให้ลองดูว่า GDP บ้านเราใหญ่แค่ไหน ซึ่งเพราะเราก็เคยเป็นมาแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน ตอนนี้ ก็มีการลงทุนจากต่างชาติอยู่

รายได้รัฐบาล ประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท ซึ่งก็ตั้งงบเกินไว้กว่า 3 ล้านล้านบาท ซึ่งก็เป็นการตั้งงบไว้ ส่วนจะใช้หรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งนั่นเอง

ประธานฯ: ท่านนายกฯ ครับมีผู้ประท้วงครับ

นายกฯ: ว่าไงฮะ!!!!

นายวิโรจน์ กล่าวประท้วง ว่า “ท่านนายกฯ กล่าวกับท่านประธานสภานะครับ”

นายกฯ: ครับ ขอบคุณครับ!

[ช็อตฮา] ประธาน:นายกฯไม่ต้องมองผมก็ได้ครับ มองไปด้านข้าง

นายกฯได้กล่าวถึงการปัญหาการบังคับในข้อกฎหมายที่ยังไม่สามารถบังคับได้ ซึ่งถ้าเอาตามสบายใจ ก็เป็นไปแบบนี้ ก็จะทำอะไรต่อไปคงไม่ได้
ในประเด็นเรื่องของเศรษฐกิจแบบพอเพียงนั้น ไม่ได้สอนให้คนยากจนแต่อย่างใด…….ฯลฯ…….

เอาละครับ…..

สรุปเป็นว่า ม.ต.ห. “ไม่ต้องห่วง” ประดาบนัดแรกก็เห็นแล้วว่า “นายกฯ เอาอยู่” รัฐบาลปริ่มน้ำไม่เป็นปัญหา เว้นแต่ “ฝ่ายรัฐบาล” จะคว่ำเรือกันเอง!

อ้าว…..

หวิดลืมข่าวตัดสินคดี “กบฎกปปส.” เอาที่คุณ Santisuk Marongsri สรุปไว้ละกัน ลอกขายง่ายดี

1.คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญปี 56-57 ระบุว่าการชุมนุม กปปส.เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญฯ สืบเนื่องจากเหตุที่คัดค้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรม มิใช่ชุมนุมเพื่อกระทำผิดตามฟ้อง

2.เลยทั้ง 4 ไม่ได้เป็นแกนนำที่สั่งการหรือขึ้นปราศรัยให้กระทำการรุนแรง
3.เหตุการณ์นำโซ่คล้องประตู ล็อคกุญแจ ตัดไฟฟ้า ปิดล้อมสถานที่ต่างๆ ขัดขวางการเลือกตั้ง ฯลฯ เป็นเรื่องเฉพาะคนที่ไปกระทำ จำเลยทั้ง 4 ไม่เคยปราศรัยในลักษณะสั่งการ ศาลยกฟ้อง “นายสนธิญาณ-สกลธี-อ.สมบัติ-ดร.เสรี”

คนเหล่านี้ไม่ใช่กบฎ กปปส.ไม่ใช่ซ่องโจร.

จบบริบูรณ์.

One Comment

  • manoch sangvipasnapaporn

    7 พรรคฝ่ายค้านชังชาติ มีแต่วาทะกรรม ข้อมูลที่เลื่อนลอยประเภทเค้าว่ามาหาหลักฐานไม่ได้เมื่อนำมาใช้ในสภาจึงขาดน้ำหนักกลายเป็นดาบเชือดคอตนเอง แบบคุณเสรีที่ถูกให้ออกจากไปสภาไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *