เปลว สีเงิน

โลกาภิวัฒน์ของ พล.ท.พงศกร

เหมือนถอดร้องเท้าเขวี้ยงอะไรที่มันตะคุ่มๆ อยู่ในดงไม้
ตกใจ..พรวดออกมากันเลย!

คือที่ “พลเอกอภิรักษ์ คงสมพงษ์” ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์รอยเตอร์ หลังเหตุระเบิด ช่วงประชุมรัฐมนตรีอาเซียน เมื่อต้นสิงหา.

มีประเด็นสรุปได้ว่า

-สิ่งที่กองทัพต่อสู้ปัจจุบัน เทียบได้กับการต่อสู้กบฏคอมมิวนิสต์ ในทศวรรษ ๑๙๗๐-๒๙๘๐(๒๕๑๓-๒๕๒๓)

-สิ่งท้าทายขณะนี้ คือการโฆษณาชวนเชื่อทางอิเทอร์เนต

-ภัยคุกคามขณะนี้ คือข่าวปลอม

-เหมือน “สงครามไซเบอร์” เมื่อรวมเหตุการณ์(ระเบิด)ข้าศึกที่กองทัพต่อสู้ขณะนี้ ไม่ใช่ศัตรูเปิดเผยเหมือนก่อน

-กองทัพต้องจัดระเบียบองค์กรใหม่และหน่วยต่างๆ เพื่อรักษาสันติสุขและความมั่นคงของชาติ

-บางพรรคการเมือง ก่อตั้งไม่เกิน ๒ ปี มีนโยบายโฆษณาชวนเชื่อตรงถึงกลุ่มคนอายุ ๑๖-๑๗ ปี

-พรรคเหล่านี้ให้ความรู้กับคนกลุ่มนี้ด้วย “ข่าวปลอม”

ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์เหมือนทอดผ้าป่าตามกองฟอน ไม่เจาะจงใคร พระคุณเจ้ารูปไหนอยากรับ ก็มาชักบังสุกุลเอาไป

ปรากฏว่า “ปิยบุตร แสงกนกกุล” กับ “พลโทพงศกร รอดชมภู” พรรคอนาคตใหม่ แสดงตนเป็นสาธุคุณออกมารับ

ปิยบุตร กล่าวคำชักผ้าบังสุกุล ว่า…

-พรรคอนาคตใหม่ไม่เคยใช้ข่าวลวงหรือข้อมูลเท็จ ปลุกปั่นยุยงกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อทำลายสังคมและต่อต้านสถาบัน

-แม้ พล.อ.อภิรัชต์ ไม่เอ่ยชื่อพรรค แต่คาดว่าจะหมายถึงพรรคอนาคตใหม่

-หากอนาคตใหม่ดำเนินการตามที่ผู้บัญชาการทหารบกกล่าวจริง มีขั้นตอนเอาผิดได้ตามกฎหมาย

-แนวนโยบายอนาคตใหม่ คือการสื่อสารข้อมูลข้อเท็จจริงไปยังกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่

-เป้าหมายคือการพาสังคมไทยออกจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกว่า ๑๓ ปี

-ยุคสมัยเปลี่ยนไป กองทัพควรพิจารณาไม่กีดกันเยาวชนออกจากสังคม หรือกังวลกับแนวคิดของคนรุ่นใหม่

-ผบ.ทบ.ต้องเป็นผู้นำกองทัพที่เป็นมาตรฐานสากล ผ่านการไม่แทรกแซงทางการเมือง หรือให้สัมภาษณ์ประเด็นที่เกี่ยวกับการเมือง

-อนาคตใหม่ไม่เคยคิดจะเป็นศัตรูกองทัพ

“พลโท พงศกร รอดชมภู”…….

อดีตรองเลขาฯสภาความมั่นคง “ยุคยิ่งลักษณ์” ที่มาเป็นลูกน้องคนชังชาติ ชักผ้าบังสุกุลพลเอกอภิรักษ์ ว่า

-กองทัพมองประชาชนและพรรคการเมือง เป็นศัตรูกับรัฐบาล

-ยุทธวิธีทางการทหารไม่ควรนำมาใช้กับประชาชน

-การใช้คำศัพท์ ไม่จำเป็นต้องโชว์เหนือ เรียกว่า “สงครามไฮบริดจ์” ถือว่าผิดที่ผิดทาง คำดังกล่าวถูกใช้กับภัยคุกคามสมัยใหม่อย่างก่อการร้าย

-ที่ผ่านมามีการใช้ทั้งคำศัพท์โบราณ อย่าง “หนักแผ่นดิน” ล่าสุด ใช้คำทันสมัย

-การนำไปเปรียบกับยุคคอมมิวนิสต์ถือว่าตกยุค

-ผบ.ทบ.ไม่รู้เรื่องการทหารโดยพื้นฐาน ไม่รู้จักโลกที่เปลี่ยนแปลงตามกระแสโลกาภิวัฒน์ ทำให้มีอาการ “กลัวการเปลี่ยนแปลง”

-ยังฝันถึงวันคืนเก่าๆ Good old day จึงหวังจะพาโลก กลับไปโลกที่ตัวเองรู้จัก

-ยิ่งต้านเท่าไร ก็จะยิ่งเสียหายมากเท่านั้น นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ต้องกลัว เพียงแค่ปรับตัวให้ทัน และ “อยู่กับมัน”

-พวกเดียวกัน (หมายถึงผบ.ทบ.-เปลว) เป็นรัฐบาล จะปฏิวัติทำไม

ครับ….

ผมว่าก็ดี “เปิดหน้า-เปิดเจตนา” ให้มันชัดไปเลยว่า ที่ผบ.ทบ.พูดนั่นน่ะ คือพรรคผมเอง พวกผมเอง!

เมื่อมั่นว่า………..

-ผบ.ทบ.ไม่รู้เรื่องการทหารโดยพื้นฐาน

-ผบ.ทบ.ตกยุค

-ไม่รู้จักโลกที่เปลี่ยนแปลงตามกระแสโลกาภิวัฒน์

-กลัวการเปลี่ยนแปลง

-ยิ่งต้านเท่าไรก็จะยิ่งเสียหายมากเท่านั้น

งั้นก็……เอาเลยซี

จะมัวเอาตีนราน้ำ ถ่วงความเจริญบ้านเมืองอยู่ทำไม?

บอกว่าผบ.ทบ.ตกยุค ไม่รู้จักโลกที่เปลี่ยนแปลงตามกระแสโลกาภิวัฒน์
แต่อนาคตใหม่กลับ “ย้อนยุค” ใช้การปลุกผี “อภิวัฒน์รัฐประหาร” ล้าง “อำนาจกษัตริย์”

โดยคนกลุ่มหนึ่ง เพื่อประโยชน์คนกลุ่มหนึ่ง เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕ ขึ้นมาบิดเบือนเป็นประชาธิปไตย โดยประชาชน ของประชาชน

ล้ำกระแสโลกาภิวัฒน์ชิบ…เลย!

ปิยบุตรนี่ ผมไม่แปลกใจที่เขาเป็นอย่างนั้น เพราะเขาเป็น “ตัวที่เลือกแล้ว” ของ “ขบวนการเจียม”

คัดเลือกไปรีเอ็นจิเนียริ่งสมองตามแนวคิด “แซ็ง-ฌุสต์” ที่ฝรั่งเศส เข้าสมอง-เข้ากระดูก ถึงขั้นมีเมียฝรั่งเศส ที่เคมีตรงกัน

แต่พลโทพงศกร ว่าไปแล้ว เลือดเนื้อทหารโดยตรง “เตรียมทหาร” รุ่นเดียวกับ “พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง”  และ “พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร”

พล.ท.ภราดร คือ”เลขาฯ สมช.”

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ อันมีพล.ท.พงศกร คนนี้แหละ เป็นรองเลขาฯ สมช.

ทำความรู้จัก พล.ท.ภราดร ให้ดียิ่งขึ้นอีกนิด จะได้ทำให้มองเห็นวงจร “เพื่อไทย-อนาคตใหม่-ระบอบทักษิณ” ได้ชัดขึ้นจากที่ พล.ท.ภราดรให้สัมภาษณ์ “โพสต์ทูเดย์” ไว้ ปี ๒๕๕๕

“ผมเป็นหลาน ท่านปรีดา พัฒนาถาบุตร พ่อขอผมเป็นนายทหารยศพล.ท. (พล.ท.กอบกุล พัฒนถาบุตร) คุณแม่ผม คือ อาจารย์บัวทอง พัฒนถาบุตร

พ่อผมเป็นพี่ชายของท่านปรีดา แต่พ่อผมเป็นเพื่อนกับ นายเลิศ ชินวัตร ซึ่งเป็นพ่อท่านนายกฯ ทักษิณ

แต่นายเลิศ มาเป็น ส.ส.พร้อมกับท่านปรีดา ซึ่งเป็นอาของผม

นายเลิศลงส.ส.สมัยเดียว แต่อาผมเป็นส.ส. 7-8 สมัย และก็มีนายตำรวจติดตามที่ชือ พ.ต.ท.ทักษิณ

ตอนนั้นอาผมเป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัย มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์”

แค่นี้…ก็พอเข้าใจใช่มั้ยว่า ทำไมพล.ท.พงศกร จึงดูเคียดแค้นกองทัพ เปลือยทัศนึคติถึงขั้นว่า….

“ผบ.ทบ.ตกยุค-ตกกระแสโลกาภวิฒน์-กลัวการเปลี่ยนแปลง”

เพราะไม่เพียงเป็น “ทีมเดียว” กับพล.ท.ภราดร ใต้ระบอบทักษิณ-ยิ่งลักษณ์เท่านั้น

เมื่อพลเอกประยุทธ์นำคณะคสช. เข้าคุมอำนาจประเทศ พล.ท.พงศธร ถูกคำสั่งคสช. เด้งจากตำแหน่งรองเลขาฯสมช. ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ

พล.ท.พงศกรเป็น “หัวก้าวหน้า” อย่างที่พยายามเป็นในบทบาท “ลูกน้องธนาธร” หรือไม่นั้น…ไม่แน่ใจ

เพราะเมื่อยิ่งลักษณ์ขุดจากกรุ “ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ” ให้ออกมาพบโลกภายนอกแล้ว

วิสัยทัศน์ที่เปล่งประกายว่า เป็นคนไม่ตกยุค รู้เรื่องการทหาร ก้าวทันกระแสโลกาภิวัฒน์ ก็เพียงเห็นจากที่โพสต์ fb ว่า

“มีเพื่อนที่อยู่วงในรัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ฯ เล่าว่า เวลาเดินทางไปไหนๆ เพราะเป็นสตรีข้าวของมาก จะควักเงินตัวเองช่วยจ่ายทั้งนั้น
โดยบอกว่าช่วยๆ จ่าย จะได้ไม่เปลืองงบประมาณ (ก็คงหมายถึงเธอเกรงใจภาษีของประชาชน) จึงหาทางประหยัดให้

ตอนนี้ เธอมีกระเป๋าใบละ ๘ ล้านถือเดินไป เดินมา คงไม่ต้องใช้มุกยืมเพื่อน หรืออาศัยพักบ้านเพื่อนหรอกนะครับ

มีตังค์แบบเปิดเผย ไม่แคร์สื่อครับ”

นี้คือวิสัยทัศน์ “เปลี่ยนประเทศ” ของคนระดับมันสมองพรรคอนาคตใหม่ ที่ชื่อ “พล.ท.พงศกร รอดชมภู”

เขาแนะผบ.ทบ. “พลเอกอภิรักษ์” ว่า….

“ยิ่งต้าน ยิ่งเสียหาย เพียงแค่ปรับตัวให้ทัน และอยู่กับมัน”

ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า “ตามกระแสโลกาภิวัฒน์ “ตามนัยของพงศกร นั้น
“โลกาภิวัฒน์” แปลว่า “การเลีย” หรือการอะไรกันแน่?

แบบนี้ คงเห็นพล.ท.พงศกร โพสต์ “โลกาภวิวัฒน์” ธนาธร อย่างที่เคยโพสต์ “โลกาภิวัฒน์” ยิ่งลักษณ์ กระมัง?

“โลกาภิวัฒน์” หลักของมันก็คือ “สื่อสารครองโลก” ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ใครก็ตาม ถ้าไม่บิดเบือน ไม่สร้างข่าวปลอม ข้อมูลเท็จ แล้วเผยแพร่ ปลุกปั่น ด้วยเทคโนโลยีไอทีอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

ไม่ต้องเดือดร้อนไปกับที่พลเอกอภิรักษ์ให้สัมภาษณ์นั่นหรอก

และที่ว่า ผบ.ทบ.ต้องไม่แทรกแซงทางการเมือง หรือให้สัมภาษณ์ประเด็นที่เกี่ยวกับการเมือง นั้น

“ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ฝากถาม…..
คนพูดหรือควายพูด?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *