• ผสมโรง,  ศิลปะ-การแสดง-ดนตรี-บันเทิง

    องค์กรคนทำหนังไทยอยู่ไหน?

    ผสมโรง สันต์ สะตอแมน เฝ้าชะเง้อรอมาหลายเพลาแล้ว.. วันนี้-14 พฤศจิกา ได้ฤกษ์เสียที ที่ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “จอมขมังเวทย์ 2020”จะได้เข้าโรงฉาย! ซึ่งแค่ชื่อก็พอจะเดาออก เป็นหนังแนวไหน-ประเภทไหน ยิ่งหากคนที่เคยผ่านตามาแล้วเมื่อ10กว่าปีก่อน ยิ่งต้องรู้ถึงรสชาติของหนังเรื่องนี้เป็นอย่างดี.. โดยฝีมือของผู้กำกับหน้าเดิม-คนเดิม คือ..คุณปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์! จากตัวอย่าง-ทีเซอร์ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้า ทั้งหน้าจอใหญ่ในโรงหนัง และจอเล็กตามยูทูบ เท่าที่สดับตรับฟังก็มีทั้งเสียงชื่นชอบ ทั้งเสียงบ่น ส่วนตัวผมที่ค่อนข้างถูกจริตกับหนังแอ็คชั่น ก็แน่ล่ะ.. ย่อมอยากดูอยากเห็นจนถึงขั้นชะเง้ออย่างที่กล่าวแต่ต้น! อีกอย่าง นอกจากผมจะไว้ใจในตัวผู้กำกับฯ ผมยังมั่นใจคุณอดิเรก วัฏลีลา ที่ทำหน้าที่ “โปรดิวเซอร์” ว่าจะต้องควบคุมอย่างเข้มข้นที่จะไม่ให้ “จอมขมังเวทย์”ภาคนี้.. ด้อยไปกว่าจอมขมังเวทย์เมื่อ 14 ปีก่อน! ยิ่งประทับตราบริษัทผู้สร้างอย่าง “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” ด้วยแล้ว ผมไม่มีอะไรที่จะให้รู้สึกลังเลที่จะดูหนังเรื่องนี้ เพราะยี่ห้อ “สหมงคลฟิล์ม” กับหนังแอ็คชั่นดูจะถูกโฉลกเป็นของคู่กันมานับตั้งแต่เรื่อง“องค์บาก” ที่สร้างชื่อเสียงให้ “พนม ยีรัมย์” หรือ “โทนี่ จา” โด่งดัง..  เป็น “ยอดพระเอกนักบู๊” ระดับโลกมาจวบทุกวันนี้! และยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความเป็นแฟนของคุณนก ฉัตรชัย และคุณนก สินชัย เปล่งพานิช เมื่อทั้งคู่หวนคืนจอหนัง ก็คล้ายพลังแม่เหล็กดึงดูดใจ..ไม่ดูไม่ได้แล้ว! ก็..ไม่ได้จะโฆษณาหนัง หรือถ้าจะเข้าใจเป็นอย่างนั้น ผมก็เห็นจะไม่เถียง เพียงแต่ที่หยิบยก “จอมขมังเวทย์” มาคุยมาบอกเล่า เจตนาก็เพื่อ จะเป็นกำลังใจให้กับคุณปิยะพันธุ์ ที่แม้ผมจะไม่สนิทคุ้นชิน แต่พอจะรับรู้ได้ถึงความ “ตั้งใจ” อย่างมุ่งมั่น-ทุ่มเทกับหนังเรื่องนี้ของเขา จึงอยากให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ “รางวัล” ที่จะได้รับบนเวที.. หากหนังควรจะมีกำรง-กำไร เพื่อนายทุน-ผู้สร้างจะได้มีกำลังทรัพย์-กำลังใจ และว่าจ้างคุณปิยะพันธุ์ สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพดี ออกมาให้ดูกันต่อๆไป! เท่าที่รู้-อย่างที่เห็น เวลาผู้สร้างก็ดี ผู้กำกับก็ดี เริ่มที่จะพากันถอดใจ เพราะถึงจะมีความพยายาม ความตั้งใจที่จะทำหนังให้ออกมาดี ให้ถูกรสนิยมของผู้ชมแค่ไหน-อย่างไร.. รายได้หนังไทยก็ยังไม่ค่อยจะสู้ดี แถมบางเรื่องก็ขาดทุนป่นปี้ แล้วอย่างนี้ผู้สร้างจะเอาแรง-เอาทุนที่ไหนมาทำหนัง? นี่..พูดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถามหา “สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ” ที่รับรู้กันว่า ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นที่พึ่งพาให้กับคนทำหนังไทย.. จะไม่คิด-ไม่หืออืออะไรเลยรึ?

  • ประชาสัมพันธ์,  สตรี-แฟชั่น,  สังคม

    โครงการ “ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2019” ชวนเพื่อนดีไซเนอร์และศิลปินดังในเมือง “เชื่อม” แอนด์ “แชร์” ไอเดียใหม่ สร้างสรรค์งานมือ…ต่อยอดภูมิปัญญาชนเผ่า

    มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานเปิดตัว โครงการ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2019 (DoiTung & Friends 2019) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ชวนดีไซเนอร์และศิลปินชาวเมือง ได้แก่ สมบัษร ถิระสาโรช, กุลวิทย์ เลาสุขศรี, ทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยาและคิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัสร่วมกับช่างฝีมือชาวดอยตุง ผสานแรงบันดาลใจจากชีวิต ธรรมชาติ และงานฝีมืออันประณีตจากภูมิปัญญาชนเผ่า สู่งานออกแบบที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองได้อย่างกลมกลืน ผ่านคอลเลกชั่นพิเศษแห่งปี เพื่อนำรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายไปพัฒนาชุมชน หรือ “ปลูกคน” ให้พึ่งพาตนเองได้ดั่งที่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า เคยรับสั่งเอาไว้ว่า “ช่วยเขาให้เขาช่วยตัวเขาเอง” โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ที่ชื่นชอบแฟชั่นและงานออกแบบในสไตล์เฉพาะตัว มาร่วมช็อปและชมคอลเล็กชั่นพิเศษกันอย่างคับคั่ง ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันก่อน หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ริเริ่มโครงการ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส ขึ้นในปี 2559 โดยเปิดพื้นที่ให้พันธมิตรของดอยตุงร่วมกับทีมช่างฝีมือสร้างสรรค์ คอลเลคชั่นพิเศษ ปีละครั้ง โดยได้จัดโครงการอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 แล้ว ซึ่งความพิเศษนอกจากจะชวนเพื่อนดีไซเนอร์ซึ่งเปรียบเสมือนที่ปรึกษาหลักของโครงการฯ ทั้ง 2 คน คือ กุลวิทย์ เลาสุขศรี และ สมบัษร ถิระสาโรช มาร่วมโครงการฯ แล้ว ในปีนี้ยังได้เพื่อนร่วมโครงการฯ คนใหม่ ซึ่งเป็นไอคอนิกที่สร้างแรงบรรดาลใจให้คนรุ่นใหม่ซึ่งกำลังมาแรงทั้งในวงการแฟชั่น อย่าง คุณวทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองไทย และ นักแสดงชื่อดัง คุณคิมเบอร์ลี่ มาร่วมแชร์ไอเดียกับช่างฝีมือชนเผ่าดอยตุง สร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่เน้นการ “เชื่อม” แอนด์ “แชร์” ไอเดียสร้างสรรค์งานมือต่อยอดภูมิปัญญาชนเผ่า เชื่อมโยงวัฒนธรรม วิถีชุมชน กับ วิถีเมืองเข้าด้วยกัน ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ ให้เข้าถึงง่าย ทั้งยังเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวงานฝีมือและการสืบสานการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ และเพื่อหารายได้ไปใช้ในการพัฒนาศักยภาพคนในโครงการพัฒนาดอยตุง และโครงการขยายผลอื่นๆ ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ต่อไป ด้าน สมบัษร ถิระสาโรช ศิลปินชาวเมืองที่มาร่วมออกแบบ หมอนอิงทอมือ จากผ้าฝ้าย ผสมผ้าเรยอนเนื้อมันวาว ผสานกับกัญชงที่มีความทนทานสูง และ โคมไฟเซรามิค ฐานทรงเลขาคณิต ปั้นมือโดยช่างฝีมือชาวดอยตุง กล่าวว่า ทุกครั้งที่ขึ้นไปดอยตุงจะได้ความประทับใจและความรู้ใหม่กลับมาเสมอ และในปีนี้ก็ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายผ้าทอแบบดั้งเดิม และงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าบนดอยตุง ที่ทำด้วยสองมือ จากฝ้ายเส้นเล็กๆ ที่มีขนาดแตกต่างกัน นำมาถักทอด้วยเทคนิคพิเศษ เกิดลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว กุลวิทย์ เลาสุขศรี อีกหนึ่งศิลปินรับเชิญมากไอเดีย ที่มาร่วมออกแบบ กระเป๋าสะพาย (Leather Bag) พร้อมกับกระเป๋าใบเล็กด้านในและสายยาว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ทำจากผ้าฝ้ายและกัญชง ให้สัมผัสนุ่มและด้าน ในเวลาเดียวกัน เติมสีสัน ลวดลายและคู่สีลงบนผ้าทอมืออันประณีตจากช่างฝีมือชาวดอยตุง  แล้วเพิ่มความพิเศษอีกขั้นด้วยหนังวัวแท้ บริเวณสายและด้านข้างของกระเป๋า โดยมีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเครื่องแต่งกายชนเผ่าชาวอาข่า ถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ช่วยเติมสีสันในการใช้ชีวิตประจำวันให้สนุกยิ่งขึ้น วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ดีไซเนอร์ที่มีสไตล์โดดเด่นไม่เหมือนใคร  นำผ้าทอจากช่างฝีมือชาวดอยตุงมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนเมืองซึ่งยังคงความเป็นวทานิกาเอาไว้ ทั้งเสื้อคลุมซิกเนเจอร์ลุค ที่เลือกใช้ผ้าสองสีที่ต่างกันสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ใส่คู่กับรองเท้าสวมเดินในบ้านที่เข้าเซต เสื้อคลุมตัวยาว (Rope) ทำจากผ้าเรยอน ให้สัมผัสนุ่มและมันเงา คู่กับ รองเท้าสลิปเปอร์ เข้าเซต สีกรมท่าสลับสีขาวโดยได้แรงบันดาลใจในการทำคอลเลกชั่นมาจาก การขึ้นดอยไปเรียนรู้วิถีของชาวบ้าน…

  • การเมือง-เศรษฐกิจ,  พลังงาน,  สังคม

    กฟผ. จับมือเครือข่ายอุตสาหกรรมไฟฟ้าจัดงาน EGAT Energy Forum 2019 โชว์สุดยอดนวัตกรรมพลังงาน

    เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานกรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน EGAT Energy Forum 2019 ซึ่ง กฟผ. จัดขึ้นภายใต้แนวคิด“GO-Live INNOVATION : นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” ร่วมกับเครือข่ายอุตสาหกรรมไฟฟ้ากว่า 500 ราย โชว์ 31 สุดยอดนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจผลิตไฟฟ้าในระดับสากล ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว กรุงเทพฯ

  • การเมือง-เศรษฐกิจ

    “กมธ.ดีอีเอส” เชิญ “กสทช.-ทีโอที” แจงโครงการ “เน็ตประชารัฐ” หลังไม่เสร็จตามกำหนด “กัลยา” จี้ “กสทช.-กระทรวงดีอีเอส” เร่งทำโครงการให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตปชช. เล็ง ลงพื้นที่อีสานทดสอบเน็ตชายขอบ

    เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กมธ.ดีอีเอส โดยได้เชิญตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มาชี้แจงกรณีการดำเนินโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ทุรกันดาร (เน็ตประชารัฐ) หลังจากเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 62 เป็นวันสิ้นสุดตามกรอบเวลาที่บริษัททีโอทีขอขยายเวลามาจาก 27 ก.ย.61 ที่ผ่านมา แต่ยังมีหลายพื้นที่ติดตั้งไม่เสร็จ และกสทช. ได้มีการยกเลิกสัญญากับบริษัททีโอทีฯ ไปแล้ว น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ประธานกรรมาธิการ ดีอีเอส แถลงว่า ทางตัวแทนของ กสทช. ได้มาชี้แจงถึงโครงการเน็ตประชารัฐว่าจะมีแนวทางดำเนินการต่อไปอย่างไร หลังจากที่ยกเลิกสัญญากับบริษัท ทีโอทีฯ ทราบว่าขณะนี้อยู่ระหว่างรอตรวจรับงานที่ บ.ทีโอที ทำไว้ว่ามีความคืบหน้าแค่ไหนอย่างไร เหลืองานอีกมากน้อยแค่ไหน จากนั้นจะมีการเปิดประมูลรับผู้ดำเนินการรายใหม่ ซึ่งกสทช. คาดว่าภายในเดือนเมษายนปี 2563 จะสามารถเปิดประมูลได้ ทั้งนี้ทางกรรมาธิการฯ เรามีความาห่วงใยกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะทำให้ประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทห่างไกลต้องเสียโอกาส การได้ใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่จะช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้น โดยเฉพาะการเข้าถึงตลาดโลกด้วยการทำธุรกิจออนไลน์หรืออีคอมเมอร์ซ บริการทางการแพทย์ที่เชื่อมโยงกับนโยบาย Telemedicine หรือการแพทย์ทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และจะเป็นประโยชน์ด้านการศึกษาที่เด็กๆ สามารถหาความรู้หรือเรียนออนไลน์ได้ ที่สำคัญคือมีผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ที่จะพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต ประธานกมธ.ดีอีเอส กล่าวว่า ทางกรรมาธิการฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะการดำเนินโครงการไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนดมีผลกระทบต่อประชาชนผู้รอใช้บริการ ดังนั้นทางกมธ.ดีอีเอส จึงได้กำชับไปยัง กสทช. และฝากไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส เร่งดำเนินการให้โครงการเน็ตประชารัฐสำเร็จโดยเร็ว เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ ซึ่งทางกรรมาธิการฯ จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยมีพ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกมธ.อีดีเอส ในฐานะเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามและตรวจสอบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จะได้ทำหน้าที่ในการติดตามและรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอให้คณะกรรมาธิการฯ ทราบต่อไป อย่างไรก็ตามทางกมธ.ดีอีเอส มีแผนที่จะลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการอินเทอร์เน็ตชายขอบ ในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยจะลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย และหนองบัวลำภู ทั้งนี้กรรมธิการฯ​ ต้องการที่จะไปสัมผัสพื้นที่จริงที่มีการติดตั้งจุดปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ต ว่าสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพหรือไม่ ความเร็วเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ตอบโจทย์ของประชาชนในพื้นที่หรือไม่ เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการดังกล่าวในอนาคตอย่างมาก  

  • การศึกษา-สาธารณสุข-สิ่งแวดล้อม,  เกษตร

    สร้างประเทศให้เจริญด้วยการจัดการ “น้ำ” ภาคอีสานอย่างเป็นระบบ

    บทความ : ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ “น้ำ” เป็นสิ่งสำคัญของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด รวมถึงมนุษยชาติ การละเลยไม่ให้ความสำคัญ “น้ำ” ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดอย่างมหันต์ ทรัพยากร “น้ำ” สำคัญมากขึ้นเป็นลำดับ จากรายงานขององค์การสหประชาชาติพบว่า ภายในปี 2025 ประชากรกว่า 7 พันล้านคนจาก 60 ประเทศจะประสบภาวะการขาดแคลนน้ำรุนแรง ซึ่งพื้นที่ที่ประสบกับการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงในขั้นวิกฤติจะมีอัตราการใช้น้ำสูงถึง 1,000 ลูกบาศก์เมตร/คน/ปี และมีแนวโน้มที่จะขาดแคลนน้ำรุนแรงมากยิ่งๆ ขึ้นจนถึง 1,700 ลูกบาศก์เมตร/คน/ปี  โดยองค์การน้ำโลกคาดการณ์ว่าจะเกิดการแย่งชิงน้ำเกิดขึ้นในปี 2050 จากข้อมูลเหล่านี้ ทำให้เราจะนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะประเทศที่มีรายได้หลักของคนส่วนใหญ่มาจากอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ “น้ำ” เป็นปัจจัยหลักในการผลิตและดำรงชีพ ประเทศไทย  ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศเกษตรกรรม เคยมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงแนะนำให้พสกนิกรทำการเกษตรแบบพอเพียงตามแนวทฤษฎีใหม่ ให้ลดการพึ่งพิงกระแสทุนนิยม เพื่อให้ลูกหลานไทยทั้งประเทศอยู่รอดอย่างมีศักดิ์ศรีโดยถ้วนทั่ว มิใช่แบบ “รวยกระจุก จนกระจาย” หากไม่หลอกตนเอง ก็จะสามารถรับรู้ถึงสัญชาตญาณภายในได้ว่า ถ้าเศรษฐกิจตกต่ำ บริษัทหรือโรงงานเลิกจ้าง ลูกหลานไทยค่อนประเทศจะต้องย้อนกลับไปทำ “อาชีพเกษตรกรรม” เพื่อตั้งหลักรอโอกาสใหม่ ๆ ในครั้งต่อไป  เพราะสาขาอาชีพนี้ คือสิ่งที่คนไทยและบรรพบุรุษ มีความชำนาญที่สุด มีความถนัดมากกว่าการไปผลิตโทรศัพท์มือถือ รถยนต์ อู่ซ่อมเครื่องบิน อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งไม่รู้ว่าจะอีกกี่ชาติจึงจะสามารถพัฒนาคุณภาพแข่งข้นกับเกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป และอเมริกาได้  แต่ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญส่งเสริมให้ประชาชนหันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผลิตผลภาคการเกษตร ทำตั้งแต่ต้นน้ำ ยันปลายน้ำ ช่วยก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านอาหาร เช่น การพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารออร์แกนิคของโลก ส่งออกอาหารเพื่อสุขภาพให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ให้ผู้คนชนทั่วโลกควรจะต้องมาดูงานมาศึกษา ว่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ทุเรียนอินทรีย์ ลำไยอินทรีย์ มะม่วงอินทรีย์ ฯลฯ เขามีวิธีการผลิตและแปรรูปอย่างไร จึงมีคุณภาพดีเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้ ถ้ามีความชัดเจนว่าวิถีคนไทย คือ วิถีเกษตรกรรม ก็ควรหันมาทุ่มเทเรื่องการบริหารจัดการ “น้ำ” ทั้งประเทศ เพราะเป็นสิ่งที่สอดคล้องกัน โดยอาจจะเริ่มต้นที่ภาคอีสานก่อนก็ได้ เนื่องด้วยมีจำนวนประชากรและพื้นที่การเกษตรมากที่สุด ครอบคลุมพื้นที่ 103.5 ล้านไร่ คิดเป็นพื้นที่ 1 ใน 3 ของประเทศ แต่ขาดแคลนแหล่งน้ำในการเพาะปลูก และยังคงวนเวียนอยู่กับนิยามของคำที่นักข่าวแถลงบ่อย ๆ คือ “น้ำท่วม และฝนแล้ง ซ้ำซาก” วิธีการผันน้ำโขงในช่วงหน้าฝน ซึ่งปริมาณน้ำในโขงจะสูงขึ้นจาก โขด หิน เกาะแก่งใต้ท้องน้ำ ตรงบริเวณจังหวัดเลย ช่วยทำให้การผันน้ำจากแม่น้ำโขง ไม่กระทบกับกฎหมายภาคีกับประเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และทำการขยายพื้นที่รับน้ำ สร้างอุโมงค์ผ่านช่องเขา สร้างคลองชลประทาน คลองไส้ไก่ผันน้ำตามแรงโน้มถ่วง ต่อไปยังเขื่อนอุบลรัตน์ หล่อเลี้ยงลุ่มน้ำโขงอีสานบน อีกเส้นทางตรงไปยังพื้นที่อีสานตอนกลางคือ ลุ่มน้ำชี และต่อไปยังลุ่มน้ำมูล ซึ่งเป็นอีสานตอนล่าง ซึ่งก็จะช่วยทำให้อีสานทั้งหมดมีน้ำไว้ใช้ในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้อย่างคุ้มค่าเต็มประสิทธิภาพ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ แต่ถ้าลงลึกในรายละเอียด ยังพบปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่มากมาย เช่น…