• ประชาสัมพันธ์,  สตรี-แฟชั่น,  สังคม

    โครงการ “ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2019” ชวนเพื่อนดีไซเนอร์และศิลปินดังในเมือง “เชื่อม” แอนด์ “แชร์” ไอเดียใหม่ สร้างสรรค์งานมือ…ต่อยอดภูมิปัญญาชนเผ่า

    มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานเปิดตัว โครงการ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส 2019 (DoiTung & Friends 2019) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ชวนดีไซเนอร์และศิลปินชาวเมือง ได้แก่ สมบัษร ถิระสาโรช, กุลวิทย์ เลาสุขศรี, ทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยาและคิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัสร่วมกับช่างฝีมือชาวดอยตุง ผสานแรงบันดาลใจจากชีวิต ธรรมชาติ และงานฝีมืออันประณีตจากภูมิปัญญาชนเผ่า สู่งานออกแบบที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองได้อย่างกลมกลืน ผ่านคอลเลกชั่นพิเศษแห่งปี เพื่อนำรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายไปพัฒนาชุมชน หรือ “ปลูกคน” ให้พึ่งพาตนเองได้ดั่งที่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า เคยรับสั่งเอาไว้ว่า “ช่วยเขาให้เขาช่วยตัวเขาเอง” โดยมีเหล่าเซเลบริตี้ที่ชื่นชอบแฟชั่นและงานออกแบบในสไตล์เฉพาะตัว มาร่วมช็อปและชมคอลเล็กชั่นพิเศษกันอย่างคับคั่ง ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันก่อน หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ริเริ่มโครงการ ดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส ขึ้นในปี 2559 โดยเปิดพื้นที่ให้พันธมิตรของดอยตุงร่วมกับทีมช่างฝีมือสร้างสรรค์ คอลเลคชั่นพิเศษ ปีละครั้ง โดยได้จัดโครงการอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 แล้ว ซึ่งความพิเศษนอกจากจะชวนเพื่อนดีไซเนอร์ซึ่งเปรียบเสมือนที่ปรึกษาหลักของโครงการฯ ทั้ง 2 คน คือ กุลวิทย์ เลาสุขศรี และ สมบัษร ถิระสาโรช มาร่วมโครงการฯ แล้ว ในปีนี้ยังได้เพื่อนร่วมโครงการฯ คนใหม่ ซึ่งเป็นไอคอนิกที่สร้างแรงบรรดาลใจให้คนรุ่นใหม่ซึ่งกำลังมาแรงทั้งในวงการแฟชั่น อย่าง คุณวทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองไทย และ นักแสดงชื่อดัง คุณคิมเบอร์ลี่ มาร่วมแชร์ไอเดียกับช่างฝีมือชนเผ่าดอยตุง สร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่เน้นการ “เชื่อม” แอนด์ “แชร์” ไอเดียสร้างสรรค์งานมือต่อยอดภูมิปัญญาชนเผ่า เชื่อมโยงวัฒนธรรม วิถีชุมชน กับ วิถีเมืองเข้าด้วยกัน ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ ให้เข้าถึงง่าย ทั้งยังเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวงานฝีมือและการสืบสานการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ และเพื่อหารายได้ไปใช้ในการพัฒนาศักยภาพคนในโครงการพัฒนาดอยตุง และโครงการขยายผลอื่นๆ ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ต่อไป ด้าน สมบัษร ถิระสาโรช ศิลปินชาวเมืองที่มาร่วมออกแบบ หมอนอิงทอมือ จากผ้าฝ้าย ผสมผ้าเรยอนเนื้อมันวาว ผสานกับกัญชงที่มีความทนทานสูง และ โคมไฟเซรามิค ฐานทรงเลขาคณิต ปั้นมือโดยช่างฝีมือชาวดอยตุง กล่าวว่า ทุกครั้งที่ขึ้นไปดอยตุงจะได้ความประทับใจและความรู้ใหม่กลับมาเสมอ และในปีนี้ก็ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายผ้าทอแบบดั้งเดิม และงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าบนดอยตุง ที่ทำด้วยสองมือ จากฝ้ายเส้นเล็กๆ ที่มีขนาดแตกต่างกัน นำมาถักทอด้วยเทคนิคพิเศษ เกิดลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว กุลวิทย์ เลาสุขศรี อีกหนึ่งศิลปินรับเชิญมากไอเดีย ที่มาร่วมออกแบบ กระเป๋าสะพาย (Leather Bag) พร้อมกับกระเป๋าใบเล็กด้านในและสายยาว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ทำจากผ้าฝ้ายและกัญชง ให้สัมผัสนุ่มและด้าน ในเวลาเดียวกัน เติมสีสัน ลวดลายและคู่สีลงบนผ้าทอมืออันประณีตจากช่างฝีมือชาวดอยตุง  แล้วเพิ่มความพิเศษอีกขั้นด้วยหนังวัวแท้ บริเวณสายและด้านข้างของกระเป๋า โดยมีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเครื่องแต่งกายชนเผ่าชาวอาข่า ถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ช่วยเติมสีสันในการใช้ชีวิตประจำวันให้สนุกยิ่งขึ้น วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ดีไซเนอร์ที่มีสไตล์โดดเด่นไม่เหมือนใคร  นำผ้าทอจากช่างฝีมือชาวดอยตุงมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนเมืองซึ่งยังคงความเป็นวทานิกาเอาไว้ ทั้งเสื้อคลุมซิกเนเจอร์ลุค ที่เลือกใช้ผ้าสองสีที่ต่างกันสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ใส่คู่กับรองเท้าสวมเดินในบ้านที่เข้าเซต เสื้อคลุมตัวยาว (Rope) ทำจากผ้าเรยอน ให้สัมผัสนุ่มและมันเงา คู่กับ รองเท้าสลิปเปอร์ เข้าเซต สีกรมท่าสลับสีขาวโดยได้แรงบันดาลใจในการทำคอลเลกชั่นมาจาก การขึ้นดอยไปเรียนรู้วิถีของชาวบ้าน…

  • การเมือง-เศรษฐกิจ,  พลังงาน,  สังคม

    กฟผ. จับมือเครือข่ายอุตสาหกรรมไฟฟ้าจัดงาน EGAT Energy Forum 2019 โชว์สุดยอดนวัตกรรมพลังงาน

    เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานกรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน EGAT Energy Forum 2019 ซึ่ง กฟผ. จัดขึ้นภายใต้แนวคิด“GO-Live INNOVATION : นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” ร่วมกับเครือข่ายอุตสาหกรรมไฟฟ้ากว่า 500 ราย โชว์ 31 สุดยอดนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจผลิตไฟฟ้าในระดับสากล ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว กรุงเทพฯ

  • การศึกษา-สาธารณสุข-สิ่งแวดล้อม,  กีฬา,  ประชาสัมพันธ์,  สุขภาพ

    มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย ชวนวิ่งการกุศล กับงานวิ่งแห่งปี “AIDS-ALMOST ZERO RUN วิ่งพิชิตเอดส์”

    มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวกิจกรรมดีๆ สำหรับคนไทยกับงานวิ่งแห่งปี “AIDS-ALMOST ZERO RUN วิ่งพิชิตเอดส์” ณ ลานทางเชื่อม BTS สยามสแควร์วัน ชั้น G โดย “คุณ พร้อมบุญ พานิชภักดิ์” กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ยังมีคุณ “หนูดี วนิษา เรซ” และ “พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์” แบรนด์แอมบาสเดอร์ของโครงการ ร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้ สำหรับงาน “AIDS–ALMOST ZERO RUN วิ่งพิชิตเอดส์” จัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้คนไทยเกิดความตระหนักในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในกลุ่มเด็กและเยาวชน และเพื่อระดมทุน/ทรัพยากรในการทำงานป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี และช่วยเหลือเด็ก เยาวชนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ที่อยู่ในภาวะยากลำบาก   AIDS-ALMOST ZERO RUN เป็นงานวิ่งการกุศลและสร้างความตระหนักให้กับสังคมได้มีส่วนร่วมที่จะนำพาประเทศไทยผ่านโค้งสุดท้าย เป็นประเทศที่ไม่มีการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ จะมี 2 กิจกรรมหลัก คือ AIDS-Almost Zero Run Event และ AIDS-Almost Zero Virtual Run โดยจะเชิญชวนผู้คนจากทุกภาคส่วนในสังคมเข้าร่วมกิจกรรม และให้การสนับสนุนการดำเนินงานในครั้งนี้ นับเป็นก้าวแรกของการระดมทุนทางสังคม ที่จะทำให้ผู้คนในสังคมมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานยุติเอดส์ของประเทศอย่างต่อเนื่องและขยายผลไปทั่วประเทศ เนื่องจากทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ โดยการวิ่งเก็บระยะทาง เมื่อคุณพร้อม จะที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งในวันงาน โดยความพิเศษของงานนี้คือเป็นกิจกรรมต่อเนื่องภายใต้โครงการ “อีกนิดพิชิตเอดส์” หรือ “AIDS-ALMOST ZERO” ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 ก่อนวันเอดส์โลกคือวันที่ 1 ธันวาคม 2562 เพื่อเชิญชวนประชาชนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนักรู้เรื่องเอดส์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขจัดเอดส์ให้เป็นศูนย์ กิจกรรม AIDS-Almost Zero Run Event  ณ กระทรวงสาธารณสุข อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี  และกิจกรรม AIDS-Almost Zero Virtual Run  ระหว่างวันที่ 1-5 ธันวาคม 2562 ทุกคนที่สมัครลงทะเบียนวิ่ง สามารถเก็บระยะทาง และส่งผลการวิ่งผ่านช่องทางที่ ผู้จัดกำหนดไว้ งานนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก “หนูดี – วนิษา เรซ” และ “หมอเอิง – พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของโครงการ และยังมีตัวแทนในวิชาชีพสื่อ มาเป็นพลังร่วมขับเคลื่อนเพื่อยุติเอดส์ในประเทศไทย อาทิ  “ดร.หมวย อริสรา กำธรเจริญ  เพ็ญพรรณ แหลมหลวง พัทรวี บุญประเสริฐ รณชัย ศิริขันธ์ ณัฏฐ์อาภา ผ่องทิพาภรณ์ ชุติมา พึ่งความสุข ธีรวัฒน์ พึ่งทอง ภรภัทร สุทธิประภา วศิน บุณยาคม…

  • ท่องเที่ยว & อาหาร

    ชวนเที่ยว “LHONG 1919 Awakening Bangkok 2019” ออกไปล่าแสงสวย ไหว้เทพเจ้ารับทรัพย์

    ลมหนาวมาเยือนกรุงเทพฯแล้วนะ อากาศเย็นสบายแบบนี้เลยชวนคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ไม่ว่าจะสายเซลฟี่ มือใหม่หัดถ่าย หรือ ช่างภาพระดับโปร มาเที่ยวงาน “LHONG 1919 Awakening Bangkok 2019” ระหว่างวันที่ 9 – 24 พฤศจิกายน 2562 กันดีกว่า จัดโดย LHONG 1919 (ล้ง 1919) ร่วมกับ Time Out Bangkok (ไทม์เอาท์แบงค็อก) ชวนคนรักการถ่ายภาพมาลั่นชัตเตอร์รัวๆ เก็บโมเม้นท์สวยๆ กับเทศกาลแสงสีและสื่อผสม ตื่นตากับเทคนิคการจัดแสงไฟ พร้อมเสพศิลป์ความสวยงามของสถาปัตยกรรมจีนไว้ได้อย่างลงตัว เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ย่านบางรัก-เจริญกรุง กลายเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก และเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้มีพื้นที่แสดงผลงานต่อสาธารณชน เลยไม่พลาดที่จะชวนสาวกคนรักการถ่ายภาพ มาอัพสกิลฝึกปรือฝีมือ ครีเอทท่าโพสกันให้เป๊ะ! ก่อนที่จะไปเดินลุยสนามใหญ่ในงาน “Awakening Bangkok 2019” กัน มา “ล้ง 1919” ไม่มีหลง เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานี สะพานตากสิน เดินมาที่ ท่าเรือสาธร ขึ้นเรือด่วน ธงส้ม 15 บาทเท่านั้นจ้า…แล้วมาลงที่ ท่าเรือราชวงศ์ และต่อเรือข้ามฟากมาลงที่ “ท่าเรือดินแดง” เดินเข้าซอยวัดทองธรรมชาติ ตรงข้ามโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เดินเข้ามาสุดซอยวัดทองธรรมชาติก็จะเจอ “ล้ง 1919” ทันทีที่เดินเข้ามาถึงก็ต้องสะดุดตากับ “Gateway ซุ้มประตูทางเข้าขนาดใหญ่” ผลงานการออกแบบจากทีม Donboy วิชวลดีไซเนอร์ โดยมี บอม – พริษฐ์ ตรีชดารัตน์ ดูแลด้าน INSTALLATION DESIGNER, ฌอน – ชวกร ศฤงฆารนันท์ ดูแลด้าน MOTION GRAPHIC DESIGNER, แทน – แทนสกุล สุวรรณกูฏ ดูแลด้าน SOUND DESIGNER และ ป้อง – ดิษฐวัฒน์ อัจจมาลย์วรา ดูแลด้าน LIGHTING DESIGNER จัดแสดงบริเวณลานหน้าศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว เป็นซุ้มทางเดินที่เชื่อมไปยังศาลเจ้า โดยดึงเอาจุดเด่นของสถาปัตยกรรมจีนและเรื่องราวที่น่าสนใจของ “ล้ง 1919” พื้นที่ประวัติศาสตร์ตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่เดิมมีชื่อว่า “ฮวย จุ่ง ล้ง” หรือ “ท่าเรือกลไฟ” ท่าเรือขนาดใหญ่ ที่เรือสินค้าและเรือโดยสาร จะต้องมาขึ้นท่าเรือที่นี่ เสมือนศูนย์กลางค้าขายทำธุรกิจที่คึกคักที่สุดระหว่างชาวสยามและชาวจีนในสมัยนั้น นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจีนโพ้นทะเล ที่นิยมเดินทางมาขอพรก่อนและหลังเดินทางกับ “เจ้าแม่หม่าโจ้ว” เพื่อให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ผ่านการออกแบบแสงสีและสื่อผสมในคอนเซ็ปต์ “โรงละครงิ้ว” ภาพสะท้อนการเดินทางวัฒนธรรมของคนจีนในสมัยก่อนที่อพยพเสื่อผืน หมอนใบ จากจีนแผ่นดินใหญ่ เข้ามาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนสยามและได้นำวัฒนธรรมเข้ามาเผยแพร่ จนทำให้ “การแสดงงิ้ว” เป็นที่รู้จักของคนไทย ไฮไลท์ของงานนี้จึงอยู่ที่ภาพและเสียง ตลอดทางที่เดินชม ฟิลเหมือนพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปอยู่ในช่วงการเดินทางด้วยเรือ เพื่อมาค้าขายของชาวจีนในสมัยก่อนซึ่งมีปลายทางเป็น “ฮวย จุ่ง ล้ง” เลยอ่ะ!!! ฟิลมันได้ บรรยากาศคือใช่ แต่จะเดินชมเฉยๆ มันก็จะยังไงอยู่ถูกมะ ถ่ายรูปสิคะรออะไร ความปราบเซียนมันอยู่ตรงนี้แหละคุณขา…นอกจากจะต้องครีเอทท่าให้เป๊ะ ยังท้าทายฝีมือคนถ่ายภาพเข้าไปอีกว่าจะสามารถเก็บดีเทลแสง โมเม้นต์สำคัญ  ในช่วงเวลานั้นได้หรือไม่ ได้รูปสวยๆ กันไปแล้วมา “ล้ง 1919” ทั้งทีอย่าลืมไปสักการะ “เจ้าแม่หม่าโจ้ว” ขอพรเสริมดวงหน้าที่การงานกันนะ มาที่นี่ที่เดียวไม่ตกเทรนด์อีกตะหาก!! เพราะยังได้ไหว้ “เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย” เทพเจ้าแห่งความร่ำรวยที่มีอายุมากกว่า 180 ปี อธิษฐานให้เงินทองไหลมาเทมา พร้อมวางกระทงประทีปสักการะเทพทั้งสอง เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตในช่วงปลายปี เที่ยวคนเดียวก็ชิลสนุกแต่ถ้าอยากจะเพิ่มโมเม้นต์ความสุข แนะนำให้ชวนเพื่อน คนในครอบครัว หรือจะเป็นคนรู้ใจ มาเป็นแบบ ผลัดถ่ายรูปให้กันก็ได้ความสนุกอีกแบบนะเธอ!! ของจริงไม่พูดเยอะเจ็บคอ…

  • ท่องเที่ยว & อาหาร,  ศิลปะ-การแสดง-ดนตรี-บันเทิง

    มิวเซียมสยาม ชวนเที่ยวงาน “Cultural District เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์”

    มิวเซียมสยาม ชวนเที่ยวงาน “Cultural District เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์” เทศกาลที่จะพลิกฟื้นประวัติศาสตร์วัฒนธรรมกรุงรัตนโกสินทร์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านกิจกรรมหลากหลาย ให้ได้เรียนรู้เรื่องราวของ “เกาะรัตนโกสินทร์” จุดกําเนิดกรุงเทพมหานคร ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 200 ปี บนพื้นที่ราบลุ่มแม่นํ้าเจ้าพระยา ที่เต็มไปด้วยสีสันทางวัฒนธรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์พื้นที่โบราณที่หาดูได้ยาก งานสถาปัตยกรรมล้ำค่าในแต่ละรัชสมัย หรือวัตถุโบราณที่มีเรื่องราวเชื่องโยงจากอดีตมาถึงปัจจุบัน สถานที่เก่าแก่สําคัญต่าง ๆ กลายเป็นมนต์เสน่ห์ของพื้นที่ทางวัฒนธรรมแห่งนี้ตลอดเดือนพฤศจิกายน อาทิ Cultural & Art Festival เทศกาลศิลปะในพื้นที่มิวเซียมสยาม ระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤศจิกายน   โดยตลอดทั้ง3 วัน จะได้พบกับศิลปินจากหลากหลายแขนง ที่มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่มาจากแรงบันดาลใจใน “เกาะรัตนโกสินทร์” ผ่านผลงานหลากหลาย อาทิ งานศิลปะร่วมสมัย ดนตรี Motion Art นิทรรศการ Workshop และอีกมากมาย พร้อมพบตลาดนัดงานศิลปะจากศิลปินหลากหลายแขนงที่ไม่ควรพลาด Cultural & Art Activity พบหลากหลายกิจกรรมจากพันธมิตรรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ตลอดทั้ง 10 วัน ระหว่างวันที่ 15 – 24 พฤศจิกายน ที่พร้อมใจกันเนรมิตกิจกรรมสุดพิเศษทั้งพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า และแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ให้ทุกคนมาร่วมเรียนรู้เกาะรัตนโกสินทร์ในมุมมองใหม่ ผ่าน 20 กิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย อาทิ กิจกรรม “เดินมองเมือง” การเรียนรู้ประวัติศาตร์จากอดีตสู่ปัจจุบันที่ไม่ควรพลาด ที่จะพาทุกคนไปเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมเมืองท่าสุดคลาสสิค พร้อมมุมถ่ายรูปสุดชิคที่ต้องไปแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เป็นต้น Cultural District Guide หนังสือนำเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ไม่ว่าคุณจะคุ้นเคยกับเมืองเก่า หรือรู้จักพื้นที่แค่ไหน หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปพบกับสถานที่สุด Unseen ตั้งแต่โบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ร้านอาหาร งานศิลปะ พื้นที่สาธารณะ และพื้นที่สีเขียว รวมทั้งหมด 200 แห่ง ที่จะทําให้คุณเห็นทุกมิติเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ร้อยเรียงและเชื่อมโยงจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน และที่สำคัญคือให้คุณได้ดาวน์โหลดได้ฟรี มาร่วมค้นหามนต์เสน่ห์ไปพร้อมกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม รอบเกาะรัตนโกสินทร์ที่ยังคงรอให้ทุกคนไปสัมผัสพร้อมกันในงาน “Cultural District เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 24 พฤศจิกายน ณ มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ และรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.0-2225-2777 ต่อ 410 หรือเข้าไปที่ www.museumsiam.org