• ท่องเที่ยว & อาหาร

    ชวนเที่ยว “LHONG 1919 Awakening Bangkok 2019” ออกไปล่าแสงสวย ไหว้เทพเจ้ารับทรัพย์

    ลมหนาวมาเยือนกรุงเทพฯแล้วนะ อากาศเย็นสบายแบบนี้เลยชวนคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ ไม่ว่าจะสายเซลฟี่ มือใหม่หัดถ่าย หรือ ช่างภาพระดับโปร มาเที่ยวงาน “LHONG 1919 Awakening Bangkok 2019” ระหว่างวันที่ 9 – 24 พฤศจิกายน 2562 กันดีกว่า จัดโดย LHONG 1919 (ล้ง 1919) ร่วมกับ Time Out Bangkok (ไทม์เอาท์แบงค็อก) ชวนคนรักการถ่ายภาพมาลั่นชัตเตอร์รัวๆ เก็บโมเม้นท์สวยๆ กับเทศกาลแสงสีและสื่อผสม ตื่นตากับเทคนิคการจัดแสงไฟ พร้อมเสพศิลป์ความสวยงามของสถาปัตยกรรมจีนไว้ได้อย่างลงตัว เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ย่านบางรัก-เจริญกรุง กลายเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก และเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้มีพื้นที่แสดงผลงานต่อสาธารณชน เลยไม่พลาดที่จะชวนสาวกคนรักการถ่ายภาพ มาอัพสกิลฝึกปรือฝีมือ ครีเอทท่าโพสกันให้เป๊ะ! ก่อนที่จะไปเดินลุยสนามใหญ่ในงาน “Awakening Bangkok 2019” กัน มา “ล้ง 1919” ไม่มีหลง เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานี สะพานตากสิน เดินมาที่ ท่าเรือสาธร ขึ้นเรือด่วน ธงส้ม 15 บาทเท่านั้นจ้า…แล้วมาลงที่ ท่าเรือราชวงศ์ และต่อเรือข้ามฟากมาลงที่ “ท่าเรือดินแดง” เดินเข้าซอยวัดทองธรรมชาติ ตรงข้ามโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เดินเข้ามาสุดซอยวัดทองธรรมชาติก็จะเจอ “ล้ง 1919” ทันทีที่เดินเข้ามาถึงก็ต้องสะดุดตากับ “Gateway ซุ้มประตูทางเข้าขนาดใหญ่” ผลงานการออกแบบจากทีม Donboy วิชวลดีไซเนอร์ โดยมี บอม – พริษฐ์ ตรีชดารัตน์ ดูแลด้าน INSTALLATION DESIGNER, ฌอน – ชวกร ศฤงฆารนันท์ ดูแลด้าน MOTION GRAPHIC DESIGNER, แทน – แทนสกุล สุวรรณกูฏ ดูแลด้าน SOUND DESIGNER และ ป้อง – ดิษฐวัฒน์ อัจจมาลย์วรา ดูแลด้าน LIGHTING DESIGNER จัดแสดงบริเวณลานหน้าศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว เป็นซุ้มทางเดินที่เชื่อมไปยังศาลเจ้า โดยดึงเอาจุดเด่นของสถาปัตยกรรมจีนและเรื่องราวที่น่าสนใจของ “ล้ง 1919” พื้นที่ประวัติศาสตร์ตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่เดิมมีชื่อว่า “ฮวย จุ่ง ล้ง” หรือ “ท่าเรือกลไฟ” ท่าเรือขนาดใหญ่ ที่เรือสินค้าและเรือโดยสาร จะต้องมาขึ้นท่าเรือที่นี่ เสมือนศูนย์กลางค้าขายทำธุรกิจที่คึกคักที่สุดระหว่างชาวสยามและชาวจีนในสมัยนั้น นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจีนโพ้นทะเล ที่นิยมเดินทางมาขอพรก่อนและหลังเดินทางกับ “เจ้าแม่หม่าโจ้ว” เพื่อให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ผ่านการออกแบบแสงสีและสื่อผสมในคอนเซ็ปต์ “โรงละครงิ้ว” ภาพสะท้อนการเดินทางวัฒนธรรมของคนจีนในสมัยก่อนที่อพยพเสื่อผืน หมอนใบ จากจีนแผ่นดินใหญ่ เข้ามาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนสยามและได้นำวัฒนธรรมเข้ามาเผยแพร่ จนทำให้ “การแสดงงิ้ว” เป็นที่รู้จักของคนไทย ไฮไลท์ของงานนี้จึงอยู่ที่ภาพและเสียง ตลอดทางที่เดินชม ฟิลเหมือนพาเรานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปอยู่ในช่วงการเดินทางด้วยเรือ เพื่อมาค้าขายของชาวจีนในสมัยก่อนซึ่งมีปลายทางเป็น “ฮวย จุ่ง ล้ง” เลยอ่ะ!!! ฟิลมันได้ บรรยากาศคือใช่ แต่จะเดินชมเฉยๆ มันก็จะยังไงอยู่ถูกมะ ถ่ายรูปสิคะรออะไร ความปราบเซียนมันอยู่ตรงนี้แหละคุณขา…นอกจากจะต้องครีเอทท่าให้เป๊ะ ยังท้าทายฝีมือคนถ่ายภาพเข้าไปอีกว่าจะสามารถเก็บดีเทลแสง โมเม้นต์สำคัญ  ในช่วงเวลานั้นได้หรือไม่ ได้รูปสวยๆ กันไปแล้วมา “ล้ง 1919” ทั้งทีอย่าลืมไปสักการะ “เจ้าแม่หม่าโจ้ว” ขอพรเสริมดวงหน้าที่การงานกันนะ มาที่นี่ที่เดียวไม่ตกเทรนด์อีกตะหาก!! เพราะยังได้ไหว้ “เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย” เทพเจ้าแห่งความร่ำรวยที่มีอายุมากกว่า 180 ปี อธิษฐานให้เงินทองไหลมาเทมา พร้อมวางกระทงประทีปสักการะเทพทั้งสอง เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตในช่วงปลายปี เที่ยวคนเดียวก็ชิลสนุกแต่ถ้าอยากจะเพิ่มโมเม้นต์ความสุข แนะนำให้ชวนเพื่อน คนในครอบครัว หรือจะเป็นคนรู้ใจ มาเป็นแบบ ผลัดถ่ายรูปให้กันก็ได้ความสนุกอีกแบบนะเธอ!! ของจริงไม่พูดเยอะเจ็บคอ…

  • ท่องเที่ยว & อาหาร,  ศิลปะ-การแสดง-ดนตรี-บันเทิง

    มิวเซียมสยาม ชวนเที่ยวงาน “Cultural District เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์”

    มิวเซียมสยาม ชวนเที่ยวงาน “Cultural District เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์” เทศกาลที่จะพลิกฟื้นประวัติศาสตร์วัฒนธรรมกรุงรัตนโกสินทร์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านกิจกรรมหลากหลาย ให้ได้เรียนรู้เรื่องราวของ “เกาะรัตนโกสินทร์” จุดกําเนิดกรุงเทพมหานคร ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 200 ปี บนพื้นที่ราบลุ่มแม่นํ้าเจ้าพระยา ที่เต็มไปด้วยสีสันทางวัฒนธรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์พื้นที่โบราณที่หาดูได้ยาก งานสถาปัตยกรรมล้ำค่าในแต่ละรัชสมัย หรือวัตถุโบราณที่มีเรื่องราวเชื่องโยงจากอดีตมาถึงปัจจุบัน สถานที่เก่าแก่สําคัญต่าง ๆ กลายเป็นมนต์เสน่ห์ของพื้นที่ทางวัฒนธรรมแห่งนี้ตลอดเดือนพฤศจิกายน อาทิ Cultural & Art Festival เทศกาลศิลปะในพื้นที่มิวเซียมสยาม ระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤศจิกายน   โดยตลอดทั้ง3 วัน จะได้พบกับศิลปินจากหลากหลายแขนง ที่มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่มาจากแรงบันดาลใจใน “เกาะรัตนโกสินทร์” ผ่านผลงานหลากหลาย อาทิ งานศิลปะร่วมสมัย ดนตรี Motion Art นิทรรศการ Workshop และอีกมากมาย พร้อมพบตลาดนัดงานศิลปะจากศิลปินหลากหลายแขนงที่ไม่ควรพลาด Cultural & Art Activity พบหลากหลายกิจกรรมจากพันธมิตรรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ตลอดทั้ง 10 วัน ระหว่างวันที่ 15 – 24 พฤศจิกายน ที่พร้อมใจกันเนรมิตกิจกรรมสุดพิเศษทั้งพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า และแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ให้ทุกคนมาร่วมเรียนรู้เกาะรัตนโกสินทร์ในมุมมองใหม่ ผ่าน 20 กิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย อาทิ กิจกรรม “เดินมองเมือง” การเรียนรู้ประวัติศาตร์จากอดีตสู่ปัจจุบันที่ไม่ควรพลาด ที่จะพาทุกคนไปเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมเมืองท่าสุดคลาสสิค พร้อมมุมถ่ายรูปสุดชิคที่ต้องไปแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เป็นต้น Cultural District Guide หนังสือนำเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ไม่ว่าคุณจะคุ้นเคยกับเมืองเก่า หรือรู้จักพื้นที่แค่ไหน หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปพบกับสถานที่สุด Unseen ตั้งแต่โบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ร้านอาหาร งานศิลปะ พื้นที่สาธารณะ และพื้นที่สีเขียว รวมทั้งหมด 200 แห่ง ที่จะทําให้คุณเห็นทุกมิติเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ร้อยเรียงและเชื่อมโยงจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน และที่สำคัญคือให้คุณได้ดาวน์โหลดได้ฟรี มาร่วมค้นหามนต์เสน่ห์ไปพร้อมกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม รอบเกาะรัตนโกสินทร์ที่ยังคงรอให้ทุกคนไปสัมผัสพร้อมกันในงาน “Cultural District เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 24 พฤศจิกายน ณ มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ และรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.0-2225-2777 ต่อ 410 หรือเข้าไปที่ www.museumsiam.org

  • ท่องเที่ยว & อาหาร,  สุขภาพ

    เมนูอาหารที่ผู้หญิงต้องมีไว้ในลิสต์

    ผู้หญิงเป็นเพศที่มีความซับซ้อนทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์เหวี่ยงขึ้นๆ ลง ๆ ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงทั้งช่วงวันนั้นของเดือน อารมณ์และร่างกายที่เปลี่ยนแปลงในช่วงที่เป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ หรืออารมณ์วัยทอง มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาหารก็เช่นเดียวกันถ้าเราเลือกอาหารที่เหมาะกับแต่ละภาวะอารมณ์และร่างกายก็จะทำให้ร่างกายมีภาวะที่สมดุลมากขึ้น และเป็นการรับมือที่ใครๆ ก็ทำได้ แพทย์แผนไทย คุณรินทร์ธนัน  จิตต์จงธรรม เจ้าของร้าน Ariya Organic Café  ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้แนะนำเมนูอาหารที่ผู้หญิงต้องมีไว้ในลิสต์ ดังนี้ เมนูเพื่อช่วงวันนั้นของเดือน ช่วงก่อนมีประจำเดือน ประมาณ 1 สัปดาห์ คุณผู้หญิงหลายคนอาจมีอาการไม่สบายกาย ไม่สบายอารมณ์ ท้องอืด บวม นอนไม่หลับ หงุดหงิด และในวันที่มีประจำเดือนเป็นช่วงวันที่ร่างกายมีการสูญเสียเลือดทำให้มีอาการปวดท้อง อ่อนเพลีย บางคนก็หิวบ่อย อาหารที่ดีมีประโยชน์ในช่วงนี้ ขอนำเสนอเป็นกลุ่มธัญพืช ด้วยถั่วและธัญพืชให้โปรตีนกับร่างกาย ผลไม้ เช่น กล้วย เพราะมีรสหวานลดภาวะอารมณ์ที่หงุดหงิดได้ดี มีโพแทสเซียมช่วยอาการอ่อนเพลีย รวมถึงผักใบเขียวที่มีธาตุเหล็กบำรุงเลือด เมนูที่นำเสนอ เป็นพาราไดซ์สลัด ซึ่งประกอบไปด้วยผักใบเขียว มะเขือเทศ ถั่วอัลมอนด์ พร้อมน้ำสลัดที่ทำจากถั่วอัลมอนด์ และธัญพืชที่ดีต่อสุขภาพ เมนูเพิ่มกรดโฟลิก เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ และเตรียมพร้อมเพื่อเป็นคุณแม่ ช่วยสร้างน้ำนมหลังคลอด ป้องกันการพิการแต่กำเนิดของทารก นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการรักษาภาวะซีด หรือโลหิตจาง เพราะกรดโฟลิกมีความสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง เมนูที่ช่วยเพิ่มกรดโฟลิกให้กับร่างกาย ควรเป็นเมนูที่มีผักใบเขียว แครอท อโวคาโด้ ฟักทอง ถั่ว ตับ ไข่แดง แคนตาลูป  อย่าง เมนูอโวคาโด้ดีไลท์สลัด จัดได้ว่าลงตัวเพรามีส่วนประกอบทั้ง อโวคาโด้ชิ้นเต็มเกือบทั้งลูก แครอท และผักใบเขียว พร้อมน้ำสลัดที่ไร้ครีมหรือมายองเนส ได้กรดโฟลิกเต็มที่ดีต่อสุขภาพ เมนูเสริมแคลเซียม เพื่อป้องกันกระดูกพรุน และเสริมความแข็งแรงให้กับกระดูก ทุกๆ วัยในผู้หญิงต้องการแคลเซียม แต่ละช่วงวัยก็จะต้องการปริมาณแคลเซียมที่แตกต่างกันไป วัยเด็ก เสริมแคลเซียมด้วยเมนูสวีทดีไลท์  เป็นเมนูอารมณ์ดีเหมาะสำหรับเด็กและทุกเพศทุกวัย  เพราะมีส่วนประกอบเป็นน้ำนมอัลมอนด์ ถั่วเหลือง ข้าวบาร์เล่ย์ ลูกมะเดื่อฝรั่ง และผลไม้อบแห้งอื่นๆ เด็กๆจะได้ขนมที่ดีมีประโยชน์ไม่หวานจนเกินไป บำรุงกระดูก และพัฒนาสมอง วัยทำงาน ต้องเป็น เมนูซูชิฟองเต้าหู้ เป็นอาหารที่รับประทานง่ายมีประโยชน์ต่อร่างกายให้พลังงานและแคลเซียมสูง ประกอบไปด้วยผักใบเขียวหลากชนิด และฟองเต้าหู้แบบเต็มคำ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซูชิรสชาติเด็ดเปรี้ยวจากมะนาวธรรมชาติเต็มๆลูก วัยเจริญพันธุ์ที่เตรียมตัวจะเป็นคุณแม่ต้องบำรุงด้วย เมนูสลัดเส้นหมี่ข้าวกล้องฟองเต้าหู้  ที่ประกอบไปด้วยแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ ทั้งเส้นหมี่ข้าวกล้อง ช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นตะคริว…

  • ท่องเที่ยว & อาหาร,  สุขภาพ,  เกษตร

    สวนสามพราน-มูลนิธิสังคมสุขใจ จัดงานครบรอบ 9 ปี ตลาดสุขใจ เผย 9 ปี สร้างเงินหมุนเวียนเป็นรายได้เกษตรกรอินทรีย์ และชุมชน มากกว่า 214 ล้านบาท เริ่มเปิดโซนวันธรรมดา ตั้งแต่ 11 พฤศจิกายน เป็นต้นไป

    ตลาดสุขใจ ในสวนสามพราน ภายใต้มูลนิธิสังคมสุขใจ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จัดงาน”ครบรอบ 9 ปี ตลาดสุขใจ” พร้อมเปิดแนวคิดการยกระดับตลาดสะท้อนการรวมกลุ่มของเกษตรกรอินทรีย์อย่างเข้มแข็งภายใต้ระบบการรับรองอย่างมีส่วนร่วม (PGS) การบริหารจัดการตลาดอย่างมีระบบและมีส่วนร่วม และสะท้อนการเติบโตของสังคมอินทรีย์โดยเฉพาะความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการวัตถุดิบอินทรีย์และการเรียนรู้มากขึ้น รวมถึงสะท้อนความต้องการของผู้ประกอบการ องค์กร ที่ต้องการมาเรียนรู้วิถีการดำเนินธุรกิจเกื้อกูลสังคม หรือสามพรานโมเดล ที่มีการเชื่อมโยงห่วงโซ่ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ของสวนสามพราน ที่นำไปสู่การเปิดตลาดสุขใจ การขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่องรวมถึงการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Thai Organic Platformเชื่อมโยงห่วงโซ่อินทรีย์ทั้งระบบ และให้ผู้บริโภคเข้าถึงสังคมอินทรีย์ และเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น ในงานครบรอบ 9 ปี ตลาดสุขใจ ที่จัดขึ้นในวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์และราษฎรอาวุโส มาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยมีคุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานมูลนิธิสังคมสุขใจ รายงานถึงความเป็นมาและก้าวสำคัญของตลาดสุขใจ นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ผู้ริเริ่มการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล เปิดเผยว่า ตลาดสุขใจเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2553 จนถึงวันนี้เป็นระยะเวลา 9 ปี แล้ว มีจำนวนผู้บริโภค มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดสุขใจมากขึ้นทุกปี โดยรวมระยะเวลา9 ปี จำนวนกว่า 833,000 คน สร้างรายได้ให้เกษตรกรอินทรีย์ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 16 กลุ่ม 180 ครอบครัว และชุมชนที่ได้เปิดพื้นที่เข้ามาจำหน่ายอาหารอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงิน หมุนเวียนในตลาดและเป็นรายได้ตรงถึงเกษตรกรอินทรีย์และชุมชนตลอดระยะเวลา 9 ปี รวมมูลค่าประมาณ 214 ล้านบาท เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ ยังได้ เล่า ถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดสุขใจ ในปี 2562 ซึ่งมีการปรับพื้นที่ตลาดสุขใจใหม่ และดำเนินการจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ว่านอกจากการปรับพื้นที่แล้ว ในส่วนคุณภาพมีการยกระดับความเป็นอินทรีย์ และการจัดพื้นที่เพื่อสะท้อนการทำงานร่วมกันของกลุ่มเกษตรกรภายใต้ระบบการรับรองอย่างมีส่วนร่วม “เราปรับพื้นที่บริเวณตลาดสุขใจใหม่ ให้เชื่อมโยงกับโซน Patom Organic Village และกิจกรรมในสวนสามพราน ซึ่งมีการขับเคลื่อนสามพรานโมเดล เพื่อให้ทุกคนเห็นความเชื่อมโยงของเส้นทางวัตถุดิบและอาหารตั้งแต่ต้นทางการผลิต การแปรรูป และมาสู่ผู้บริโภคที่ตลาดสุขใจ โดยจากการปรับปรุงนี้ทำให้ผู้บริโภค ได้รับความสะดวกในการซื้อสินค้า รวมถึงได้เห็นการขับเคลื่อนเกษตรกรอินทรีย์ ที่แต่ละร้านจะมีป้ายชื่อกลุ่มเกษตรกร รวมถึงใบประกาศข้อตกลงร่วม (PGS) ของทั้งตลาดสุขใจและของกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์…

  • ท่องเที่ยว & อาหาร,  ประชาสัมพันธ์,  สังคม

    เอส แอนด์ พี เดินหน้าธุรกิจยั่งยืน คว้ารางวัลแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม

    “เอส แอนด์ พี” ตอกย้ำความเป็นผู้นำแบรนด์อาหารไทยยั่งยืน ด้วยการดำเนินธุรกิจบนหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับสากล ตามเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมาย 5 ข้อ ได้แก่ การขจัดความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน (Zero Hunger) การรับรองการมีสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนทุกช่วงอายุ (Good Health and well-being) ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุมและยั่งยืน การจ้างงานที่มีคุณค่า (Decent Work and Economic Growth) การรับรองแผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) และสร้างพลังแห่งการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระดับสากลต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals) ด้วยความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานความยั่งยืนนี้เอง ทำให้ บริษัท เอส แอนด์ พี  ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลและประกาศนียบัตรด้านความยั่งยืนหลากหลายรายการ มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ. เอส แอนด์ พี ซินดิเคท กล่าวว่า “เอส แอนด์ พี มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอาหารไทยใส่ใจสุขภาพ พร้อมผลักดันกลยุทธ์แบรนด์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการเดินหน้าปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ โดยปัจจุบัน เอส แอนด์ พีได้เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษ และหลอดพลาสติกย่อยสลายได้ รวมถึงกล่องบรรจุอาหารและขนมหลายรายการ ซึ่งในปีที่ผ่านมา เอส แอนด์ พี สามารถลดการใช้พลาสติกไปแล้วกว่า 100 ตัน พร้อมตั้งเป้ายกเลิกการใช้ถุงหูหิ้วพลาสติกภายในปี 2565  เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม หวังปลุกสำนึกรักษ์โลกให้กับคนรุ่นใหม่ รวมไปถึงการเลือกใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นที่ปลอดภัย ไม่มีสารพิษ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกรไทย และสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้บริโภค อีกทั้ง ยังเพิ่มทางเลือกอาหารสุขภาพให้แก่ผู้บริโภค อาทิ เมนูโซเดียมต่ำ เบเกอรี่สูตรหวานน้อย เจลลี่สูตรหญ้าหวาน ตลอดจนปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีของเหลือทิ้งเป็นศูนย์ (Zero Waste) อีกด้วย” ทั้งนี้ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น   (Prime Minister’s Export Award :…