• ผสมโรง,  ศิลปะ-การแสดง-ดนตรี-บันเทิง,  สตรี-แฟชั่น,  หนังสือน่าอ่าน

    อ่านหนังสือ รอดูละคร

    คอลัมน์ผสมโรง สันต์ สะตอแมน             Satorman_1@yahoo.co.th ////////// มีคนมาถาม.. “บุพเพสันนิวาส” ภาค 2 ที่เขียนโดย “รอมแพง” บทโทรทัศน์ไม่ได้เขียนโดย “ศัลยา” เหรอ?..ก็ได้แต่ “แบะๆ” เพราะไม่รู้-ไม่ได้ตามข่าว! ทีนี้..ก็เป็นเรื่องที่ตัวเองจะต้องค้นคว้าหาข้อมูล อย่างน้อยในฐานะเป็นแฟนละคร “บุพเพสันนิวาส” ด้วยคนหนึ่ง ซึ่งการค้นหานั้นก็ไม่ยากลำบากอะไร.. แค่พิมพ์ชื่อ “รอมแพง” ลงในกูเกิ้ล สิ่งที่ต้องการก็ปรากฏให้เห็น คือ..เดือนที่แล้วนี่เอง คุณจันทร์ยวีร์ สมปรีดา หรือนามปากกา “รอมแพง” ได้แจ้งถึงแฟนคลับทางเฟซบุ๊ก และ “โพสต์ทูเดย์” ก็ได้หยิบมารายงานต่อว่าอย่างนี้.. มาแล้วจ้า “รอมแพง” เผย  “พรหมลิขิต ภาค 2” ของละคร “บุพเพสันนิวาส” เสร็จแล้ว เตรียมให้แฟนนิยายได้ติดตามอ่าน หลังที่สร้างกระแสฟีเว่อร์ไปทั่วบ้านทั้งเมืองสำหรับละคร “บุพเพสันนิวาส” ในที่สุดแฟนๆ ไม่ต้องรอต่อไปแล้วเพราะภาคต่อของละครในชื่อเรื่อง “พรหมลิขิต” ได้พร้อมวางขายให้ทุกคนอ่านกันแล้ว ล่าสุดทางเฟซบุ๊กของ “รอมแพง” ผู้ประพันธ์บทเรื่องนี้ ได้ออกมาเผยบางตอนให้แฟนคลับได้อ่านเรียกน้ำย่อยกันไป ซึ่งได้กระแสตอบรับดีมาก จนทุกคนนั้นรออ่านแบบเต็มเรื่อง และตอนนี้บทละคร “พรหมลิขิต” ก็ได้เขียนจบแล้ว และจะเปิดให้จองที่ร้านหนังสือชั้นนำ…… ครับ..ก็คงประโยค “และตอนนี้บทละครพรหมลิขิต ก็ได้เขียนจบแล้ว” กระมัง คนเลยสงสัยแล้วไปถามเอากับผม ซึ่งอ่านจากเนื้อข่าว ผมเดาเอาว่าน่าจะหมายถึงนิยายเรื่อง “พรหมลิขิต” เขียนจบแล้ว คงไม่ใช่ “บทละครโทรทัศน์” และหากบรอดคาสท์ฯ นำมาสร้างเป็นละครภาคต่อจาก “บุพเพสันนิวาส” โดยคุณภวัต พนังคศิริ ยังเป็นผู้กำกับฯ.. ผู้เขียนบทโทรทัศน์ ก็น่าจะเป็น “ศัลยา” คนเดิม! เพราะแม้ “บุพเพสันนิวาส” ที่อัดแน่นอยู่ในเล่มหนังสือจะสนุกสนาน อ่านด้วยความเพลิดเพลินก็จริง แต่หากไม่ได้มือเขียนบทละครอย่าง “ศัลยา” มาเติมแต่งสีสัน.. อรรถรสของละครก็อาจจะไม่โดดเด่น-ดึงดูด ให้เป็นที่ชื่นชอบของคนดู จนกลายเป็น “ละครแห่งชาติ” อย่างที่ไม่เคยปรากฏ! นี่จะถูก-ผิดก็คอยฟังดู ว่าแต่ว่า..แฟนๆของ “รอมแพง” ได้สั่งซื้อ-สั่งจอง “พรหมลิขิต” กันรึยังล่ะ? หรือจะรอไปซื้อใน “งานหนังสือ” ที่เมืองทองต้นเดือนตุลาก็ได้ เผื่ออาจจะได้เสวนากับคนเขียน พร้อมด้วยลายเซ็นสวยๆ ผมเองตั้งใจจะเอาแบบ “บ็อกเซ็ท” ที่มีบุพเพสันนิวาส+พรหมลิขิต+กล่อง เห็นว่าตั้งราคาไว้แค่ 585บาท ไม่ถูกมาก แต่ก็..…

  • ประชาสัมพันธ์,  ศิลปะ-การแสดง-ดนตรี-บันเทิง,  สังคม,  หนังสือน่าอ่าน

    บันทึกของซายูริ “ซายูริ ซากาโมโตะ” นักเขียนไทย อายุ 10 ขวบ

    ซายูริ ซากาโมโตะ นักเขียนเด็กไทย อายุ 10 ขวบ เป็นสมาชิกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยฯ ขณะนี้เรียนหนังสือขั้นประถมศึกษาปีที่ 5 อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และในฐานะนักเขียน การบ้านส่งครูระหว่างปิดเทอมที่ผ่านมา คือ ความแตกต่างของร้านหนังสือกับห้องสมุด ในสถานที่ต่างๆ กัน ของตำบลในโตเกียว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ร้านหนังสือและห้องสมุด ในท้องถิ่นของประเทศไทย คะแนนที่ได้จากครู คือ “ดีมาก ความคิดดีมาก” ซายูริ ซากาโมโตะ เป็นนักเขียนของสำนักพิมพ์ผีเสืื้อ ประวัติ และผลงาน ของ น้อง “ซายูริ ซากาโมโตะ” เป็นนักเขียนเด็กคนแรก ในรอบ 44 ปี ที่ได้รับรางวัลประกวดหนังสือดีเด่น ซึ่งจัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ เป็นครั้งแรกที่เด็กอายุ 8 ขวบได้รางวัลนี้ นับแต่ก่อตั้งรางวัลเป็นต้นมา “ซายูริ ซากาโมโตะ” เขียนเรื่องและวาดรูปประกอบเอง รวมทั้งออกแบบรูปเล่มหนังสือเองด้วย เหนืออื่นใด ได้รับรางวัลชนะเลิศ “หนูอยากให้ทุกคนคิดถึง สมุดบันทึกที่แสนดี พาสมุดบันทึกเที่ยว พาไปเรียน พาไปทำงาน พาเข้าไปทุกที่ที่เราไป จดบันทึกโลกของเราสมุดบันทึกจะเห็น จะรู้แล้วไม่มีวันลืม ความสวยงามของโลก” หนังสือ “บันทึกส่วนตัวของซายูริ” นี้ต้นฉบับมาจากสมุดบันทึก กำลังแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น และสเปน

  • ประกาศ,  ประชาสัมพันธ์,  หนังสือน่าอ่าน

    SET เยาวชนดนตรีฯ ปี 2562 เฟ้นหาสุดยอดเยาวชนดนตรีทั่วประเทศ

    ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดประกวด SET เยาวชนดนตรีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 22 ประจำปี 2562 ด้วยเอกลักษณ์ของการประกวดที่เปิดรับเครื่องดนตรีทุกชนิดที่ไม่ใช้ไฟฟ้าและการขับร้อง มุ่งส่งเสริมศักยภาพทางดนตรีแก่เยาวชนไทยที่สนใจและรักในเสียงดนตรี ได้แสดงความสามารถอย่างสร้างสรรค์ ในปีนี้มุ่งขยายฐานเยาวชนในภูมิภาคผ่านเครือข่ายด้านดนตรีและสื่อดิจิทัลให้เข้าร่วม ชิงรางวัลรวมกว่า 1.8 ล้านบาท เปิดรับผลงานตั้งแต่วันนี้ถึง 1 ต.ค. นี้ นางสาวนพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาเพื่อสังคมและสื่อสารองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนในหลายมิติ ทั้งการส่งเสริมความรู้ด้านการออมและการบริหารการเงิน และความสามารถทางกีฬาและดนตรี โดยเฉพาะการส่งเสริมความสามารถทางดนตรีทำให้เยาวชนมีการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ โดยได้ร่วมกับวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดโครงการประกวด SET เยาวชนดนตรีแห่งประเทศไทยต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 22 เพื่อเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาความสามารถอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่เวทีใหญ่ในระดับสากล สอดคล้องกับแนวทางดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งมั่นพัฒนาตลาดทุนให้เป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน ภายใต้วิสัยทัศน์ “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone”  “การประกวดในปีนี้ ยังคงเอกลักษณ์ของการประกวดความสามารถทางดนตรีที่เปิดกว้างมากที่สุด ในการรับเครื่องดนตรีทุกชนิดที่ไม่ใช้ไฟฟ้าและการขับร้อง โดยได้มุ่งขยายฐานเยาวชนในหลายจังหวัดผ่านเครือข่ายด้านดนตรีของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ผนวกกับการสร้างแรงบันดาลใจในการส่งผลงานเข้าประกวดแสดงความสามารถทางดนตรีผ่านสื่อดิจิทัลที่เข้าถึงกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ในท้องที่ได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น” นางสาวนพเก้ากล่าว นายณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ดนตรีเป็นเรื่องของจิตใจ ต้องพัฒนาไปพร้อม ๆ กับร่างกาย โดยเยาวชนดนตรีที่เข้าร่วมการประกวดจะได้รับประสบการณ์ ซึ่งเปรียบเสมือนบทเรียนที่สำคัญบทหนึ่งของชีวิตที่ช่วยให้เยาวชนได้พัฒนาตนเอง ไม่ว่าจะชนะหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้ไฮไลท์การประกวดปีนี้ เน้นให้ผู้เข้าชมการประกวดมีส่วนร่วมในการประกวดด้วย โดยจะนำคะแนน Popular Vote มาร่วมพิจารณาด้วย นอกจากนี้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม จะมีการเชิญนักเรียนผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มผู้สูงอายุจากบ้านพักคนชราต่าง ๆ เข้าชมการประกวดต่อยอดการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อสังคมของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมของไทยให้ดีขึ้นด้วย” โครงการประกวด SET เยาวชนดนตรีแห่งประเทศไทย ตลอด 21 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างโอกาสให้กับเยาวชนกว่า 10,000 คน ฝึกความสามารถตั้งแต่การอัดคลิป ส่งผลงานในรอบคัดเลือก จนถึงการแสดงบนเวทีในรอบรองชนะเลิศและชิงชนะเลิศ   ในจำนวนนี้มีเยาวชนหลายคนที่ก้าวเข้าสู่อาชีพด้านดนตรีทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ อาทิ นางสาวพิจาริน วิริยะศักดากุล ที่ได้รับทุนการศึกษาต่อในสาขาขับร้องที่ University of Music and Performing Arts Vienna ประเทศออสเตรีย นายนำภาค ศรีบัณฑิตมงคล ซึ่งปัจจุบันเป็นนักดนตรีประจำวงออเคสตร้าสัญชาติจีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย นายเอกชัย เจียรกุล ที่ไปประสบความสำเร็จในหลายเวทีระดับโลก ขอเชิญชวนสถาบันการศึกษา ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา หรือโรงเรียนดนตรี โดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งที่เปิดสอนในสาขาดนตรีส่งนักเรียน นิสิต นักศึกษา และเยาวชนที่สนใจ ร่วมแสดงผลงานได้ตั้งแต่วันนี้-1 ตุลาคม 2562 รายละเอียด เพิ่มเติมที่ www.music.mahidol.ac.th/setหรือสอบถามโทร 0-2800-2525 ต่อ 3117, 3109

  • สุขภาพ,  หนังสือน่าอ่าน

    นิตยสาร “ชีวจิต” เปิดครัว 4 กูรูโฮมเมดคนเมือง

    นิตยสารชีวจิต ฉบับ 1 สิงหาคม 2562 ปักษ์ฉบับวันแม่ นำเสนอเรื่องราวของ “ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล” คุณแม่ยังสาว ที่ลุกขึ้นมาปฏิวัติดูแลสุขภาพของตัวเอง ฟิตหุ่นปัง แถมสุขภาพแข็งแรง เพื่อลูกชายและคุณสามีที่รัก พร้อมแบ่งปันเคล็ดลับดูแลสุขภาพของตัวเอง และวิธีการลดหุ่น บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ “กินอาหารเป็นยา” เริ่มด้วย Green Cuisine เปิดครัว 4 กูรูโฮมเมดคนเมือง ปรุงเมนูอร่อยป้องกันมะเร็ง หัวใจ เบาหวาน ความดัน ช่วยลดค่าใช้จ่าย และทำเป็นอาชีพเสริมได้ด้วย “Local remedy” เนียมหูเสือสลายหวัด ต้านเจ็บคอ สยบแบคทีเรียฤดูฝน เปิดตำรับยาดีวิถียอง บำรุงเลือดแก้ปวดหัว กับ “Traditional healing” พิเศษเคล็ดลับหน้าฝนกับ “Incredible way” ดับกลิ่นเต่าหน้าฝนด้วยโบท็อกซ์ เคลียร์ทุกปัญหาคาใจโรคซึมเศร้ากับ “Deposing depression” พลาดไม่ได้กับโรคใหม่ที่เป็นภัยเงียบต้องระวัง “วัณโรคหลังโพรงจมูก” และเนื้อหาน่ารู้อื่นๆ เพื่อการดูแลสุขภาพที่ทำตามง่ายๆ และเห็นผลได้จริง นิตยสารชีวจิต ฉบับ 1 สิงหาคม 2562 วางแผงแล้ว ที่ร้านนายอินทร์ และแผงหนังสือชั้นนำ หรือทาง www.goodlifeupdate.com และ facebookนิตยสารชีวจิต  

  • หนังสือน่าอ่าน,  เปลว สีเงิน-คนปลายซอย

    “เลี้ยงลูกสไตล์อิสราเอล”

    วันนี้ไม่คุย…… อ่านรื่องที่ “เจ้าหญิง ราพันเซล” นำจากห้องสมุดฟลิ้นท์ ปี 2018 มาโพสต์ เรื่อง #การสอนลูกแบบยิวให้เป็นเศรษฐี ต้องอ่าน เพื่ออยู่ในรอยต่อศตวรรษอย่างผู้ชนะ #การสอนลูกแบบยิวให้เป็นเศรษฐี เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงของหญิงชาวจีนเชื้อสายยิวท่านหนึ่ง ในปี 1992 ตอนที่ฉันตัดสินใจย้ายจากเมืองจีนไปปักฐานใหม่ยังอิสราเอล ลูกชายคนโตอายุ 13 ลูกชายคนที่สองอายุ 12 ส่วนลูกสาว คนเล็ก 10 ขวบ ฉันให้ลูกๆ อยู่เมืองจีนไปก่อน ที่ตัดสินใจย้ายไปอิสราเอลตอนนั้น ก็เพราะทนอยู่สภาพเดิมๆ ไม่ได้แล้ว พ่อของฉันเป็นชาวยิวขนานแท้…….ย้ายหนีสงครามโลกครั้งที่ 2 มาอยู่เมืองจีน แต่งงานกับแม่ฉันซึ่งเป็นหญิงจีน หลังฉันเกิดไม่นาน แม่ก็ทิ้งพวกเราสองพ่อลูกไป พ่อฉันเสียตอนฉันอายุ 12 ฉันกลายเป็นเด็กกำพร้าเต็มตัว พอโตขึ้น ฉันได้ทำงานในโรงงานถลุงเหล็ก หลังแต่งงานก็มีลูก 3 คน แต่แล้ว สามีก็ทิ้งพวกเราไป มันเป็นความทรงจำที่เต็มไปด้วยความขมขื่น พอดีเป็นช่วงเวลาที่จีนกับอิสราเอลเปิดสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศขึ้นมา ด้วยจิตใจที่อยากหนีให้พ้นๆ จากดินแดนแห่งความทุกข์ใจ ฉันเลยกลายเป็นพวกอพยพกลุ่มแรกที่ขอย้ายจากจีนไปอยู่อิสราเอล ตอนถึงอิสราเอลใหม่ๆ ความเป็นอยู่ยากลำบากกว่าอยู่ในเมืองจีนเสียอีก ฉันเข้าใจภาษาอิสราเอลเพียงเล็กน้อย ฉันไม่รู้จักใคร บ้านเมืองก็ไม่คุ้นเคย เลยไม่ทราบว่าจะเริ่มทำมาหากินอะไร เงินที่พกติดตัวไปจากเซี่ยงไฮ้คงพอยาไส้ได้สักสามเดือน แต่ฉันมุ่งมั่นว่าต้องหาวิธีอยู่ให้รอด และจะต้องรับลูกๆ มาอยู่กับฉันให้ได้ ฉันเริ่มเรียนภาษาเพื่อสื่อสารให้รู้เรื่อง แล้วฉันก็ตัดสินใจตั้งแผงริมถนนขายเปาะเปี๊ยะทอดยึดเป็นอาชีพไว้ก่อน วันๆ จะมีกำไรสิบกว่าซิเกิล (หนึ่งซิเกิลเท่ากับเก้าบาทไทยโดยประมาณ) พอการค้าเล็กๆ น้อยๆ ของฉันพอจะพึ่งพาได้ เดือนพฤษภาคมปี 1993 ฉันรับลูกทั้งสามคนมาอยู่ด้วยกันที่อิสราเอล ตอนอยู่ที่เมืองจีน แม้จะลำบากแค่ไหนก็ตาม แต่ฉันไม่เคยให้ลูกๆต้องลำบากด้วย พอมาอยู่ที่นี่ ฉันก็ยังคงเลี้ยงลูกในแบบเดิมๆ ซึ่งมันก็คงไม่ต่างจากคนจีนทั่วไป พอวันหลังๆ จากลูกๆ ไปโรงเรียน ฉันก็จะขายเปาะเปี๊ยะทอดของฉันไป พอตกบ่ายเลิกเรียน พวกเขาก็จะมาหาฉันที่แผง ฉันก็จะเก็บร้านเลิกขาย แล้วเริ่มหุงหาอาหารมื้อเย็นให้ลูกๆ ได้กินกัน มีอยู่วันหนึ่ง ตอนที่กำลังเตรียมปรุงบะหมี่ให้ลูกๆ เพื่อนบ้านคนหนึ่งเดินมาหาพวกเรา แล้วก็ชี้หน้าลูกชายคนโตพร้อมตำหนิว่า “แกเป็นเด็กโตแล้ว ทำไมไม่ช่วยแม่ทำงานทำการบ้าง อย่าทำตัวเหมือนขยะไร้ค่า” แล้วเธอก็หันมาต่อว่าฉัน “อย่าเอารูปแบบผิดๆ ที่พกพาจากเมืองจีนมาเผยแพร่ที่นี่ อย่าคิดว่าสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่เป็นความรักที่ถูกต้อง” คำพูดของเธอทำพวกเราตกใจมาก เป็นการทำร้ายจิตใจที่ดูโหดร้าย พวกเรารู้สึกแย่เอามากๆ เมื่อกลับถึงบ้าน ฉันได้แต่ปลอบลูกชายคนโตว่า “ไม่เป็นไรนะลูก แม่ทนได้ แม่รับไหว แม่มีความสุขที่ได้ดูแลลูกๆ ทุกคน ขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดีที่สุดก็พอแล้ว” “แต่ว่า….”…