• ผสมโรง,  ศิลปะ-การแสดง-ดนตรี-บันเทิง

    องค์กรคนทำหนังไทยอยู่ไหน?

    ผสมโรง สันต์ สะตอแมน เฝ้าชะเง้อรอมาหลายเพลาแล้ว.. วันนี้-14 พฤศจิกา ได้ฤกษ์เสียที ที่ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “จอมขมังเวทย์ 2020”จะได้เข้าโรงฉาย! ซึ่งแค่ชื่อก็พอจะเดาออก เป็นหนังแนวไหน-ประเภทไหน ยิ่งหากคนที่เคยผ่านตามาแล้วเมื่อ10กว่าปีก่อน ยิ่งต้องรู้ถึงรสชาติของหนังเรื่องนี้เป็นอย่างดี.. โดยฝีมือของผู้กำกับหน้าเดิม-คนเดิม คือ..คุณปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์! จากตัวอย่าง-ทีเซอร์ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้า ทั้งหน้าจอใหญ่ในโรงหนัง และจอเล็กตามยูทูบ เท่าที่สดับตรับฟังก็มีทั้งเสียงชื่นชอบ ทั้งเสียงบ่น ส่วนตัวผมที่ค่อนข้างถูกจริตกับหนังแอ็คชั่น ก็แน่ล่ะ.. ย่อมอยากดูอยากเห็นจนถึงขั้นชะเง้ออย่างที่กล่าวแต่ต้น! อีกอย่าง นอกจากผมจะไว้ใจในตัวผู้กำกับฯ ผมยังมั่นใจคุณอดิเรก วัฏลีลา ที่ทำหน้าที่ “โปรดิวเซอร์” ว่าจะต้องควบคุมอย่างเข้มข้นที่จะไม่ให้ “จอมขมังเวทย์”ภาคนี้.. ด้อยไปกว่าจอมขมังเวทย์เมื่อ 14 ปีก่อน! ยิ่งประทับตราบริษัทผู้สร้างอย่าง “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” ด้วยแล้ว ผมไม่มีอะไรที่จะให้รู้สึกลังเลที่จะดูหนังเรื่องนี้ เพราะยี่ห้อ “สหมงคลฟิล์ม” กับหนังแอ็คชั่นดูจะถูกโฉลกเป็นของคู่กันมานับตั้งแต่เรื่อง“องค์บาก” ที่สร้างชื่อเสียงให้ “พนม ยีรัมย์” หรือ “โทนี่ จา” โด่งดัง..  เป็น “ยอดพระเอกนักบู๊” ระดับโลกมาจวบทุกวันนี้! และยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความเป็นแฟนของคุณนก ฉัตรชัย และคุณนก สินชัย เปล่งพานิช เมื่อทั้งคู่หวนคืนจอหนัง ก็คล้ายพลังแม่เหล็กดึงดูดใจ..ไม่ดูไม่ได้แล้ว! ก็..ไม่ได้จะโฆษณาหนัง หรือถ้าจะเข้าใจเป็นอย่างนั้น ผมก็เห็นจะไม่เถียง เพียงแต่ที่หยิบยก “จอมขมังเวทย์” มาคุยมาบอกเล่า เจตนาก็เพื่อ จะเป็นกำลังใจให้กับคุณปิยะพันธุ์ ที่แม้ผมจะไม่สนิทคุ้นชิน แต่พอจะรับรู้ได้ถึงความ “ตั้งใจ” อย่างมุ่งมั่น-ทุ่มเทกับหนังเรื่องนี้ของเขา จึงอยากให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ “รางวัล” ที่จะได้รับบนเวที.. หากหนังควรจะมีกำรง-กำไร เพื่อนายทุน-ผู้สร้างจะได้มีกำลังทรัพย์-กำลังใจ และว่าจ้างคุณปิยะพันธุ์ สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพดี ออกมาให้ดูกันต่อๆไป! เท่าที่รู้-อย่างที่เห็น เวลาผู้สร้างก็ดี ผู้กำกับก็ดี เริ่มที่จะพากันถอดใจ เพราะถึงจะมีความพยายาม ความตั้งใจที่จะทำหนังให้ออกมาดี ให้ถูกรสนิยมของผู้ชมแค่ไหน-อย่างไร.. รายได้หนังไทยก็ยังไม่ค่อยจะสู้ดี แถมบางเรื่องก็ขาดทุนป่นปี้ แล้วอย่างนี้ผู้สร้างจะเอาแรง-เอาทุนที่ไหนมาทำหนัง? นี่..พูดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถามหา “สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ” ที่รับรู้กันว่า ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นที่พึ่งพาให้กับคนทำหนังไทย.. จะไม่คิด-ไม่หืออืออะไรเลยรึ?

  • การเมือง-เศรษฐกิจ,  ผสมโรง

    ไม่อยากเป็นก้างขวางคอ?

    ผสมโรง สันต์ สะตอแมน ข่าวไทยโพสต์ ออนไลน์เมื่อวาน.. ท่านผู้อ่านจะมีความรู้สึกเหมือนผมหรือไม่ไม่ทราบ คือผมอ่านไปก็ให้รู้สึกเหมือนดูละครรัก-แฟมิลี่อะไรประมาณนั้น ก็..ดู (อ่าน) ตามที่ข่าวรายงานซิ..หลังนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Watana Muangsook ถึงญัตติขอตั้งกรรมาธิการศึกษาหลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย พร้อมเผยว่าได้รับคำสั่งจากคนแดนไกลซึ่งติดตามการทำงานของผมมาตลอดให้ “สู้” เลยส่งคำสั่งมาให้แฟนเพจดูเป็นหลักฐานนั้น นายวัฒนาได้โชว์การแชทกับลูกสาว โดยมีข้อความจากลูกสาวนายวัฒนาระบุว่า สู้!!!!!  ซึ่งนายวัฒนาตอบว่าสู้แน่นอน พ่อใครวะ หนีได้เหรอ ลูกสาวนายวัฒนาโพสต์บอกว่า อาจารย์เขาบอกว่าสายบู๊ รู้เลยใคณ ขณะที่นายวัฒนาโพสต์กลับว่า ดูแลตัวเองครับ ปิดเทอมเจอกัน พ่อจะโพสต์ว่าคนแดนไกลสั่งให้สู้ โพสต์ของนายวัฒนา ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดย น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ ‘โบว์‘ แนวร่วมพรรคฝ่ายค้าน อดีตคนรักของนายวัฒนา ได้นำไปแชร์ต่อในเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana พร้อมระบุข้อความว่า  “ที่สุดกำลังใจของพ่อแม่ก็คือลูก” ตัดมาอีกฉาก เอ๊ย เปิดมาอีก ข่าว..ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง  หรือหมวดเจี๊ยบ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุโลเคชั่นอยู่ที่้บ้านว่า ความสุขที่เรียบง่ายของมนุษย์ คือการอยู่บ้านฉลองวันเทศกาลร่วมกับคนในครอบครัวจริงมั้ยคะ..? เมื่อคืน .. ทุกๆ ท่านพาคนในครอบครัวไปฉลองลอยกระทงที่ไหนกันบ้าง สุขสันต์วันลอยกระทง’62 แด่ทุก ๆ ครอบครัวค่ะ ที่น่าสนใจมี  น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ ‘โบว์‘ แนวร่วมพรรคฝ่ายค้าน เข้าไปโพสต์ข้อความว่า.. “เมื่อคืนโบว์ไปกินอาหารแถวบ้านกับพี่ไก่ ว่าจะชวนพี่เจี๊ยบก็ลืม แต่สงสัยไปลอยกระทงไกล ไว้เทศกาลหน้านัดกันนะคะ” Be happy every day 💝☺️ เห็นมั้ย? มันให้อารมณ์-ความรู้สึกเหมือนนอนดูละครเลย..ซึ่ง “พี่ไก่” ก็หมายถึงคุณวัฒนา เมืองสุข และ “พี่เจี๊ยบ” ก็น่าจะรู้จักดี เพราะไม่ได้ถามต่อว่า “พี่ไก่ไหน”? แต่ที่ว่า.. “ว่าจะชวนพี่เจี๊ยบก็ลืม” ถ้าเป็นผมก็คงจะมีน้อยใจบ้างเป็นธรรมดา และหวังว่าจะไม่มีใครมาแก้ตัวกับผมด้วยประโยคนี้ โดยเฉพาะคนที่รักใคร่ชอบพอกัน.. เพราะฟังแล้ว รู้สึกคล้าย..ไม่จริงใจ! ไม่ชวนก็ไม่ได้โกรธ และยิ่งหากรู้ว่าคนที่จะชวน เขาไปกินไปดินเนอร์กันสองต่อสองตามประสาคนรัก-คนรู้ใจด้วยแล้ว ถึงชวนผมก็จะปฏิเสธ และยิ่งไปกว่านั้น หากผมแอบสนใจ หรือแอบรักผู้หญิงคนนั้นอยู่ด้วย ไม่ว่าจะฝ่ายชาย-ฝ่ายหญิงชวน ผมยิ่งจะขอบาย.. เหตุผล..หนึ่งทำใจไม่ได้ กับสอง.. จะไปนั่งเป็นก้างขวางคอเขาทำไม?

  • การเมือง-เศรษฐกิจ,  ผสมโรง

    เสี่ยง..เพราะความดื้อรั้น?

    อยู่เป็น หรืออยู่ ไม่ เป็น..นั่นเรื่องของ “ทอน”! แต่..ถ้า “อยู่” แล้วสร้างแต่ความวุ่นวาย-แตกแยกในสังคม-ประเทศชาติไม่เว้นว่าง อยากถามนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เหมือนกัน.. จะอยู่-เล่นการเมืองไปหาพระแสงของ้าวอะไร? ตั้งสติ..สูดลมหายใจลึกๆ แล้วค่อยๆคิดทบทวนดูสิว่า ตั้งแต่ก่อนและหลังก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา ปัญหาสารพัดที่ถาโถมใส่ ใครหน้าไหนล่ะเป็นผู้ก่อ.. ไม่ใช่ “ทอน บุตร ช่อ” ดอกรึที่วันๆขยันหาเรื่องใส่ตัว ซ้ำรวมหัวสุมไฟ-ใส่ฟืน จ้อง “พลิกฟ้า คว่ำแผ่นดิน”? การเปลี่ยนแปลงประเทศน่ะไม่มีใครขวาง ใครว่า หากการเปลี่ยนแปลงนั้น นำไปสู่สิ่งที่ดี ที่สำคัญต้องเป็นไปโดยความสมัครใจพร้อมเพรียงของคนทั้งชาติ ไม่ว่าจะรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ และไม่จำเป็นต้องเร่งรีบร้อนดังที่ทอน บุตร ช่อ กำลังดำเนินการ เพราะงานในสภาของคนทั้ง 3 จะว่าไปแล้วก็แค่ “เด็กอนุบาล” ยังต้องศึกษา เรียนรู้-บ่มเพราะประสบการณ์อีกมาก.. ขนาดนักการเมืองรุ่นพี่-รุ่นพ่อที่มีอุดมการณ์ “เปลี่ยนแปลงประเทศ” อยู่ในหัวมายาวนาน ยังต้องรอหาจังหวะ-โอกาสด้วยความอดทน จนบางคนก็ “ทนอด” เพราะหมดวาสนาในอำนาจ-บารมี! เชื่อเถอะ..สำหรับประเทศนี้แล้ว ไม่ว่าจะ “อยู่เป็น” หรือ “อยู่ ไม่ เป็น” ทุกคนต่างก็อยู่กันไปได้ตามอัตภาพ นอกเสียจากบางคนที่มีเจตนามุ่งจะทำร้าย ทำลายประเทศชาติให้ย่อยยับ.. นั่น..ก็อาจจะอยู่ยาก จนต้องจากบ้านจากเมืองไป! แล้ว ทอน บุตร ช่อมีเจตนาต่อประเทศนี้อย่างไรย่อมจะรู้อยู่แก่ใจ..ไม่มีอำนาจปืน อำนาจรถถัง อำนาจยุติธรรม อำนาจตำรวจ อำนาจทุน หรืออำนาจอันใดดอก ที่จะทำลาย “อนาคตใหม่”ได้.. มีแต่ “ทอน บุตร ช่อ” นี้แหละที่ทำลายตัวเองมาตลอด นั่นด้วยเพราะมัวแต่..  “เอาความดื้อรั้นของตัวเองเป็นความถูกต้อง จึงไม่อาจเห็นว่าทั้งชีวิตทำผิดอะไรบ้าง” ดังวาทะ–คมคำของ “ดังตฤณ”! และไหนๆก็ยกวาทะ “ดังตฤณ” มาใช้แล้ว ก็ขออนุญาตนำมาทิ้งท้ายไว้ตรงนี้อีกนิด เผื่อบางที่จะช่วยสะกิดใจใครต่อใครได้คิดได้ตรึกตรอง.. โลกไม่ตามใจเรา.. แม้เราอยากเห็นแต่คนดี ทว่าโลกมีแต่คนเลวให้ดู เราก็ต้องดู และรู้ว่าเราเป็นหนึ่งในนั้นไหม โลกไม่ตามใจเรา แม้เราอยากพบแต่คนมีเหตุผล ทว่าโลกมีแต่คนเอาใจตนเป็นใหญ่ เราก็ต้องทน และไม่หลงเอาแต่ใจตนตามเขา ครับ..ถ้าเพลาๆความดื้อรั้นของตังเองลงเสียหน่อย บางทีจะได้ไม่ต้องมีแคมเปญ.. “อยู่ ไม่ เป็น” ให้เสี่ยงต่อความวุ่นวายหรอกนะ..ทอน!

  • ผสมโรง,  ศิลปะ-การแสดง-ดนตรี-บันเทิง

    ประจานตัวเองทำไม?

     ผสมโรง สันต์ สะตอแมน #ไม่ซิงละนะ แฮชแท็กนี้ คงไม่ได้หมายจะบอกกับใครคนใดคนหนึ่ง หรือเพศใดเพศหนึ่ง แต่น่าจะหมายถึงทุกคนทุกเพศที่ได้ดู-ได้เห็นทั้งจากไอจีส่วนตัวและจากสื่อที่นำมาเผยแพร่ต่อ และผมก็เป็นคนหนึ่งที่พลอยได้รู้-ได้เห็น (ภาพ) ไปกับเขาด้วยเหมือนกันว่า.. “ปุ้มปุ้ย” หรือ “พรรณทิพา อรุณวัฒนชัย” ลูกครึ่งไทย-จีน เมียของ “กวินท์ ดูวาล” อดีตวง 3.2.1. ที่เพิ่งแต่งงานกันไปเมื่อ 4-5 วันก่อน… เธอ..ไม่บริสุทธิ์ซะแล้ว! ก็..น่าปลื้มใจ-ภูมิใจสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่เลี้ยงลูกสาวให้รักษาพรหมจรรย์มาได้จวบอายุ 30 ปี และเพิ่งมา “เสียสาว” เอาในคืนส่งเจ้าสาวเข้าหอ! อ้อ..เธอเป็นใคร มีอาชีพการงานอะไรน่ะเหรอ? เท่าที่ผมพยายามค้นหาจากข่าวเก่าๆ ก็พบว่า..เธอไม่เชิงเป็นเจ้าสาวนอกวงการบันเทิงซะทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้เธอรับงานถ่ายแบบ เดินแบบ งานแสดงอยู่บ้าง  แต่ที่โดดเด่นจนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ก็คือการถ่ายแบบเสื้อผ้าให้กับแบรนด์ต่างๆ ในออนไลน์ จนเรียกได้ว่าเป็นเจ้าแม่แห่งวงการถ่ายแบบร้านในไอจีกันเลย..ว่างั้น! คราวนี้คงได้รู้กันแล้วสิ..สาววงการบันเทิงไม่ได้ “ใจง่าย” หรือประเภท “เงินมาผ้าหลุด” ตามที่ซุบซิบ-นินทา หรือจินตนาการกันไปเสียทุกอนงค์นางหรอกนะ? นี่..พูดแล้วก็ให้เห็นใบหน้า ดารา-นักแสดงสาวๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงง-แต่งงาน ลอยคว้างว่อนไปหมด ไม่รู้ว่าแต่ละคนจะยังรักษา “พรหมจรรย์” ได้เหนียวหนึบเหมือนเมียของกวินท์อยู่หรือเปล่า? ถ้ารักษาไว้ได้ก็ต้องยกนิ้ว.. “สุดยอดกุลสตรีไทย” เลยล่ะ เพราะด้วยสภาพแวดล้อมที่เห็นเป็นอยู่ของผู้คนในแวดวงบันเทิง.. ยากที่จะสงวนเนื้อ-สงวนตัวให้ “พรหมจรรย์” อยู่รอดปลอดภัยจนถึงวันส่งตัวเข้าหอได้! ดูสิ..เดี๋ยวคนนั้นเลิกคนนี้ เดี๋ยวคนนี้ไปคบคนนู้น คนโน้นไปควงคนนั้น ซึ่งวันๆนักข่าวบันเทิงตามทำข่าวรัก-ข่าวฉาวกันแทบจะไม่ทัน.. แล้วจะมีสักกี่คู่กี่ราย ที่คบเป็นแค่ “เพื่อนสนิท” ที่รู้ใจโดยไม่ได้ล่วงเกิน “เส้นสองสลึง” ก็ให้สงสัย ใคร่รู้จริงๆ! อย่าง “ปุ้มปุ้ย” ที่ติดแฮชแท็ก #ไม่ซิงละนะ ถือเป็นคนใจกว้าง-เปิดเผย แต่แค่นี้พอ ต่อไปจะมีอะไรกันตามประสาผัว-เมีย อย่าได้นำมาบอกเล่าเก้าสิบผ่านไอจีส่วนตัวเลย.. เก็บเป็นความลับก็ไม่มีใครบ่น-ใครตำหนิหรอก..ขอร้องล่ะ! เออ..ไหนๆ คุยเรื่องพรรค์อย่างนี้แล้ว ก็มีเรื่องอยากรู้..ทำไมดาราคู่ผัวตัวเมียถึงนิยมควงคู่กันไปออกรายการทีวี.ประเภทถามลึก-เจาะใจ นั่งเล่าอดีต (ด้านลบ) ตัวเองให้พิธีกรซักไซร้ละเอียดซะขนาดนั้น ซึ่งก็ไม่เห็นว่าจะน่าภาคภูมิใจอะไร-ตรงไหน กลับกันบางเรื่องฟังแล้วให้รู้สึกอดสู-สังเวชเสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะศิลปินตลก ไม่ว่าเป็นเพราะ “อยากเปิด” หรือถูก “ขอร้อง” ให้เปิดอดีตที่เน่า.. จงรู้..เป็นการประจานตัวเองโดยแท้!

  • การเมือง-เศรษฐกิจ,  ผสมโรง

    ที่สมควร..ก็ดันไม่แกว่งปาก

    ผสมโรง สันต์ สะตอแมน ปัญหาตัวเองก็อีรุงตุงนัง.. นี่..เต้-มงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ ยังจะมีเวลาเสนอหน้าให้ “ยกเลิกเพลงชาติ” แล้วใช้เพลงอื่นมาแทนไปพลางๆ ก่อนอีกรึ? ถามจริง..กินยาผิดซอง หรือแค่ต้องการจะประโคมกระแสตัวเองให้โดดเด่นในสภา..หือ? ก็ไม่รู้ว่า.. “สัปปายะสภาสถาน” ก่อนเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ได้มีการทำบุญทำพิธีทางศาสนาแล้วรึยัง? ถ้ายัง..ผมว่าท่านประธานรัฐสภา คุณชวน หลีกภัย น่าจะได้นิมนต์พระคุณเจ้าไปสวดเจริญพระพุทธมนต์เสียหน่อยจะดีไหม เผื่อผีห่าซาตาน หรือเจ้าที่เจ้าทางจะได้หยุดออกฤทธิ์สำแดงเดช.. ให้ส.ส.-นักการเมืองเพลาๆ อาการบ้าลงได้บ้าง! และนู่น..แม้จะไม่ถึงกับบ้า แต่คำว่า “กาลเทศะ” มันสะกดยากรึยังไง?..ที่จริงผมก็ไม่อยากจะวอแวเอากับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรอก แต่บางเรื่องก็เหมือนอย่างที่คุณธนกร วังบุญคงชนะว่า.. “คุณหญิงหน่อยไม่พูดก็คงไม่มีใครว่า” นั่นแหละ! กรณีคนร้ายยิ่งถล่มป้อม ชรบ. ลำพะยา จ.ยะลา ชาวบ้านเสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 คน ก็เหมือนกัน ในท่ามกลางความโศกเศร้าของคนทั้งประเทศ และได้ร่วมกันประณามเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรม แต่คุณหญิงหน่อยยังมีอารมณ์ที่จะจิกกัดรัฐบาล-พล.อ.ประยุทธ์.. “แม้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์มีการเพิ่มงบประมาณความมั่นคงสูงขึ้นทุกปี แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่ายังไม่สามารถตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาได้ จึงอยากเสนอให้จัดสรรงบประมาณอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะเรื่องงบลับ ซึ่งอาจทำให้สังคมเคลือบแคลงใจ อีกทั้งในส่วนกระบวนการยุติธรรม ต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาและได้รับความเป็นธรรมทุกฝ่าย เพราะถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในพื้นที่” มันใช่เวลาที่จะพูด ที่จะตำหนิเหรอคุณหญิง?..เก็บอารมณ์แค้น-ชัง (ส่วนตัว) เอาไว้ก่อนเถอะ ค่อยไปพูดไปอภิปรายกันในสภาโน่น! (อ้อ..ลืมไป คุณหญิงหน่อยไม่ได้เป็นส.ส.นี่) ดูชาวบ้านที่เขาอยู่ในเหตุการณ์สิ แม้จะตกอยู่ในสภาพอกสั่นขวัญหาย-แค้นเต็มอก แต่คุณทนง ไหมเหลือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำพะยา ก็ยังมีสติสัมปชัญญะพูด.. “วันนี้ตนได้นำพี่น้องประชาชนชาวตำบลลำพะยาออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งการสูญเสียในครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของตำบลลำพะยา ตนและชาวบ้านอยากขอประณามการก่อเหตุความรุนแรงในครั้งนี้..อยากให้ผู้ก่อเหตุคิดสักนิดว่า หากคนที่เสียชีวิตเป็นญาติของตนเองเขาจะรู้สึกอย่างไร สำหรับผู้ก่อเหตุรุนแรงนั้นไม่ว่าจะมาจากฝ่ายไหน อยากให้เลิก และยุติการกระทำเช่นนี้เสียที” พวกเขาไม่เอ่ยปากโทษใคร ไม่ว่าจะตำรวจ ทหาร รัฐบาล เพราะคนในพื้นที่รู้-เข้าใจ ทุกรัฐบาลได้ใช้ความพยายามเต็มกำลัง ที่จะให้ 3-4 จังหวัดชายแดนใต้เกิดความสงบร่มเย็น แต่สิ่งที่พวกเขาค้างคาใจ และเก็บความรู้สึกอยู่ในอกด้วยความอัดอั้นคับแค้นก็คือ..ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ในปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส มาจะสองทศวรรษ ไม่เคยเห็นส.ส.-นักการเมืองในพื้นที่ พูด แสดงบทบาท หรือเสนอแนวทาง เป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมให้พอได้เป็นความหวังเลยสักคน.. ทียังงี้  คุณหญิงหน่อยไม่เห็นจะแกว่งปากตำหนิบ้างล่ะ?