กีฬา

“โคโค่แม็ก” สนับสนุนลูกทัพเรือไทย ลงสนามแล่นใบระดับนานาชาติ “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า”  

หากพูดถึงกีฬาสุดท้าทายในสายน้ำที่ต้องอาศัยทักษะรอบด้าน ผนวกกับศาสตร์แห่งธรรมชาติ เกลียวคลื่น และพลังลมแล้ว เชื่อว่าทุกคนคงต้องนึกถึงกีฬา “เรือใบ” หรือ “แล่นใบ” โดยเฉพาะการแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทาน ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 3 ทศวรรษและได้.รับการยกย่องให้เป็นงานแข่งขันเรือใบนานาชาติรายการสำคัญอันทรงเกียรติสูงสุดแห่งเอเชียสำหรับในปีนี้การแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทาน “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 33 ประจำปี 2562  ณ  บริเวณหาดกะตะ จังหวัดภูเก็ต ได้รับความสนใจและมีจำนวนเรือใบชั้นเยี่ยม กัปตันและลูกเรือฝีมือฉกาจจากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมแข่งขันกันอย่างคับคั่งถึง 218 ลำ และหนึ่งในนั้นคือ “ทีมนักกีฬาเรือใบจากสโมสรเรือใบโรงเรียนนายเรือ” ซึ่งบริษัท เอเซียติค อุตสาหกรรมเกษตร จำกัด ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวแท้ 100% “โคโค่แม็ก” (Cocomax) เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติขนานแท้ อุดมด้วยเกลือแร่ที่ให้ความสดชื่นและมีประโยชน์ต่อร่างกาย ยอดขายอันดับ ในประเทศไทย ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนทีมนักกีฬาเรือใบจากสโมสรเรือใบโรงเรียนนายเรือเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อสืบสานกีฬาเรือใบตามรอยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือในหลวงรัชกาลที่ ผู้ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบที่มีพระปรีชาสามารถเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล โดยทีมนักกีฬาเรือใบจากสโมสรเรือใบโรงเรียนนายเรือสามารถทำคะแนนนำได้เป็นอันดับที่ 4 จากการเข้าร่วมแข่งเรือใบใหญ่ประเภทคีลโบ๊ท รุ่นไออาร์ซี 2 (Platu 25 ฟุต)

ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันเรือใบที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ตื่นเต้น และท้าทายจากกระแสคลื่นลมแรงบนผืนน้ำสีครามของท้องทะเลภูเก็ต เราได้มีโอกาสสนทนากับ “โค้ชหลิมนาวาตรีวีรสิฏฐ์ พวงนาค” อดีตนักกีฬาเรือใบทีมชาติและอดีตโค้ชทีมชาติไทยที่เติบโตมากับกีฬาเรือใบจนซึมซับวัฒนธรรมและทักษะการแล่นใบมากว่า 27 ปี ผู้ทุ่มเทการฝึกซ้อมให้กับทีมนักกีฬาเรือใบสโมสรเรือใบจากโรงเรียนนายเรือ ทั้งยังทำหน้าที่ในตำแหน่ง Skipper เป็นกัปตันเรือในการแข่งขันครั้งนี้ พูดถึงแรงบันดาลใจในการทำหน้าที่โค้ชว่า

“ผมผันตัวเองจากการเป็นนักกีฬาเรือใบทีมชาติไทยมาสู่วงการโค้ช ใช้ความชอบ และประสบการณ์ที่มีประโยชน์ถ่ายทอด ให้กับลูกศิษย์ เพียงหวังว่าจะช่วยสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในการแล่นใบเพิ่มขึ้น เพราะเรือใบเป็นมากกว่าการกีฬา แต่เป็นแบบทดสอบหนึ่งในการดำเนินชีวิต ต้องอาศัยทักษะ การวางแผน การฝึกซ้อม เป็นทีมเวิร์ค และความเข้าใจธรรมชาติของเรือ ลม ฟ้า อากาศ ตลอดจนจิตใจที่มีความแน่วแน่ และใจต้องเย็นมากพอสำหรับการรอช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินเรือ ที่สำคัญคือ การรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มีน้ำใจเป็นนักกีฬาอันเป็นหัวใจหลักในการแล่นใบ สำหรับการแข่งขันครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความ    ท้าทายสำหรับทุกคนในทีมเนื่องจากปกติของการแข่งขันประเภทคีลโบ๊ทจะเป็นนักกีฬามืออาชีพ มีเพียงทีนักกีฬาเรือใบจากโรงเรียนนายเรือทีมเดียวที่เป็นนักเรียนลงแข่งขัน  ดังนั้นพวกเราจึงต้องขยันฟิตซ้อมด้วยความตั้งใจมากเป็นพิเศษ ซึ่งผลที่ได้รับก็เป็นที่น่าพอใจมาก และต้องขอขอบคุณน้ำมะพร้าวแท้ 100% โคโค่แม็ก ที่ให้การสนับสนุนและช่วยเติมความสดชื่นให้กับทีมนักกีฬาเรือใบจากโรงเรียนนายเรือมาโดยตลอดครับ”

ฟังความรู้สึกจากโค้ชผู้ฝึกซ้อมแล้ว มาพูดคุยกับนักกีฬาเรือใบทั้ง 4 คนซึ่งเป็นนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ กันบ้าง เริ่มที่ ไบค์กลวัชร ตาวงศ์” อายุ 26 ปี กับตำแหน่ง Bowman ผู้ควบคุมใบเรือด้านหัวเรือ เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเล่นกีฬาเรือใบให้ฟังว่า

“จุดเริ่มต้นของการเล่นเรือใบเกิดจากความบังเอิญที่ผมได้ไปเปิดคลิปใน Youtube ดู จึงอยากจะลองเล่นดูบ้าง ผมเพิ่งเริ่มเล่นกีฬาเรือใบได้ไม่ถึง ปี และสนามนี้เป็นสนามที่ ที่ลงแข่ง โดยครั้งแรกคือการแข่งขันกีฬาราชนาวีซึ่งเป็นการเล่นเรือใบกับคนที่รู้จักกัน แตกต่างจากครั้งนี้ซึ่งเป็นระดับนานาชาติที่มีนักกีฬาจากทั่วโลก มองเห็นความสุข ความทุ่มเทอย่างเต็มที่ของทุกคน ทำให้ผมมีความสุขและมุ่งมั่นในการแข่งขัน บวกกับกระแสคลื่นลมแรง ทำให้การแล่นใบมีความท้าทายเพิ่มขึ้น สำหรับตำแหน่งในเรือ โค้ชจะให้สิทธิแต่ละคนในการเลือกเล่นเองตามความถนัด ซึ่งจริงๆ แล้วทุกคนสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่ง แต่เมื่อเรามารวมทีมกันก็จะดูที่ความเหมาะสมมากกว่า ซึ่งตำแหน่งที่ผมเล่นนี้จะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ต้องอาศัยความคล่องตัว การตัดสินใจที่เฉียบขาดและรวดเร็ว โดยคุณสมบัติอย่างหนึ่งของนักกีฬาก็คือ การกระหายชัยชนะ ซึ่งการแข่งขันเรือใบในครั้งนี้ก็เช่นกันที่พวกเราทำอย่างเต็มที่ครับ”

ทางด้าน โอ๊ตเจษฎากร อินทพงศ์” อายุ 23 ปี ในตำแหน่ง Trimmer ผู้ควบคุมใบเรือ บังคับปรับแต่งใบ Jib และใบ Spinnaker หรือใบลูกโป่ง เปิดใจว่า

“เมื่อก่อนผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยชื่นชอบกีฬาเรือใบ รู้สึกว่าล้าสมัยและเล่นยาก แต่เมื่อมีโอกาสได้ลองสัมผัส เรียนรู้ และค่อยๆ ทำความเข้าใจศาสตร์ในการเล่นอย่างจริงจังด้วยการเล่นเรือใบเล็กคนเดียว หลังจากนั้นความคิดก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป จนตอนนี้รู้สึกหลงรัก เพราะกีฬาเรือใบเป็นศาสตร์ของการใช้ชีวิตได้ทั้งหมด ต้องฝึกฝนทั้งในเรื่องของความอดทน สมาธิ การเรียนรู้คลื่น ลม และทำให้เราตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้ดีขึ้น และเมื่อมีโอกาสได้มาเล่นเป็นทีมก็ได้ฝึกในเรื่องของการทำงานร่วมกับผู้อื่น  ซึ่งการแข่งเป็นทีมเวิร์คในครั้งนี้ต้องปรับตัวเยอะมาก จากที่เราเคยเล่นคนเดียว จะแพ้หรือชนะก็อยู่ที่เราคนเดียว แต่พอเป็นประเภททีม จะแพ้หรือชนะ เราต้องไปด้วยกัน ต้องทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ เพื่อไม่ให้เราเป็นจุดอ่อนของทีม หากมีข้อผิดพลาดก็จะรีบนำกลับมาแก้ไขในครั้งต่อไปให้ดีขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญไม่ว่าจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นอย่างไรพวกเราก็ให้กำลังใจกันเสมอครับ”

ไม่ต่างจาก นนท์วรชาติ พลราชม” อายุ 23 ปี มีหน้าที่ควบคุมบังคับใบเรือหลัก ซึงเป็นใบใหญ่ของเรือ หรือเรียกตามภาษากีฬาเรือใบว่าตำแหน่ง Main Sail  ร่วมแชร์แนวคิดที่น่าสนใจว่า

“การแข่งขันประเภททีมต้องมีความสามัคคี การสื่อสารสร้างความเข้าใจกันในทีม การสังเกตสิ่งรอบตัว มีไหวพริบ ซึ่งประสบการณ์ต่างๆ จะสอนเราให้รู้ว่าต้องแก้ไขสถานการณ์อย่างไร นอกจากนั้น ยังมีเรื่องของอุปกรณ์ที่พวกเราต้องทำความรู้จักและเข้าใจทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นใบเรือ ตัวเรือ เชือกทุกเส้น อุปกรณ์ทุกชิ้น ต้องหมั่นสังเกตและจดจำ หากพบสิ่งใดชำรุด เสียหายต้องเร่งซ่อมแซมและดูแลให้พร้อมสำหรับการใช้งานตลอดเวลา เพราะในช่วงเวลาคับขันอย่างเช่นในวันที่ลมพัดแรง คลื่นสูง ถ้าเรามีเครื่องมือซัพพอร์ตที่ครบครันก็จะช่วยให้การแล่นเรือของเราดียิ่งขึ้น นอกเหนือจากนั้นคือการดูแลตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ซึ่งเครื่องดื่มเกลือแร่จากธรรมชาติอย่าง โคโค่แม็ก ก็ทำให้เรามีความพร้อมทางด้านร่างกายมากขึ้นครับ ในปัจจุบันกีฬาเรือใบมีความแพร่หลายมากขึ้น ต่างชาตินิยมเล่น มีเรือใหม่ๆ เรือแปลกๆ พัฒนาเรือใบจากเรือสำเภาขึ้นมาเรื่อยๆ มีความหลากหลายเพิ่มขึ้นในแต่ละประเภท ทั้งเรือเล็ก เรือใหญ่ อยากให้กีฬาเรือใบเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ส่วนตัวผมมีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะเป็นนักแล่นใบที่ดีในอนาคตครับ

ปิดท้ายกันที่ ต๊อดตติย อาจศรี” อายุ 23 ปี กับตำแหน่ง Keyboard ผู้ควบคุมเชือกทุกเส้นภายในเรือซึ่งเป็นอีกหนึ่งคีย์ซัคเซสของทีมนักกีฬาเรือใบจากสโมสรเรือใบโรงเรียนนายเรือ บอกเล่าความรู้สึกการเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้กับเรื่องราวสุดประทับใจว่า

“นอกเหนือจากทักษะ ความรู้ การฝึกฝน การดูแลตัวเองที่ดีแล้วนั้น ผมมองว่าการมีแรงบันดาลใจเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ อย่างตัวผมและนักกีฬาเรือใบชาวไทยหลายๆคนล้วนมีในหลวงรัชกาลที่ เป็นแรงบันดาลใจ ทำให้ผมรู้สึกว่าศาสตร์ของกีฬาเรือใบเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่พระองค์ทรงโปรดและทรงมีพระราชดำรัสว่า การแล่นใบ สอนให้คนคิดเอง ทำเอง เพราะเมื่อเราลงไปเล่นเรือใบแล้วเรือไม่วิ่ง จะไม่มีใครมาคอยสอน เราต้องคิดเอง ทำเอง นอกจากนี้พระองค์ท่านยังทรงออกแบบและต่อเรือใบด้วยพระองค์เอง ทรงรอบรู้หน้าที่ของอุปกรณ์ทุกชิ้นในเรือ แล้วตัวผมเป็นนักเรียนนายเรือโดยตรงจะไม่สนใจเลยได้อย่างไร เมื่อก่อนเวลาผมออกทะเลมักจะเห็นคนอื่นเขาแล่นใบกัน แต่ไม่เคยทราบเลยว่ากลไกของเรือใบเป็นอย่างไร ถ้าเรือใบใช้เครื่องยนต์ในการแล่นก็ไม่น่าจะยาก เพราะผมเป็นนักเรียนนายเรือซึ่งใช้เครื่องยนต์ในการเดินเรือมาตลอด แต่พอได้มาแล่นใบจริงๆ มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย เราต้องเรียนรู้ศาสตร์ของลมและเรือ ต้องปรับแต่งและควบคุมให้ Balance หรือสมดุลจึงจะทำให้เรือแล่นได้ พูดง่ายๆ คือ เราต้องเข้าใจเรือ เข้าใจสภาพแวดล้อม สิ่งที่ได้รับจากการแล่นใบก็คือ การตัดสินใจด้วยเหตุและผล ต้องเรียนรู้เรื่องศาสตร์ของลม ศาสตร์ของน้ำ และอีกอย่างหนึ่งคือ การทำงานเป็นทีม ความมั่นใจในตัวเอง ช่วยเหลือกัน ถ้าเราประสบความสำเร็จในเรื่องของทีม เรือก็จะเดินหน้าไปในความเร็วที่ต้องการและกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย”

กีฬา “เรือใบ” หรือ “แล่นใบ” เปรียบได้กับ “วิชาชีวิต” เพราะสอนให้คิดเอง ทำเอง จากการเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติ แล้วนำความรู้และทักษะเหล่านั้นมาประมวลผลเพื่อวางตำแหน่งของตัวเอง..การแล่นใบไม่ได้เอาชนะด้วยพละกำลัง แต่ชนะด้วยการวางตำแหน่งที่ดี เป็นการฝึกให้วางแผนโดยไม่รู้ตัว สามารถนำบทเรียนจากการอยู่ในทะเลไปใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จและเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ.

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *