เปลว สีเงิน-คนปลายซอย

ภาพประวัติศาสตร์ “สยบโควิด”

ต้องยอมรับว่า…….
ตั้งแต่โควิด-๑๙ ระบาด กทม.เอง เป็น “ต้นแหล่ง” ระบาดแท้ๆ

แต่ขอโทษ…….
ไม่เคยเห็นกทม. “ทั้ง ๕๐ เขต” ของผู้ว่าฯ อัศวิน ออกมาทำอะไร ที่เรียกว่า “ตื่นรู้” เลย

ไม่ต้องพูดถึงการระดมทำความสะอาด ชุมชน, ถนน, ตลาด, เช็ดราวสะพานลอย
แค่ป้ายแนะนำให้รู้จักโควิด-๑๙ ซักป้าย
ป้ายแนะนำการปฏิบัติตัวให้พ้นโควิดซักป้าย
ก็ไม่เคยมี-ไม่เคยเห็น จากกทม.!?

เห็นแต่คุณ “K เยาวราช” ออกมาพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อให้คนกรุง ด้วยจิตสาธารณะ

ก็เถอะ….
แม้มันเป็นความปรารถนาดีที่กทม.ไม่ต้องการ จะด้วยน้ำยาไม่ได้มาตรฐาน ด้วยคุณเค.ไม่ขออนุญาต “เจ้าที่-เจ้าทาง” เขาก่อน ก็ช่าง

แต่ประเด็น “น่าคิด” คือ “คนไม่มีหน้าที่โดยตรง” กลับมีสำนึก แต่ “คนมีหน้าที่โดยตรง” อย่างกทม.
กลับทำเหมือน “ธุระไม่ใช่”!

คงเพราะกทม.ใกล้จะเลือกตั้งหาตัวผู้บริหารคนใหม่กระมัง ที่อยู่ปัจจุบัน จึงลานหมด?
ก็ไม่เป็นไร ตั้งแต่ ๒ ยาม ย่างเข้าวันที่ ๑๙ มีค.คือวันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ ๓๑ มีค.
เมื่อกทม.เอาแต่รำ

ทหาร คือ “กองทัพ” จะลงมือทำให้!

เมื่อวาน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ประชุมหน่วยขึ้นตรง “กองทัพภาค ที่ ๑” ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
สั่งจัดกำลังพล…….
รถยนต์บรรทุกน้ำผสมสารฆ่าเชื้อ เพื่อล้างสิ่งปนเปื้อนบนทางเท้า บนถนน รอบกรุงเทพ ทั้ง ๕๐ เขต
ลงมือปฏิบัติการ ๑๙-๓๑ มีค.ตั้งแต่ ๐๑.๐๐-๐๕.๐๐ น. “ทุกวัน”

สนับสนุนรัฐบาล “เพื่อประชาชน” ในการป้องกันโควิด โดยแบ่งความรับผิดชอบในเขตปฏิบัติการ ๕๐ เขต กทม.เป็นดังนี้

-กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ รับผิดชอบ เขตทวีวัฒนา, ตลิ่งชัน, บางซื่อ, ราชเทวี, ป้อมปราบศัตรูพ่าย, พระนคร, ดุสิต, สัมพันธวงศ์, พญาไท, ห้วยขวาง, ดินแดง
-กองพลทหารม้าที่ ๒ รักษาพระองค์ รับผิดชอบเขตสาทร, บางรัก, ปทุมวัน, บางนา, พระโขนง, สวนหลวง, วัฒนา, คลองเตย, ยานนาวา, บางคอแหลม, คลองสาน
-กองพลพัฒนาที่ ๑ รับผิดชอบ
เขตบางขุนเทียน, บางบอน, ทุ่งครุ, ราษฎร์บูรณะ, จอมทอง, ธนบุรี, ภาษีเจริญ, บางแค, หนองแขม
-มณฑลทหารบกที่ ๑๑ รับผิดชอบ
เขตวังทองหลาง, บางกะปิ, บึงกุ่ม, สะพานสูง, ประเวศ
-กองร้อยกองบัญชาการทัพภาคที่ ๑,ส.พัน ๒๑ ทภ.๑ รับผิดชอบ
เขตบางพลัด, บางกอกน้อย, บางกอกใหญ่
-หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ รับผิดชอบเขตดอนเมือง, หลักสี่, สายไหม, คันนายาว, คลองสามวา, มีนบุรี, ลาดกระบัง, หนองจอก
-กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก รับผิดชอบเขตบางเขน, ลาดพร้าว, จตุจักร

ประเสริฐครับ…..
ช่วงนี้ กรุงเทพฯ ที่ไม่เคยหลับ ถนนกลับโล่ง ปฏิบัติการล้างกรุงน่าจะทำได้สะดวก

แต่กลางดึก-กลางดื่น ทหารคงหิว
ใครอยู่เขตไหน ต้มข้าวต้มเครื่องในเป็ดพะโล้ร้อนๆ ซักหม้อ-สองหม้อยักษ์
กระเทียมเจียวราด โรยผักชี กระทอกๆ พริกไทย สาดพริกน้ำส้ม น้ำปลานิดหน่อย มากไม่ดีต่อไต ให้พี่ๆ น้องๆ ทหารพุ้ยซักคนละชาม
ถ้าได้อย่างนี้ แม้พี่โควิดเอง ก็ต้องวันทยาหัตถ์!

เพื่อตอบโจทย์ “ทหารมีไว้ทำไม” ให้บาดใจเลือดหยดกันไปเลย

ท่านผบ.ทบ.ครับ….
ท่านให้คืบแล้วก็อยากได้ศอก ไหนๆก็ทำดีแล้ว ช่วยดีเพิ่มอีกนิดได้ไหม?
หาจุดต่อประปาทำที่ “ล้างมือ” เก๋ๆชั่วคราวไว้ตามถนนหลักๆ ที่คนสัญจรร่วมทางแออัด เช่นชุมทางรถเมล์ รถไฟฟ้า ให้คนใช้ “ล้างมือ” ช่วงนี้ ก็น่าจะดี

หาซันไลท์ก้อนโตๆ ไว้ด้วย โควิดนี่ ต่อให้โคด้วยกัน จะโคแดง-โคส้ม มันก็ไม่กลัวทั้งนั้น
กลัวอย่างเดียว คือ “สบู่”!
กินร้อน ช้อนกู จับนั่น-โหนนี่ กันแล้ว จะได้มาถูสบู่ “ฆ่ามัน” เพื่อความสบายใจไงล่ะ!
ฆ่ามันได้-ไม่ได้ เป็นอีกเรื่อง ………
แต่ที่แน่ๆ ทาง “จิตวิทยา” ได้แน่

เพราะดูกันจริงๆแล้ว มือเรานี่แหละ เป็นตัวนำเชื้อโควิด สู่ ตา-จมูก-ปาก มากกว่า “ไอ-จาม” คนอื่นรดใส่หน้าซะอีก!

นายกฯ ลุงตู่ ตอนนี้ดูคลายเครียดเคร่งลงไปเยอะ
ตั้งแต่ได้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์แต่ละสาขามาวางแผน-จัดทัพ รับมือโควิด-๑๙ ให้ ตั้งแต่วันหวยออก
ชาวชนสยาม ชมกันเกรียว “ประเทศไทยชนะแน่”!

ทำไมจึงมั่นใจชนะ ก็อย่างที่คุยวันก่อน นายกฯได้ “หมอดี” มาจัดยาชุด “ปราบโควิด” ให้ ออกมาเป็นมาตรการตอนนี้

“หมอดี” นั้น ใครบ้าง ผมบอกไปว่าจำได้เพียง ๓ ท่าน
แต่ภาพในห้องประชุมวันนั้น ถูกยกเป็น “ภาพประวัติศาสตร์” กล่าวขานกันขรมถึงพรหมโลกไปแล้ว
ก็หลายเวอร์ชั่น จะยกซักเวอร์ชั่นมาให้อ่านกัน เขาว่างี้

@จากภาพนี้เราจะรอด
ทำไมอาจารย์หมอที่นั่งข้างท่านนายกฯ จึงสำคัญต่อการสกัดโควิด-19
ทำไมรูปถ่ายเพียงรูปเดียวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ประชุมร่วมกับ “กลุ่มบุคคลหนึ่ง”
จึงกลายเป็นความหวังของคนในชาติ ว่าพวกเราจะ “รอด” จากสถานการณ์ ไวรัสโควิด-19

เที่ยงวันค่อนบ่ายของวันที่ 16 มีนาคม 2563 นัดแรกของการประชุม
ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน
ก่อนที่จะมีการเผยแพร่ภาพออกมาสู่สาธารณะ ว่าพล.อ.ประยุทธ์ กำลังนั่งคุยกับคณะบุคคลหนึ่งอยู่
และคณะบุคคลนี้เอง ที่ทำให้สังคมส่วนใหญ่ ที่รู้จักบุคคลในภาพ เชื่อได้ว่าสถานการณ์โควิด-19 สำหรับเมืองไทย น่าจะ “เอาอยู่”

หากรัฐบาลเดินตามคำแนะนำของกลุ่มบุคคลนี้
เพราะคณะบุคคลที่ร่วมวงประชุมกับผู้นำประเทศไทยพวกเขาคือ
กลุ่ม “หมอ” ที่น่าจะเรียกได้ว่า เป็นระดับอาจารย์หมอของเมืองไทย ผู้สร้างหมอขึ้นมาในประเทศนับหมื่นชีวิตให้ทำงานต่อประเทศชาติ
ข้างกายนายกฯที่นั่งรับฟังคำแนะนำอย่างตั้งใจ จึงประกอบไปด้วย

1)ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาธร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

2)ศ.นพ.อุดม คชินทร อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อดีตรมช.กระทรวงศึกษาฯ

3)ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์”

4)ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี อาจารย์แพทย์อายุรศาสตร์
นายกแพทยสมาคม

5)ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา

ทั้งหมด ถูกเรียกตัวด่วน เพื่อคุยกับนายกรัฐมนตรี ในการให้คำปรึกษาถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

พวกเขาไม่ใช่แค่บรมครูของหมอทั้งประเทศ หากแต่ยังมีชื่อเสียงระดับโลกด้านวงการแพทย์อีกด้วย
จากนั้น เราจึงเห็นมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลออกมา โดยเฉพาะกับการประกาศไม่ให้สงกรานต์ 13-15 เมษายนนี้ ซึ่งมันมีความหมายอย่างมากต่อการหยุดแพร่ระบาด

เพราะมาตรการนี้ จะช่วยให้เกิดการหยุดยั้งการเคลื่อนย้ายคน อันเป็นอีกปัจจัยของการกระจายไวรัส

ก่อนหน้าภาพนี้จะออกมา………..
ศ.นพ.ยง ที่เป็นหนึ่งในวงประชุมกับพล.อ.ประยุทธ์ ให้ความเห็นถึงโควิด-19 ว่า
เราจะหยุดยั้งการเคลื่อนย้ายของประชากรได้อย่างไร ปีนี้ ขอโยกย้ายปีใหม่ไทยในช่วงสงกรานต์ ให้ไม่เป็นวันหยุด
แล้วเมื่อโรคสงบแล้ว ค่อยหยุดชดเชยให้แทนช่วงที่มีการระบาดของโรค

ถ้าเป็นเช่นนี้ ทุกคนจะต้องยอมรับ สังคมเราก็น่าจะยอมรับได้

อีกประการหนึ่ง social distance การรวมกันของคนหมู่มาก ทุกคนจะต้องเข้าใจว่าจะเป็นแหล่งของการกระจายโรคอย่างรวดเร็ว (super spread)

งานสังคม จำเป็นที่จะต้องงด การจัดประชุมวิชาการ ก็ต้องหาทางออกด้วย tele-conference

สนามมวย การแข่งขันกีฬาต่างๆ โรงเรียนกวดวิชา ก็จะต้องปิดการสอน เพื่อลดการระบาดของโรคให้ได้

ภาพนี้ ปรากฏออกมาว่า พล.อ.ประยุทธ์ “ฟัง” คำแนะนำของบรมครูของหมอเมืองไทย
ก็น่าจะพอทำให้ความสบายใจเกิดขึ้นในความรู้สึกของคนไทยได้บ้าง ….ฯลฯ…….

ครับ……..
ภาพปรมาจารย์แพทย์ วันนั้น กลายเป็น “ยันต์กันโควิด” ปิดไปทั้ง ๔ มุมเมือง ผู้คนตางมีขวัญกำลังใจ
ขนาด “สาธารณสุข” แถลงประจำวัน เมื่อวาน”วันเดียว”
ติดเชื้อ พรวด ๓๕ คน ยอดสะสม ทะลุ ๒๐๐!
แต่ทุกคนเข้าใจ รู้อยู่แล้ว

เหมือน “หนอง” ที่ “หลบใน” ถึงระยะ “ออกดอก”

มันก็ต้องออกให้เห็น “ก่อนหาย”

ไม่ต้องคิดเรื่องโอลิมปิก มันไม่มีหรอก โน่นแหละ ไตรมาส ๓ เข้าไตรมาส ๔ ไปแล้ว ตั้งยอดไว้ซักหมื่น
จะ “หมื่นขึ้น-หมื่นลง” ก็อยู่ที่หมู่เทวฤทธิ์ไทย ทำตัวกันยังไง ตามมาตรการที่รัฐบาลออกมา?

เรื่อง “ปิดประเทศ” ที่ดัดจริตเรียกร้องน่ะ …..
ไม่ต้องหรอก บ้านอื่น-เมืองอื่น เขาปิด ถึงเราเปิด ก็ไม่มีใครไป-ใครมา สนามบินร้างเป็นป่าช้าวัดดอนไปแล้วเห็นมั้ย

“ปิดปาก” ตัวเองกันซะบ้าง เข้าท่าที่สุด!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *