เปลว สีเงิน

ผีน้อย “ใช่อื่นไกล” ไทยด้วยกัน

เรื่อง “โควิด-๑๙” นี่…..

นั่งดูเขาทำงาน แล้ว “วิจารณ์-ตำหนิ” มันง่าย
แต่รู้ไว้ด้วย

“คนทำงาน” คือแพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะที่ “สถาบันบำราศนราดูร”นอกจากแทบไม่ได้กิน-ไม่ได้นอนมาร่วมเดือนแล้ว ชีวิตทุกคนไม่ต่างทหารแนวหน้า ในสถานการณ์ “รบประจัญบาน”

ตาย “คือติดเชื้อ” ได้ทุกนาที!
ฉะนั้น พวกเรา “สบาย” อยู่แนวหลัง ถ้าไม่เป็นกำลังใจให้แพทย์-พยาบาล ก็ไม่เป็นไร
แต่ที่จะวิจารณ์ จะพูด จะโพสต์ ในเชิงตำหนิ นี่-นั่น หรือในเชิง “ข้ารู้ดี” ในเรื่องนี้นะ

“ขอไว้ก่อน”เถอะ อย่าเพิ่งไปสร้างปัญหาและรานน้ำใจแพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์เขานักเลย

ให้เขาทำงาน “เสี่ยงชีวิต” ในความเป็นผู้ปฏิบัติ เพื่อพวกเราได้อยู่รอดแบบมีสมาธิก่อน
เมื่อพ้นสถานการณ์ “หน้าสิ่ว-หน้าขวาน” ช่วงนี้ไปแล้ว
ค่อยรู้ดีและเก่งกว่าหมอตอนนั้น ก็ยังทันอยู่หรอก!

กระทั่งคนในรัฐบาลก็เถอะ ถ้ามีอะไรต้องการสื่อสารไปถึงประชาชน
ในส่วนที่เป็นดุลยพินิจของแพทย์….
อย่าพูด อย่าโพสต์ อย่าสื่อสารด้วยตัวเองโดยตรงเลย! มันจะสับสน


ให้เป็นหน้าที่ตามอำนาจคณะแพทย์แถลงเป็นทางเดียวจะดีกว่า
ชาวบ้านจะได้ยึดเป็นบรรทัดฐาน ว่าข่าวสาร “เชื่อถือเป็นทางการ” ที่นี่-ที่เดียว
คือจาก “คณะแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข” แห่งนี้ แห่งเดียวเท่านั้น

ไม่อย่างนั้น ชาวบ้านงง…….
ไม่รู้จะฟัง-จะเชื่อทางไหน เดี๋ยวคนนั้นจะอั้น เดี๋ยวคนนี้จะอี้ ยิ่งในยุคสื่้อสารออนไลน์นี้ด้วยแล้ว
ใครอยากจะว่าอะไร จิ้มๆ ใส่มือถือ ก็มั่วทั่วไปหมด!

ตอนนี้ พูดกันมาก-มีความเห็นกันมาก เรื่อง “ผีน้อย” หนีโควิด-๑๙ จากเกาหลีใต้กลับไทย

เกาหลี ซึ่งปวดหัวกับพวกหนีเข้าเมืองอยู่แล้วก็…เออ..รีบๆ กลับออกไปเลย ไม่ปรับ ไม่เอาความอะไร จึงเกิดตัวเลขสับสน

บ้างว่า ๕,๐๐๐ คน บ้างว่า “เป็นแสน”
ผู้สันทัดกรณีบางเจ้าก็ว่า แค่ร้อย ทะยอยๆ กันมา!?

จะเท่าไหร่ก็ช่าง พอบอกผีน้อยคืนประเทศ ก็ตระหนกตกใจ วิพากษ์-วิจารณ์ และโพสต์กันไปต่างๆ นานา

ลงท้าย ประเด็นก็สรุปตรงว่า …….
สาธารณสุข ใช้มาตรการแบบไหนคัดครองพวกผีน้อยให้มั่นใจได้ว่า จะไม่นำเชื้อโควิด-๑๙ ติดจากเกาหลีเข้ามาระบาด?

เนี่ย…
เรื่องนี้ “ข้อมูล” สำคัญมาก
จริงๆ แล้ว ตัวเลขผีน้อยเท่าไรกันแน่ที่กลับเข้ามา ก็ยังสรุปไม่ได้


แต่ฟังทางต่างประเทศ ทางตม.ทางสาธารณสุข ตรงกันอย่างหนึ่งว่า
ผีน้อยกลับไทย “จริง”
แต่ที่จะมาพรวดเดียว ๕,๐๐๐ คน ตามที่โพสต์-ที่พูดกัน อยากให้ทุกคนตั้งสติคิด ว่าเครื่องบินโดยสารเที่ยวหนึ่งนั่งได้กี่คน
แค่ระดับร้อยคน
นั่นคือ ๑๐ เที่ยว ได้แค่ ๑,๐๐๐ ถ้า ๕,๐๐๐ คน ต้องใช้เครื่องบิน ๕๐ เที่ยว เฉพาะผีน้อยล้วนๆ
ถ้าเป็นแสนอย่างที่ว่า จะกี่เที่ยวบินโดยสารล่ะ และต้องใช้เวลากี่เดือน-กี่ปีล่ะ ถึงจะกลับถึงไทยหมด?

ฉะนั้น ไม่ต้องแตกตื่น-ตกใจ ว่าผีน้อยมากัน ๕,๐๐๐ จะนำเชื้อโควิด-๑๙ เข้ามาระบาดขนานใหญ่ในประเทศ

๕,๐๐๐ นั้น ทะยอยมาเป็นสิบ-เป็นร้อย เรื่อยๆตามปกติ ตั้งแต่ธันวา-มกรา-กุมภา.นั่นแล้ว
ไม่ได้มาพรวดเดียว ๕,๐๐๐ ………

จนคัดกรองโรคไม่ทัน และตม.-สาธารณสุข ปล่อยกลับบ้าน โดยไม่กักดูอาการ ๑๔ วัน อย่างที่คิดและกลัวกันหรอก

๑ มีค.๖๓ ……….
สาธารณสุขประกาศโควิด-๑๙ เป็นโรคติดต่ออันตราย ตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.๒๕๕๘!


และตั้งแต่ ๓ มีค. คือเมื่อวานเป็นต้นไป ๙ ประเทศ รวมทั้งเกาหลีใต้ ไทยเราประกาศเป็น “เขตติดต่อโรคอันตราย”

ทุกคนที่เดินทางมาจาก ๙ ประเทศ รวมทั้งเกาหลีใต้ ต้องกักตัว ๑๔ วัน โดยไม่มีข้อยกเว้น
ส่วนที่กลับมาก่อนหน้า ใช่ว่าจะตรวจชุ่ยๆแล้วปล่อยกลับ

เขาตรวจจากต้นทางแล้ว มาถึงไทย ก็ตรวจคัดกรองซ้ำอีก คนไหนไม่มีไข้ ก็อนุญาตให้กลับบ้าน
ส่วนคนไหนมีไข้หรือสงสัยต้องเฝ้าดูอาการ เขาก็กักไว้

สงสัยกันว่า โควิด-๑๙ ตรวจรู้ยากถ้าเป็นระยะแรก แล้วปล่อยผีน้อยกลับบ้าน เชื่อได้อย่างไรว่าทุกคนปลอดเชื้อ?

นี่…ตรงนี้แหละ …….
ต้องทำความเข้าใจสถานการณ์จริงให้ได้ ไม่อย่างนั้น จะมีพวกฉวยโอกาสนำไปปั่น สร้างความแตกตื่นให้สังคม

กฎหมายระบุ มาจาก “เขตติดต่อโรคอันตราย” ต้องกักตัว ๑๔ วัน ไม่มียกเว้น

กรณีผีน้อย “เป็นพันๆ คน”จะกลับ มันเป็นเรื่อง “เหนือคิด-เหนือคาดหมาย”

ฉะนั้น การจะกักตัวคนเป็นเรือนพัน-เรือนแสน ไม่ต้องถามถึงว่า จะเอาสถานที่ที่ไหนเลย?


เอาแค่ว่า จะเอาแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ เป็นหมื่น-เป็นแสนคนจากที่ไหน
เครื่องไม้-เครื่องมือ จำนวนมากอีกตะหาก?
เพื่อมาเฝ้า มาตรวจ มาหาข้าวปลาอาหารให้ผีน้อยเหล่านี้ได้อยู่ ได้กิน ระหว่าง ๑๔ วันนี้!

ประเด็นที่ควรเข้าใจร่วมกัน และควรพูดจาไปในทางไม่ขยายปัญหาในปัญหา ก็คือ
ขอให้เชื่อใจและมั่นใจมาตรการคัดกรองของสาธารณสุข ระดับมาตรฐานโลก นับตั้งแต่เครื่องบินเข้าหลุมจอด ที่แยกเฉพาะเถอะ

คือผีน้อยจากเกาหลี ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะติดเชื้อโควิด ชีวิตแต่ละคนก็มีค่าต้องป้องกันรักษาตัวเขาเหมือนเราเช่นกัน

ฉะนั้น เจ้าหน้าที่จะคัดกรองตั้งแต่บนเครื่องบิน แยกคนที่ชัวร์ คนที่ไม่ชัวร์ และคนมีความน่าจะเป็นออกเป็นส่วนๆ

เข้าด่านตม.ตรวจอีกรอบ ที่ชัวร์ ก็ให้กลับบ้าน
ที่สงสัย ก็นำไปเฝ้าดูอาการ ๑๔ วัน ที่มีความน่าจะเป็น ก็เข้าส่วนรักษา ที่สถาบันบำราศนราดูร
ที่ว่าชัวร์ ให้กลับบ้าน นั้น อย่าเพิ่ง เอ๊ะๆๆๆ
เป็นการให้กลับไป “กักบริเวณ” อยู่ที่บ้าน ๑๔ วัน โดย สาธารณสุข จะส่ง “อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน-อสม.” ไปเป็นผู้คุม!

ฟังสาธารณสุขแถลง ผมว่า “เข้าท่า” ทีเดียว
พลิกแพลงสถานการณ์ได้เก่ง แบบนี้ เรียกว่ายาเข็มเดียว ชะงัดสารพัดโรค

คือนอกจากสร้างสมประสบการณ์ให้บุคลากร อสม.แล้ว ยังถือเป็นการใช้คนที่มีให้เกิดประโยชน์และเกิดศักยภาพสูงสุด!


ถ้าเถรตรง กลับมา “กักหมด”
ต่อให้สามารถสร้างโรงพยาบาลสนาม ๑ หลัง เสร็จภายใน ๑๐ วัน อย่างจีน
เราก็ไม่สามารถหาพื้นที่ หาคน หาเครื่องมือแพทย์ และเครื่องอำนวยความสดวกได้ทันที-ทันใด สำหรับคน ๕,๐๐๐

นับว่า หมอ “หัวแหลม” ต่างกับข้าราชการทั่วไป ส่วนมากที่มักจะ “หัวสี่เหลี่ยม”!

“ผีน้อย” นี้ เท่าที่ดู บางคนรังเกียจ พูดจาเหยียดเขา ผมว่าอย่าเลย พี่น้องไทยเราด้วยกันทั้งนั้น
ไม่มีใครอยากไปเป็นผีน้อยหรอก ชีวิตก็ต้องดิ้นไป ที่เขาไป บางคนจำต้องดิ้นไป

ดิ้นหาเงินส่งลูกเรียนจุฬาฯ, ธรรมศาสตร์ก็ได้ ด้วยหวังว่า สถาบันศึกษาเหล่านี้ จะสอนให้ลูกของเขารู้จัก “ธงชาติ”

เรื่อง “หน้ากาก” นี่เหมือนกัน……
เรื่องไม่เป็นเรื่อง ก็ให้ความรู้-ความเข้าใจไปคนละทาง-สองทาง สุดท้าย หน้ากากกลายเป็นสินค้ากักตุน

เฮ้อ……..
ไว้คุยพรุ่งนี้ดีกว่า พระท่านว่า โลกไม่เคยวุ่นวาย ใจคนตะหากที่วุ่นวาย
สงบจิต-สงบใจกันไว้บ้าง ไทยของเราก็จะ “สงบ”


Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *