สังคม,  สาธารณสุข,  สุขภาพ

โฆษก ศบค. เผยเปิดลงทะเบียน www.ไทยชนะ.com วันที่ 17 พ.ค. นี้ ตั้งแต่ 06.00 น. เพื่อรับ QR Code สำหรับติดหน้าร้าน ให้ผู้ใช้บริการสแกน

วันนี้ (16 พ.ค. 63) เวลา 11.30 น. ณ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ตอบคำถามสื่อมวลชนผ่านโซเซียลมีเดียช่วงการแถลงข่าวของศูนย์ข่าวโควิด-19 และสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

โฆษก ศบค. เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ www.ไทยชนะ.com ว่า เป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ขนาดใหญ่ ซึ่งจะแบ่งการใช้งานเป็นผู้ประกอบกิจการ/กิจกรรม ที่จะต้องลงทะเบียนเพื่อรับ QR Code โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันพรุ่งนี้ (17 พ.ค. 63) ตั้งแต่เวลา 06.00 น. แต่ในวันนี้ผู้ประกอบกิจการ/กิจกรรม สามารถดาวน์โหลดเอกสารบนหน้าเว็บไซต์เพื่ออ่านสำหรับเตรียมความพร้อมล่วงหน้าได้ ในส่วนของผู้เข้าใช้บริการ เพียงนำโทรศัพท์สแกน QR Code ก่อนเข้าใช้บริการ ระบบจะทำหน้าที่บันทึกข้อมูล และสแกน QR Code ซ้ำอีกครั้งหลังใช้บริการเสร็จ

โฆษก ศบค. ยืนยันว่าแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” จะช่วยลดภาระการจดบันทึกผู้เข้าใช้บริการของผู้ประกอบกิจการ/กิจกรรม เจ้าของกิจการยังสามารถระบุความสามารถรองรับผู้เข้าใช้บริการภายในร้านของตนได้โดยจะปรากฏบน www.ไทยชนะ.com เพื่อลดความแออัดภายในพื้นที่ รวมถึงผู้เข้าใช้บริการจะสามารถตรวจสอบได้ว่าสถานที่ที่จะไปมีความหนาแน่นหรือไม่ ที่สำคัญ “ไทยชนะ” จะเป็นระบบที่เอื้ออำนวยความสะดวกในการค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย ตัวอย่างเช่น หากพบผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่ ก็จะสามารถระบุบุคคลที่เข้าใช้บริการในสถานที่เดียวกันได้

ทั้งนี้ โฆษก ศบค. กล่าวเพิ่มเติมหากผู้ประกอบกิจการ/กิจกรรม สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเบอร์โทรศัพท์ 1119 หากมีเหตุขัดข้องในการเข้าลงทะเบียนทางเว็บไซต์ อย่างไรก็ตาม www.ไทยชนะ.com ถือว่าเป็นระบบใหม่ ได้รับการดูแลจากธนาคารกรุงไทย ที่มีความสามารถรองรับระบบการลงทะเบียนจำนวนมาก และที่สำคัญคือมีการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้เข้าใช้บริการ ฝากให้ทุกคนปรับตัวและทำความเข้าใจไปด้วยกัน

สำหรับข้อกังวลกรณีประชาชนบางคนที่โทรศัพท์ไม่สามารถสแกน QR Code ได้ หรือลืมนำโทรศัพท์ ดังนั้น จึงอาจต้องมีการใช้ควบคู่กันไประหว่างแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” และการจดบันทึกในช่วงแรก และส่วนใหญ่ผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์อาจเป็นผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อได้ง่าย จึงแนะนำว่าไม่ควรออกจากบ้าน

โอกาสนี้ โฆษก ศบค. ยังชี้แจงกรณีการประกาศ เรื่อง ยกเลิกท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้ยกเลิกสาธารณรัฐเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น  โดยระบุว่า เนื่องจากประเทศดังกล่าวไม่ใช่เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย แต่เป็นเพียงเขตติดโรคตาม พรบ. โรคติดต่อเท่านั้น

ส่วนสาเหตุที่ต้องเอาออกจากเขตโรคติดต่อ พบว่าสถิติการเกิดโรคของประเทศดังกล่าวมีจำนวนลดลง รวมถึงมีระบบควบคุมการระบาดเป็นอย่างดี ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ยังคงมีจำนวนตัวเลขที่สูง โดยเฉพาะประเทศที่มีขอบชายแดนติดต่อกัน ทำให้อัตราการระบาดยังไม่ลดลง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการประกาศยกเลิกประเทศดังกล่าวออกจากเขตติดโรค แต่การเดินทางเข้า-ออกในประเทศไทยยังคงมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดอยู่ ทั้งการใช้ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ประกัน รวมทั้งการกักตัวอีก 14 วัน ซึ่งยังเป็นมาตรการที่ยังคงอยู่เช่นเดิม ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบสามารถควบคุมได้เป็นอย่างดี

ในตอนท้าย โฆษก ศบค. ย้ำว่าการเข้าสู่ระยะต่อไปในวันที่ 17 พ.ค. นี้ เน้นย้ำการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล การปฏิบัติตามมาตรการหลักทั้ง 5 ข้อ ทั้งการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่าง การทำความสะอาดพื้นผิว และไม่ทำให้เกิดความแออัด ทั้งนี้เป็นการทำเพื่อตนเองและส่วนรวม ซึ่งการร่วมมือกันเป็นอย่างดีจะทำให้เราสามารถเข้าสู่ระยะต่อไปได้

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *