สาธารณสุข

โฆษก ศบค. แจงตัวเลขประชาชน walk in ตรวจเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลมากเป็นอันดับ 1 มีการปรับขยายเกณฑ์ PUI ให้ประชาชนไปตรวจได้ง่ายขึ้น ย้ำให้มั่นใจในระบบควบคุมโรคของไทย

วันนี้ (19 พ.ค.63) เวลา 11.30 น. ณ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน และมาตรการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ในไทย

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ประเทศไทย พบผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้น 2 ราย ทำให้ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,033 ราย หายป่วยแล้วตัวเลขคงเดิม 2,857 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตไม่เพิ่มขึ้นยังอยู่ที่ 56 ราย รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 120 ราย

กรณีผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย มาจากจังหวัดนราธิวาส เชื่อมโยงกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ไปรักษาตัวในโรงพยาบาลที่สุไหงโกลก โดย 2 รายนี้ รายหนึ่งเป็นเพศหญิงเป็นลูกสาว อายุ 36 ปี และเพศชายเป็นลูกเขยอายุ 42 ปี  ตรวจครั้งแรกในวันที่ 8 พฤษภาคม 2563 ไม่พบเชื้อ มาพบเชื้อโดยตรวจซ้ำอีกครั้งวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 สะท้อนระบบของการควบคุมโรคยังทำงานเป็นอย่างดี เมื่อมีการสัมผัสใกล้ชิดจะติดตามเพื่อตรวจซ้ำ จึงขอประชาชนมั่นใจในระบบควบคุมโรคของไทยยังทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

โฆษก ศบค. กล่าวถึงการวิเคราะห์สถานการณ์การตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ข้อมูลผู้ติดเชื้ออันดับ 1 คือ การขอตรวจโดยการ walk in เข้าโรงพยาบาล จำนวน 1,585 ราย คิดเป็นร้อยละ 52 รองลงมา คือ ติดตามผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้าจำนวน 1,186 ราย คิดเป็นร้อยละ 39 นอกจากนั้นจะอยู่ในศูนย์กักกัน State Quarantine การเดินทางเข้าออกประเทศ และการค้นหาเชิงรุกหรือค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมซึ่งกลุ่มเหล่านี้อยู่ในเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำอยู่  ทั้งนี้ ได้มีการปรับหลักเกณฑ์ PUI เพื่อให้คนที่มีอาการน้อยหรือสงสัยก็สามารถที่เข้าไปตรวจที่โรงพยาบาลได้ทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ เพียงเข้าเกณฑ์ของ PUI ที่กำหนดไว้เท่านั้นทุกคนก็สามารถไปได้ จึงอยากจะให้ประชาชนได้เข้าไปตรวจกัน

2. สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ของโลก

สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ของโลก พบว่า สหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมสูงสุดอันดับที่หนึ่งของโลก รองลงมารัสเซีย และสเปน ตามลำดับ โดยประเทศไทยขณะนี้ลงมาอยู่ในอันดับที่ 70 ของโลกแล้ว
โฆษก ศบค. เปิดเผยประเด็นข่าวที่น่าสนใจในต่างประเทศว่า จีนยังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศอีก 5 ราย โดยมากจะพบที่เมืองจี๋หลิน ทำให้เห็นว่าแม้จะเป็นตัวเลขลดลงแต่ก็ยังมีรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อขึ้นมาอีก ซึ่งทางการจีนรับทราบและมีการควบคุมโรค โดยเน้นไปที่ชายแดนที่เชื่อมต่อกับทางเกาหลีเหนือและรัสเซีย โดยได้สั่งระงับการบริการรถไฟโดยสารจากเมืองที่เชื่อมต่อกันดังกล่าว เนื่องจากพบผู้ป่วยรายใหม่ประชาชนถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกจากเมือง และผู้ที่ต้องการออกจากเมืองต้องมีผลการตรวจไม่เกิน 48 ชั่วโมงว่าไม่ติดโรคเท่านั้น

เกาหลีใต้ ระบุว่าเหตุการณ์ที่มีการแพร่ระบาดที่ย่านอิแทวอนดูเหมือนจะควบคุมได้แล้ว โดยปัจจัยสำคัญคือ ดำเนินการตรวจโรคกลุ่มเสี่ยงอย่างรวดเร็ว และระบบติดตามกลุ่มเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ กลไก 2 ด้านทำให้เมื่อวานนี้พบผู้ป่วยโควิด- 19 เชื่อมโยงกับสถานบันเทิงเพิ่มอีก 13 ราย ล่าสุดทำให้ตัวเลขสะสมจากกรณีของสถานบันเทิงอิแทวอนอยู่ที่ 168 ราย

ฝรั่งเศสพบเด็กติดไวรัส 70 คน หลังเปิดเรียนใหม่ โดยรัฐมนตรีศึกษาของฝรั่งเศสกล่าวเมื่อวานนี้ระบุว่ามีสัญญาณเตือนการระบาดของโควิด- 19 ในสถานศึกษา หลังพบผู้ติดเชื้อ 70 ราย  เชื่อมโยงกับโรงเรียนภายในหนึ่งสัปดาห์ หลังจากที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์อนุญาตให้ 1 ใน 3 ของเด็กนักเรียนกลับไปเรียนที่โรงเรียนได้ ทั้งนี้รัฐมนตรีศึกษาของฝรั่งเศสก็ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าผู้ติดเชื้อเป็นเด็กนักเรียนหรือเป็นครู แต่คาดว่าน่าจะมีทั้งเด็กนักเรียนและครู และมีรายงานว่าโรงเรียนทางเหนือของฝรั่งเศส 7 แห่ง ได้ปิดการเรียนการสอนไปก่อนแล้ว

3. ผลการดำเนินงานตามมาตรการ

การดำเนินการตามมาตรการ

รายงานข้อมูลสรุปการใช้งาน www.ไทยชนะ.com  ยอดสะสมตั้งแต่เริ่มโครงการมีร้านค้าลงทะเบียน 60,853 ร้าน ผู้ใช้งาน 3,660,081 คน แบ่งจำนวนการเข้าใช้งานออกเป็น เช็คอิน 5,562,344 ครั้ง เช็คเอ้าท์ 4,052,259 ครั้ง และการประเมินร้านค้า 2,617,781 ครั้ง โดย 10 จังหวัด ผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนร้านค้าสูงสุด ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 2.ชลบุรี 3.นนทบุรี 4.สมุทรปราการ 5.ปทุมธานี 6.เชียงใหม่ 7.นครราชสีมา 8.ภูเก็ต 9.ขอนแก่น และ 10.สุราษฎร์ธานี ตามลำดับ

ผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนร้านค้าสูงสุด 10 ประเภทกิจการ ได้แก่ 1. ร้านอาหาร/เครื่องดื่มฯ 2.  ห้างสรรพสินค้าฯ 3. ซูเปอร์มาร์เก็ตฯ 4. ธนาคาร 5. การให้บริการ 6. การจำหน่ายสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค 7.คลินิกเสริมความงาม/ร้านเสริมสวย 8.ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม 9. สินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต  และ 10. ร้านขายยา 661 ร้าน  ตามลำดับ

ผู้รับบริการเข้าใช้บริการสูงสุด 10 ประเภทกิจการ ได้แก่ 1. ห้างสรรพสินค้าฯ 2. ซูเปอร์มาร์เก็ตฯ 3. ร้านอาหาร/เครื่องดื่ม 4. ธนาคาร 5. การจำหน่ายสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค 6. ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม 7. การให้บริการ 8. สินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต 9. ร้านขายยา และ 10. คลินิกเสริมความงาม/ร้านเสริมสวย ตามลำดับ โดยจังหวัดที่มีผู้รับบริการเข้าใช้บริการสูงสุด 10 จังหวัด ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 2.นนทบุรี 3.สมุทรปราการ 4.ปทุมธานี  5.ชลบุรี 6.เชียงใหม่ 7.ภูเก็ต 8.นครราชสีมา 9.สงขลา และ10.นครปฐม ตามลำดับ  ทั้งนี้ ผู้ที่รับบริการที่ได้เช็คอินแล้ว จะต้องเช็คเอ้าท์ด้วย จะได้มีพื้นที่ว่างให้ผู้รับบริการท่านอื่นได้เข้ารับบริการ และมีสถิติการเข้าใช้งานที่เหมาะสม

สำหรับ 10 ประเภทกิจการ ที่ผู้รับบริการประเมินร้านค้า ได้แก่ 1. ร้านอาหาร/เครื่องดื่มฯ 2. ห้างสรรพสินค้าฯ 3. ซูเปอร์มาร์เก็ตฯ 4. ธนาคาร 5. การจำหน่ายสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค 6. ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม 7. การให้บริการ 8. คลินิกเสริมความงาม/ร้านเสริมสวย 9. สินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต และ 10.ร้านขายยา ตามลำดับ โดยมีการให้คะแนน 5  ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงที่สุดเป็นจำนวนมากที่สุด ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ

โฆษก ศบค. เผยจำนวนชุดตรวจตามมาตรการผ่อนคลาย โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ซึ่งมีการวางกำลังชุดชุดตรวจตามมาตรการหลัก แบ่งออกเป็น ชุดตรวจร่วม 90 ชุดตรวจ ชุดตรวจทั่วไป 1,896 ชุดตรวจ และชุดตรวจส่วนกลาง 74 ชุดตรวจ และชุดตรวจตามมาตรการเสริม โดยชุดตรวจจังหวัดจะมี กรุงเทพมหานคร ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัด ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ ศูนย์ปฏิบัติการตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบ และชุดตรวจเฉพาะจะมีกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้รับผิดชอบ

มาตรการนำคนไทยกลับจากต่างประเทศ

วันนี้ เวลา 09.30 น. จะมีคนไทยเดินทางกลับมาจากเนเธอร์แลนด์ (อัมสเตอร์ดัม) 34 คน เวลา 13.35 น. จากฝรั่งเศส (ปารีส) 40 คน เวลา 15.30 น. จากญี่ปุ่น (โตเกียว) 61 คน เวลา 17.10 น. จากจีน (เซี่ยงไฮ้) 33 คน และเวลา 22.00 น. จากสหรัฐอเมริกา 216 คน ในวันพรุ่งนี้ (20 พฤษภาคม 63) เวลา 10.30 น. จะมีผู้เดินทางกลับจากรัสเซีย (มอสโก) 78 คน เวลา 17.05 น. จากอาเจนตินา (ผ่านบราซิลและเนเธอร์แลนด์) 58 คน เวลา 19.00 น. และเวลา 13.15 น. จากอินเดีย (กัลกัตตา) 219 คน (นิวเดลี) 35 คน และเวลา 17.20 น. จากชิลี (ซันดิอาโก) 7 คน ทั้งนี้ แผนเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับไทยในวันที่ 21 พฤษภาคม มี 4 เที่ยวบิน ได้แก่ จีน (กว่างโจว) ออสเตรเลีย (ซิดนีย์) และเวียดนาม วันที่ 22 พฤษภาคม 3 เที่ยวบิน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (ผ่านเกาหลีใต้) เกาหลีใต้ (โซล) และกาตาร์ (โดฮา) วันที่ 23 พฤษภาคม 3 เที่ยวบิน ได้แก่ เยอรมนี (แฟรงก์เฟิร์ต) อินโดนีเซีย (จาการ์ตา) และบังกลาเทศ (ธากา) วันที่ 24 พฤษภาคม 3 เที่ยวบิน ได้แก่ ไทเป สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (อาบูดาบี) และคูเวต วันที่ 25 พฤษภาคม 5 เที่ยวบิน ได้แก่ ศรีลีงกา-มัลดีฟ (โคลัมโบ-มาเล) เกาหลีใต้ (โซล) และ ญี่ปุ่น (โตเกียว) 3 เที่ยวบิน และ วันที่ 26 พฤษภาคม 3 เที่ยวบิน ได้แก่ มาเลเซีย (กัวลาลัมเปอร์) อิตาลี (โรม) และไทเป

รายงานผู้เดินทางกลับเข้าประเทศผ่านจุดผ่านแดนทางบก มีผู้เดินทางจากเมียนมา 10 คน มาเลเซีย 251 คน สปป.ลาว 5 คน และ กัมพูชา 9 คน รวม 275 คน

รายงานข้อมูลสถานการณ์ผู้เดินทางเข้าประเทศที่ต้องกักกันตัวในที่กักกันของรัฐจัดให้ (State Quarantine  และ Local Quarantine) ตั้งแต่ 3 เมษายน – 18 พฤษภาคม มีผู้เข้ากักกันสะสม 21,453 ราย ผู้เข้ากักกันปัจจุบัน 9,357 ราย ผู้กลับบ้านสะสม 12,096 ราย

การปฏิบัติงานตามมาตรการเคอร์ฟิว

โฆษก ศบค. รายงานผลจากการปฏิบัติการจากการประกาศมาตรการเคอร์ฟิว สรุปข้อมูลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน – 19 พฤษภาคม โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงพบว่า  มีผู้กระทำความผิดกรณีชุมนุมมั่วสุม 3,986 ราย ดำเนินคดีแล้ว 3,877 คดี ได้รับการตักเตือน 109 ราย และผู้กระทำความผิดกรณีออกนอกเคหสถาน 30,683 ราย ดำเนินคดีแล้ว 26,422 คดี ได้รับการตักเตือน 4,261 ราย ขอความร่วมมือให้ทุกคนลดการกระทำผิดเรื่องยาเสพติด และการตั้งวงดื่มสุรา

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *