เปลว สีเงิน

ตรงไหนทำให้ “หมอถูกขวิด?”

๑๓ เมษายน ๒๕๖๓…….
สวัสดีสงกรานต์ ปีชวด
ปีนี้ พระสยามเทวาธิราช ทรงประทานพร พ่อแม่พี่น้องไทย เบิกศรีที่หน้า บานอริยะที่ใจ
ให้น้อมเกล้า-น้อมเศียร
พนมกร มุ่งจิตสู่ ณ ประตูวิเศษไชยศรีด้วยสัมมาทิฐิ แยกแยะได้ ไหนกงจักร ไหนดอกบัว เมื่อพ้นความหลง จากเห็นผิดเป็นชอบ วิกฤติโควิด-๑๙ ก็ผ่านได้

ดั่งมหานทีสีทันดร……
อันจักรวาลนี้ นับอนันตกาล มิเคยมีผู้ใดข้ามได้ แต่กาลจากมหาสงกรานต์นี้ โควิดดั่งมหานที หมื่นวัน-พันปี สรรสอบเฉพาะดี ผู้มีสามัคคีใจ ได้ถึงกาล บานเหนือน้ำ ดุจบัว เบิกอรุณ
องค์พระสยามฯ เสด็จออก พร้อมพระแสงขรรค์ชัยศรี บังอบาย
ไทยสัมมาทิฐิ จักข้ามมหานทีสีทันดรทุกข์ สู่สุขไพศาล ด้วยเศรษฐกิจ การงาน ฐานะ-อาชีพ ที่ฟุบก็ฟื้น ที่ล้มก็ลุกยืน คืนสม ตามฐานานุรูปกันถ้วนทั่วสาธุชน

เมื่อวาน (๑๒ เมย๖๓)
โฆษกโควิด “หมอทวีศิลป์” ขานเลขที่ออก ๓๓
เห็นว่า เฮ กันพอสมควร!
จากร้อย ลดลงมาเรื่อยๆ เหลือยอดป่วยรายวันแค่ ๓๓ แต่ยังเฮดังนักไม่ได้ จนกว่าเหลือ “หลักเดียว” นั่นแหละ ค่อยเปลี่ยนเฮ เป็น ไชโย

แล้วรู้กันบ้างหรือเปล่า?
ขณะไทยเตรียมซ้อมเสียงเฮ เสียงไชโย เพื่อนมนุษย์ในซีกโลกตะวันตก ยุโรป-สหรัฐ ล้มตายทับถมเหมือนใบไม้ร่วง

เมื่อซันเซต กลิ่นศพตลบเมือง ฝูงแร้งลงทึ้ง นรกภูมิก็ปานนั้น น่ากลัวโรค “จากซาก” ระบาดซ้ำ

“นิวยอร์ค” มหานครของสหรัฐฯ ที่ใครๆ ใฝ่ฝันจะไป ตอนนี้ แปรสภาพเป็น “มหาสุสาน” แห่งสหรัฐฯ ไปแล้ว
อาชีพสัปเหร่อ ดูจะขาดแคลน และเป็นที่ต้องการของโลกเสรีประชาธิปไตย

อีกหมื่นปี ตรงนิวยอร์ค จะเหมือนอียิปต์วันนี้
จะต่างก็เพียง ของอียิปต์ ที่ขุดเจอ เป็น “สุสานมัมมี่” แต่ของนิวยอร์ค จะเป็น “สุสานโควิด”!

เฉพาะสหรัฐฯ ยอดสะสมป่วย กว่า “ครึ่งล้าน” ที่ตาย เข้าหมื่นที่สองแล้ว และยังไม่มีท่าที ว่าสหรัฐฯ จะพบวิธีใดรับมือ

ที่น่าเวทนามากสุดยามนี้ ที่อิตาลี
คงเห็นคลิปที่แพร่กันแล้ว ผู้คนที่นั่น ที่พึ่ง-ที่หวัง-ที่หยิ่ง “หมดสิ้น-ทุกอย่าง” เหลือเพียงสัญชาติญานสุดท้าย ดังเห็น

บ้างคุกเข่า แหงนหน้า สองมือยกยอมจำนน อ้อนวอนสวรรค์ บ้างซบหน้าคาพื้น มือห้อยต่ำ ครวญคร่ำขอความเห็นใจจากนรก

บ้างยืน บ้างกระเซอะ-กระเซิง บ้างกอดเสา บ้างตะกายผนัง กางสองแขน แหงนหน้า พร่ำรำพัน
พระเจ้าอยู่หนใด ขอจงสถิตในหฤทัย นำทางลูกด้วยพระเมตตาแห่งพระองค์ด้วยเถิด เรียงรายไปตามถนน

เห็นแล้วใจซึม ………
แหงนมองรูปปั้นอาจารย์ “ศิลป์ พีระศรี” บนหลังโต๊ะทำงาน ภาวนาในใจ
เมืองไทยหายดีแล้ว อยากให้ร่วมแรง-ร่วมใจ มีอะไรช่วยได้ ส่งไปช่วยเพื่อนมนุษย์ที่อิตาลีกันบ้างก็จะดี
ที่คิดเช่นกัน ด้วยผมศรัทธา “อาจารย์ศิลป์ พีระศรี” คนอิตาลี ที่เคยมีคุณกับไทย

พูดได้ว่า เพราะอิตาเลียนท่านนี้แหละ เมืองไทยสง่าจึงงามดำรง “ศิลปกรรม-ศิลปากร” ยั่งยืน หยัดราก ถึงวันนี้ และต่อๆ เป็นอนาคต

หลายสิ่งหลายอย่างในบ้านเมืองไทย เหมือนขนตาคนไทย อยู่ใกล้ลูกตาที่สุด แต่ลูกตาไม่เคยมองเห็นขนตาเลย!

อย่างอาจารย์ศิลป์ ถามคนไทยว่า รู้จักมั้ย ท่านมีบุญคุณต่อวงการศึกษาศิลป์ไทยอย่างไรบ้าง
ร้อยละ ๙๙.๙๙ จะบอกไม่รู้?

ไทยรอด “ตายมโหฬาร” จากโควิดพิฆาตโลกด้วยอะไร รู้มั้ย ส่วนใหญ่ก็จะบอก “ไม่รู้” อีกเช่นกัน

ไทยโควิดระบาดเป็นประเทศที่ ๒ รองจากจีน ทั้งโลกโยนติ้วตรงกัน “ไทยอวสาน” แน่

ก็ “นักท่องเที่ยวจีน” เป็นล้านๆ ยัดทะนานไทย จากอู่ฮั่น บานตะเกียง เมื่อโควิดระบาดจะรับมือยังไง?

ไม่ต้องพูดถึงยารักษา เอาแค่ว่า รู้จักมั้ย…มันคือไวรัสอะไร ทั้งโลก ก็ยังไม่มีใครรู้?

แต่ไทยกลับไม่อวสาน นั่นเพราะอะไร?

เพราะ PM 2.5 นั่นไง!
เป็นพระเอกใน “คราบผู้ร้าย” ถูกส่งมาล่วงหน้าเป็น “ตัวช่วย” ก่อนโควิด-๑๙ จะไล่หลัง “ล้างโลก”!

ถ้า PM 2.5 ไม่มาเป็นตัวทำให้คนไทยต้องสวมหน้ากากอนามัย ตั้งแต่ปลายธันวา.๖๒ ละก็

ป่านนี้ “แร้งวัดสระเกศ” คืนกรุงรัตนโกสินทร์ เหมือนปี พศ.๒๓๙๒ แน่ ที่ตอนนั้น อหิวาต์ระบาด เฉพาะกรุงเทพฯตายกว่า ๓ หมื่นคน ศพกองเป็นภูเขา!

นี่…..
คนไทยรอด เพราะการมาก่อนกาลของ PM 2.5 บีบบังคับให้ต้องสวมหน้ากากอนามัยกันแต่ตอนนั้น
พอโควิดมา แม้ตอนนั้น “คนจีน” ยังเต็มเมือง เลยเจาะไม่เข้า ถึงเข้าก็…นิดหน่อย!

เห็นมั้ย ยันสถานการณ์เข้าเดือนที่ ๓ ของเราเสียหายแค่ ๓๘ ชีวิต ส่วนที่ป่วยกับที่หาย ก็ครึ่ง-ต่อครึ่ง
ไทยแทบไม่เป็นส่วนในยอดป่วยโลก ที่เข้าล้านที่ ๒ ยอดตายทะยานหลักแสน

ไทย ด้วยหมอดี พยาบาลดี บุคลากรทางการแพทย์ดี รัฐบาลดี นายกฯดี นับวันฟื้น ป่วยเก่า-หาย, ป่วยใหม่-น้อย

ส่วนที่ต้องพลัดพราก ว่ากันจริงๆ แล้ว ส่วนใหญ่ เพราะมีโรคอื่นอยู่ก่อน พอโควิดจรผสม เลยจบ!

นี่ คุยกันถึงด้านใกล้ตัว แต่เราไม่เห็น แต่ประเด็นที่พูดจาฮิต-ฮอต ตลอด ๒-๓ วันนี้ ยังคงเป็นเรื่องปัญญาชนของกลุ่มโคแดง-โคส้ม ที่ออกมาอัด “หมอทวีศิลป์” โฆษก ศบค.

สงสัยกัน…….
“หมอทวีศิลป์” ก็แถลงแสนจะสุภาพ ผู้ดี้..ผู้ดี แล้วตรงไหน ที่ทำให้ปัญญาชนระบอบ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ทนไม่ได้ ต้องพล่าน เหมือนผีถูกข้าวสารเสก

ตอนแรกว่าเป็น “โรคอิจฉาลงตับ” เมื่อวิเคราะห์อาการลึกลงไป ดูจากภาษาโพสต์-ทวีต น่าจะเป็น “โรคดีซ่าน” ผสม

เพราะถ้าดีไม่ซ่าน ระดับปัญญาชนจะไม่ “หลุด” ถึงขนาดเปลือยกำพืดหรือสันดานออกมาให้เห็นขนาดนั้น!

ลองอ่านข้อความที่เขาโพสต์กันนะ แล้วจับประเด็นซิว่า ตรงไหน-เรื่องอะไร จากหมอทวีศิลป์แถลง ไปกระแทกต่อมดีจนต้องออกมาซ่าน?

ท่านแรก แฝงรอยริษยาในภาษาสุภาพ สมเป็นโฆษก “รัฐบาลยิ่งลักษณ์”

ธีรัตถ์| Teerat Ratanasevi
ด้วยความเคารพคุณหมอทวีศิลป์ ควรแถลงแต่เรื่องโรค การระบาด การรับมือไม่ต้อง Comment เรื่องอื่นครับ

ท่านต่อมา เขาเรียกอาจารย์..อาจารย์ เคยเห็นในวอยซ์ทีวี.
sirote klampaiboon
“หมอทวีศิลป์ไม่ต้องเอาเวลาหลวงแถลงผลงานประยุทธ์หรือให้โอวาทครับ นั่นงานโฆษกรัฐบาล คุณยังไม่ได้เป็น”

ต่อมา เป็นอาจารย์ตัวทอปของจุฬา “ผศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์” ลูกสาว “รองศาสตราจารย์ ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์”
wasanawong
“สวนครัวกูก็สวนครัวกูข่ะอีหมอไม่ต้องมาเสือก”

อีกท่าน “โรซี่” เจ้าของ spokedarktv ลูกสาวอาจารย์โกวิทย์เช่นเดียวกัน

rosie spokedark
“คือหมอมึงอย่าเสือกอ่ะค่ะ แล้วถ้าอยู่ตจว.เงินเดือนละ ๕ พัน มันใช้สบายเบอร์นั้น เค้าจะต้องแห่มาทำงานเป็นทาสอยู่ในกรุงเทพกันหาพระแสงอะไรคะ นี่คือจิตแพทย์แล้วเหรอ?
ถึงว่าเมืองไทยแม่งคนเป็นบ้าเยอะฉิบหาย หมอแม่งไม่มีสกิลในการรับฟังเหี้ยไรเลยนี่เอง #รัฐบาลส้นตีน”

อีกท่าน “ลักขณา ปันวิชัย” คอลัมนิสต์ นามปากกา “คำผกา” ที่โด่งดัง และพิธีกร วอยซ์ ทีวี.

Lakkana Punwichai
“เลิกเสือกกับประชาชน มีหน้าที่ทำงาน ไม่ได้มีหน้าที่เสือก สวนครงสวนครัว เส็งเคร็ง มีหน้าที่เอาภาษี ปชช.มาสร้างคุณภาพชีวิตให้ประชาชน แก้ไขปัญหาวิกฤตประเทศ ไม่ได้มีหน้าที่มาคิดแทน คำนวณแทนว่า ห้าพันเกินพอถ้ามีสวนครัว เงินที่แจกน่ะ เพื่อให้เศรษฐกิจมันเดินไปได้ ไม่ใช่เงินโปรยทาน ไม่ต้องมาเสือกถึงสวนครัวใคร ถึงกูมีสวนครัว สวนครัวนี้ก็ไม่ใช่ส่วน compensate งานของมึง”

ครับ….
ก็พอจับประเด็นได้ ปัญญาชนเหล่านี้ ไม่พอใจที่หมอทวีศิลป์ พูดเรื่องเงิน ๕ พัน กับเรืองผักสวนครัว
และคงไม่ได้ฟังเองตอนหมอแถลง

น่าจะอ่านจากพาดหัว “มติชนวีคลี่.คอม” วันที่ ๙ เมย.ที่เขาพาดว่า

“โฆษกศบค.มั่นใจ ๕ พันอยู่ตจว.ได้สบายๆ มีผักสวนครัวรั้วกินได้ ขออภัยคนต่างแดน อยู่ในที่ตั้งก่อน”

จึงปรี๊ด ใช้ความรู้สึกตอบสนองต่อข้อความนั้น ด้วยการโพสต์บ้าง ทวิตบ้าง และก็อปปี้พาดหัวนั้นอ้างอิง

ความจริง ผมก็ฟังอยู่ วันที่ ๙ เมย.ที่หมอทวีศิลป์แถลง ประเด็นตรงนี้ มาจากคำถามนักข่าว BBC ไทย
เขาถามผ่านพิธีกร ประเด็นคนไทยตกค้างอยู่เมืองนอก ว่ารัฐบาลจะช่วยอย่างไร หมอทวีศิลป์ก็ตอบ ในส่วนคนไทยที่จะเข้าทางชายแดน คุณหมอพูดว่า

“……….แต่ถ้าท่านยังไม่ได้ออกมาเลย ขอให้อยู่ในที่ตั้งก่อน ไม่ให้เข้าด่านชายแดน ก็เดี๋ยวแอบเข้าด่านธรรมชาติ ก็อย่าเลยนะครับ ธรรมชาติอะไรทั้งหลาย ถ้าท่านผ่านเข้ามา มันก็ต้องผ่านกลุ่มคนทั้งหลาย มันก็จะเกิดปัญหาอีก ติดเชื้อได้ทั้งนั้น

ถ้าท่านอยู่ของท่าน อยู่ขอบชายแดน มีบ้านมีพัก เขาบอกว่า เดี๋ยวนี้อยู่ต่างจังหวัดเนี่ย เมื่อวานผมฟังว่า เงิน ๕ พันเนี่ย เหลือแน่ๆ

เพราะว่ามีผัก มีผลไม้ มีโน่น มีนี่ สามารถกินได้ อะไรล่ะ…เขาเรียกว่า ผักสวนครัวรั้วกินได้ อยู่ได้สบาย ไม่จำเป็นต้องลำบากอะไรเลยนะครับ
เพราะฉะนั้น การเข้ามาอยู่ในเมือง อยู่ในกลุ่มใหญ่ๆตะหาก คือความเสี่ยงนะครับ”

ครับ…ความหมายตามบริบทก็ชัดเจน ไม่เห็นต้องออกมาขนาดนั้น
แต่ที่ออก นอจาก “อิจฉาลงตับ” อย่างว่าแล้ว ประเด็นที่ทำให้ปัญญาชนของ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ต้องดีซ่าน

น่าจะตรงคุณหมอใช้คำว่า “เดี๋ยวแอบเข้าด่านธรรมชาติ” นั่นแหละ
เพราะมันสะเทือนทราง “นายหญิง” เค้า…รู้มั้ย?

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *