เปลว สีเงิน

“เทพบุตร-เทพธิดา”สนามบิน

“เทพบุตร-เทพธิดา”สนามบิน

ลัดคิวซักวันเหอะ
เห็นเอะอะมะเทิ่งกันแต่คืนเสาร์(๓ เมย.๖๓)

ว่าเหล่าเทพบุตร-เทพธิดาไทย เหาะจากนอกประเทศ ลงสนามบินสุวรรณภูมิ ๕ เที่ยวบิน กว่าร้อยคนไม่ยอมให้อัญเชิญไปกักตัว ๑๔ วัน ตามมาตรการ จนเกิดการเผชิญหน้ากันขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ชาวดินกับชาวฟ้า

เพราะอะไร จึงไม่ยอมให้นำไปเฝ้าดูอาการเหมือนคนอื่นๆที่เดินทางเข้ามา?

ก็ไม่รู้เขา มนุษย์เดินดินกินข้าวแกงอย่างเรา ยากเข้าใจชาวสวรรค์
ไปเป็นขยะส่วนเกินอยู่เมืองนอกเข้าหน่อย กลับมา ดัดจริต ด่าบ้าน-ด่าเมืองตัวเอง เห็นไส้กรอกอีสานตุ้มๆ…จะอ้วก

ต้อง sausage เป็นดุ้นๆ ไม่ก็ hotdog จึงจะอ้ำ!

เห็นโพสต์เป็นภาษาเทพไว้ ใครรู้ภาษาเทพ ก็ลองอ่านและแปลเอา

“สาวไทยผู้ยิ่งใหญ่ จากนิวยอร์ก” โพสต์ว่า

“…จะกลับไทยแลนด์แดนนรก…..แต่จะให้กุไปนอนสัตหีบ 14 วัน กุไม่ไป รู้เลยว่าดูแลไม่ได้หรอก กระจอก!”

โพสต์ของ “ฟ้าจิ มุ้งมิ้ง”

รัฐบาลไทยเหี้…..แต่ไม่คิดว่าจะเหี้…..ขนาดนี้! มาถึงสุวรรณภูมิแล้ว ก็ทำเอกสารนั่นนี่ วัดไข้วัดไรเสร็จ นึกว่าจบ แล้วไปเอากระเป๋าได้ สุดท้ายมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่า เดี๋ยวรัฐบาลจะพาไปที่กักตัวนะครับ พอถามว่าที่ไหนตอบว่าไม่รู้ อีสัสมึงไม่ได้ประสานงานกันหรอ คือไม่แจ้งล่วงหน้า กุก็จองโรงแรมจองไรไว้แล้วไง รัฐบาลเฮงซวย! กุต้องรออีกนานไหม? ปล.ขอบใจที่เอามาม่าเป็นอาหารว่างให้พวกกุกิน ย้ำนะคะว่ามาม่า!

เนี่ย…….
สังคมระบบทุน ออกแบบให้มนุษย์ “ทาสนิยมวัตถุ” เป็นอย่างนี้ การศึกษาไม่ได้บอกคุณภาพคน แต่บอกระดับความเป็นทาส

เห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐ สู้รังสีเหล่าทวยเทพไม่ได้ ปล่อยให้ออกสนามบินกลับบ้านไปร่วมสองร้อยคน ทำเอานายกฯ ผู้ถือดาบอาญาสิทธิ์พรก.ฉุกเฉิน โกรธเป่าหนวดปู้ดๆ

ผมก็พูดเกินไปนิด นายกฯ ท่านไม่มีหนวด มีแต่ขนจมูก เอาเป็นว่าโกรธจนจมูกไหม้ก็แล้วกัน

สั่งแล้ว มาตรการมีแล้ว ไม่ว่าหน้าไหน กลับเข้ามา ต้องกัก ๑๔ วัน (อ้าว…แต่เห็นมีสส.โพสต์อวด รับลูกสาวกลับจากอังกฤษมากักอยู่บ้านตัวเองได้นี่)

เมื่อเหยาะแหยะในการใช้มาตรการดังที่เห็น ประธานใหญ่ จึงเรียกประชุมด่วนแต่คืนนั้น (๓ เมย.)
ห้ามทุกเที่ยวบิน บินมาเข้าประเทศไทยชั่วคราว
นับแต่ เที่ยงคืน ๔ เม.ย.ไปจนเที่ยงคืน ๖ เมย.!

อด…..
ลูกใคร-หลานใคร ไม่ว่าเผ่าพันธุ์เทพเทวาชั้นไหน โปรดสถิตรั้งรออยู่ในทิพยวิมานประเทศสหรัฐฯ-ยุโรปต่อไปอีกซัก ๓ วันก่อน

รอให้ทางเมืองไทยเคลียร์พวกเทพชั้นสูงแต่ความรับผิดชอบต่อสังคมรวมต่ำเข้าคอก เอ้ย…เข้าที่กักตัวให้เรียบร้อยก่อน ค่อยซมซานหนีตายจากฝรั่งมายังเมือง

ท่านประธานใหญ่ “ประยุทธ์” สั่ง….
ต้องไปตาม ๑๕๒ เทพบุตร-เทพธิดาไทย ที่เหาะแยกย้ายกันไปแล้ว นำมาเข้ากักตัวเฝ้าดูอาการ ๑๔ วันให้ได้
ปกาศิตให้ “พลเอก ปริพัฒน์ ผลาสินธุ์” รองเสนาธิการทหาร เข้าไปกำกับดูแลสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง

อย่าให้อย่างนี้เกิดขึ้นได้อีกเชียว!
นี่…เห็นว่า ๑๕๒+๖ รวม ๑๕๘ เทพบุตร-เทพธิดา หลบหลีกการกักตัว ถูกตามอัญเชิญมากักในวิมานครบแล้ว ตอนค่ำ

ก็เหนื่อยเนอะ…..
กับคนไทยที่ดำรงทัศนวิสัย “ตามใจคือไทยแท้” ที่ทรามพัฒนามาเป็น “ประชาธิปไตย ทำอะไรก็ได้ตามใจกู” ทุกวันนี้

ประเภท รักธรรมชาติและเสียงเพลง เกลียดการดูถูก และเหยียดหยาม ต้องการเป็นมิตรกับทุกเพศ-ทุกวัย อย่างก่อนเก่าไม่มีแล้ว

อยากบอกว่า อย่าไปซีเครียด อย่าไปเพ่งโทษคนทำงานให้มากนักเลย คิดถึงเราว่าเป็นเขาบ้างในสถานการณ์นั้น ในงานนั้น
อะไรๆ เฉพาะหน้า ที่ต้องทำ-ต้องตัดสินใจ มันไม่ง่ายอย่างนั่งดู แล้ววิพากษ์-วิจารณ์ตามอารมณ์หรอก

กรณีโควิด มันทำให้เกิดรูปแบบปัญหาในแง่มุมใหม่ ทั้งผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติ ผู้สั่ง ผู้ถูกสั่ง โปรแกรมสมอง ทุกคน-ทุกฝ่าย ในไฟล์สมองยังไม่มีข้อมูลทั้งนั้น

ฉะนั้น จะขวาตกเหว ซ้ายขึ้นตลิ่ง ทุกด้าน มันยังงงๆ กันอยู่ทั้งนั้น
กับของใหม่ ผิดบ้าง-ถูกบ้าง ค่อยๆ จูนกันไป อย่าชี้หน้าเอาเป็น-เอาตายกันไปทุกเรื่อง-ทุกกรณี ไม่มีใครอยากทำงาน แล้วมันจะยุ่ง

ประเด็นสำคัญที่ควรทำ คือ…..
ควรต้องมีฝ่ายจดหมายเหตุงานเมืองซักคน ขึ้นไปอยู่ที่สูง บนยอดภูเขาทองโน่น

มองลงมากว้างๆรอบๆ…….
แล้วคอยบันทึก ประมวลเรื่องและสถานการณ์ประจำวัน นำแต่ละเรื่อง แต่ละเหตุการณ์เข้าสมการวิเคราะห์ไว้ ว่าเรื่องนี้ เหตุการณ์ทำนองนี้ ทางไปของมัน ควรเป็นแบบไหน บันทึกไว้เพื่อแนวทางศึกษาในอนาคต ผิดวันนี้ ถูกวันนี้ ล้วนมีประโยชน์ในทาง “ไม่พลาด” ในอนาคตทั้งนั้น

สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่า “มีค่า” และ “สำคัญ” มาก ถือเป็นคุณค่ามหาศาลที่โควิดมอบให้กับสังคมบริหารและปกครองไทยเรา

นั่นคือ โควิดมาเป็น “ครูเตือน” ผู้นำ-ผู้บริหารให้ตระหนักว่า ถึงเวลาเช็คเครื่อง ถ่ายน้ำมัน ฟันเฟือง ขันนอต ทุกหัว-ทุกตัว-ทุกระดับแล้ว
ทดสอบสมรรถภาพ คุณภาพ ความพร้อมในการขับเคลื่อน ว่า……
แต่ละชิ้นในความเป็นองคาพยพกลไกชาติ ข้าราชการ กองทัพ ตำรวจ และบุคลากร-ทรัพยกรบุคคลทั้งหมด-ทั้งมวลมวลทุกวันนี้
อยู่ระดับไหน A B C D…Z

โรคมาลอกคราบโลกสู่ศตวรรษใหม่ ถ้าเครื่องยนต์กลไกของประเทศ คือองคาพยพชาติ ยังหลวมทุกยูนิต

สตาร์ทปัง “พังโครม” กระเด็นออกเป็นชิ้นๆ ถึงตอนนั้น อะไรๆมันก็แก้ไขไม่ได้-ไม่ทันทั้งนั้น
ฉะนั้น สถานการณ์โควิดนี่แหละ มาเป็นตัวทดสอบระบบบริหาร ระบบสั่งการ และระบบปฏิบติการให้รู้แล้ว

ทั้งส่วนศูนย์กลางอำนาจ
ทั้งส่วนภูมิภาคที่กระจายอำนาจไปแล้ว!

เห็นแล้วใช่มั้ย ในระบบราชการ ทหาร-ตำรวจ-พลเรือน รวมทั้งการเมือง วันนี้

“ตำแหน่ง-ฐานะ” กับความความรับผิดชอบ กับคุณภาพในปฏิบัติการ กับจิตสำนึกในหน้าที่ สอดคล้องกันขนาดไหน?

ผมไม่ได้หมายถึงตัวบุคคลคนใด-คนหนึ่ง หมายถึงในภาพรวมมองผ่านการขับเคลื่อนงานในปฏิบัติการโควิดระยะ ๒ เดือนมานี้

สำหรับบ้านเรา โควิดให้บททดสอบแค่ระดับชั้นอนุบาล แต่องคาพยพระบบชาติเรายัง เครื่องสั่น-ไฟตัน-น้ำมันช็อต หัวเทียนบอด สายไฟไขว้สลับ คุณภาพอยู่ระดับ A B C D หรือ Y Z ก็คิดสำนึกกันดู

โควิด ถ้าถอดรหัสพันธุกรรมทางสำนึก มันเป็นสายพันธุ์กระตุ้นเชื้อ Reform, Disruption ก็ได้นะ?

การปกครองส่วนท้องถิ่น ๗๗ จังหวัด รวมทั้งกทม. เหตุการณ์โควิด
เป็นตัว “เช็คเครื่อง” สมรรถนะแต่ละยูนิตในแต่ละจังหวัดได้ดีที่สุด ตั้งแต่ตัวผู้ว่าฯ ลงไปถึงอบต.และผู้ใหญ่บ้านนั่นเลย

คุณภาพคน=คุณภาพประเทศ

ดูกันแล้ว ในองค์รวม ไทยเราก็ไม่เลวนัก ระดับ B C D ก็น่าจะได้ ไม่ไกลถึง X Y Z หรอก

บ้านเรานี่ ไม่ใช่ยกหางตัวเอง ทุกอย่างมันให้ทั้งด้านอุตสาหกรรมเครื่องจักร และด้านอุตสากรรมเกษตรจริงๆ

แต่ต้องยึด “เกษตรพอเพียง” เป็นฐานรากแก้วประเทศไว้!

ระบบ “ราชการไทย”……..
ถูกสร้างเหมือน “หัวหอม-หัวกระเทียม” ส่วนรากและใบเลี้ยงส่วนหัวให้โต เสร็จแล้ว ทิ้งใบและรากให้แห้ง!

สรุปแล้ว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหมุดประเทศต้องเหนื่อยหนักและถูกกระแทก-ทุบในฐานะหัวหมุดในเส้นทางสายเปลี่ยนนี้ไปอีกนาน

แต่ขึ้นรูปเห็นโครงร่างแล้ว ไม่ต้องท้อ และอย่าถอย ในเส้นทาง “นักทำ” แค่ส้นเท้าถูกเศษแก้ว เสี้ยนหนาม ตะปูตำ แค่นั้นถอย จะเป็น “นักทำ” ได้อย่างไร?

ความจริง จาก ๔ เมษา.ตามทิศทาง หัวศรมันต้องพุ่งลงแล้ว เมื่อวาน ก็เห็นป่วยลด เข้ามาสะสมแค่ ๘๙ ราย
ก็น่าจะลดลงเรื่อยๆ เพราะคนส่วนใหญ่ร่วมมือ-ร่วมใจกันดี

อย่างผม เป็นครั้งแรกในชีวิต อยู่ติดบ้านเหมือนล่ามโซ่ ๒๔ ชั่วโมง (ซะวันเดียวนะ)!
โควิดน่ะ ไม่กลัว เพราะทำตามหมอสั่ง

แต่กลัวเป้าหมายรัฐบาลที่จะลดโควิดไม่สัมฤทธิ์ผล จึงใช้วินัยกำกับตัวเอง เชื่อฟังมาตรการรัฐบาล ไม่ทำตนเป็นผู้วิเศษแบบทุเรศด้วยอีโก้

ก็เอาใจช่วยทุกคน รวมถึงแพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแทพย์ ภาวนาให้โควิดลดลงเรื่อยๆ

ไม่แน่นะ…….
คำว่า “หมอดี-ยาดี” คู่เมืองไทยมาตลอด เผลอๆ แพทย์ไทยเรา ปุบปับ พบสูตรปราบโควิดได้ชะงัด ชะงักงันกันไปทั้งโลกก็ได้

ครับ…เป็นเสือติดจั่นอยู่บ้าน ไม่รู้ทำไร หาเพื่อนคุยตามเรื่อง-ตามราว แบบเหงาๆวันอาทิตย์ เป็นเพื่อนคุยผมด้วยละกัน

ไม่ขยัน ใช่ว่าไม่ขี้เกียจนะจ๊ะ!

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

2 Comments

  • Kobkaeo Jantavikulbutr

    ดีใจจัง ได้อ่านบทความพิเศษวันอาทิตย์ เสียดายเพิ่งมาเห็นเอาตอนเย็น เพราะวันนี้พักอ่านหนังสือไปครึ่งวัน เพิ่งมาติดตามอ่านเอาช่วงบ่ายแก่ ๆ นี่เอง

    ป๋าเปลว พูดถึงเหล่าบรรดาเทพบุตร-เทพธิดา บรรดาขยะชั้นสูงที่ถ่อยต่ำเตี้ยด่าประเทศชาติตัวเองอย่างหยาบคาย มุมมองต่อประเทศตัวเองเป็นอย่างนี้ ก็ไม่น่าจะหนีตายกลับมาเนอะ

    ขอบคุณมุมองเดี่ยวกับ การทดสอบระบบบริหาร ระบบสั่งการ และระบบปฏิบัติการ ประชาชนก็มองเห็นข้อบกพร่องอยู่ค่ะ หวังว่าทางรัฐบาลลุงตู่จะเก็บข้อมูลที่ป๋าเปลวแนะนำไปกลั่นกรองและปรับปรุงให้ดีขึ้น ๆ รักลุงตู่ค่ะ ลุงตู่ทำงานหนักเพื่อประชาชนมาก

    ส่วนตัวก็ต้องกักกันตัวเองอยู่แต่ในบ้านค่ะ เพราะเพื่อนบ้าน (คอนโดฯ) อยู่่ชั้นเดียวกัน ห้องไม่ห่างกันเท่าไร ติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ตกอกตกใจกันไปทั้งตึก เพราะใช้ลิฟท์ตัวเดียวกัน ใช้ส่วนกลางร่วมกัน นี่ไม่ออกจากห้องไปไหนเลยค่ะ ซีลหน้าต่างประตูช่องลมอย่างแน่นหนา วัน ๆ ก็ติดตามอ่านข่าวบ้าง ดู ที.วี. ดูข่าว มากเข้าก็รู้สึกเครียด เลยเปลี่ยนแนวมาอ่านหนังสือบ้าง ภาวนาให้วิกฤติการณ์ครั้งนี้ผ่านพ้นได้ภายในเร็ววันและผ่านไปด้วยดี ป๋าเปลวดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขปลอดภัยทั้งครอบครัวค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *