ดำรง พุฒตาล เล่าผ่านไลน์

ดำรง คุยลึกๆ กับ “หมอนวด และแม่ครัวไทย” เรื่องการได้รับเงินเยียวยาค่าตกงานจากรัฐบาลเยอรมัน

ประเทศเยอรมนี เป็นประเทศที่มีหญิงไทยไปทำงานมากที่สุดในโลก และมีร้านอาหารไทยอยู่มากกว่า 600 ร้านทั่วประเทศ อาชีพส่วนใหญ่ที่คนไทยทำมาหาเลี้ยงชีพในประเทศนี้ ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหารหรือภัตตาคาร หรือการ เปิดขายอาหารไทยอีกแบบที่เรียกเป็นภาษเยอรมันว่า “อิมบิส” (imbiss ) ซึ่งหมายถึงสถานที่เล็กๆ ที่ผลิตและจำหน่ายอาหารไทยสำหรับนำกลับบ้าน (take away) แต่ลูกค้าอาจจะสั่งและยืนกินที่ร้านได้ และมีน้ำเปล่าขายเป็นขวด และห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่มีการจ้างพ่อครัวแม่ครัว คือเจ้าของร้านต้องทำเอง

หมอนวดแผนไทย ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่ง ที่คนไทยนิยมเปิดกิจการอยู่ทั่วประเทศเยอรมนี มีทั้งเป็นผู้ประกอบการ และเป็นลูกจ้าง

ขณะนี้ทุกอาชีพที่กล่าวมาทั้งหมดก็ประสบกับภาวะ “ตกงาน” อันเนื่องมาจากโรคโควิด-19 เหมือนๆ กับประเทศอื่นๆ ในยุโรปและทั่วโลก

ประเทศเยอรมนี และคนเยอรมันได้ชื่อว่า เคร่งครัดและยึดมั่นต่อตัวบทกฎหมายและข้อปฏิบัติต่างๆ มากกว่าทุกประเทศในโลก ว่ากันว่าถ้าเห็นฝรั่งถูกรถชนตายคา “ทางม้าลาย” ในกรุงเทพฯ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ฝรั่งคนนั้นเป็นชาวเยอรมัน เพราะเขาคิดว่าถ้าเมื่อเท้าของเขาเหยียบทางม้าลายในกรุงเทพฯ รถทุกคันจะหยุดให้เขาข้ามถนนทันทีเหมือนในประเทศเยอรมนีของเขา

ผมได้คุยกับอดีตพนักงานหญิงไทยซึ่งเคยสังกัด บริษัท คู่สร้างคู่สม จำกัด และเมื่อสามปีที่แล้วเธอได้ลาออกไปเป็นแม่ครัวอยู่ในร้านอาหารไทยในประเทศเยอรมนี เธอเล่าว่า ขณะนี้ (10 พ.ค. 63) ร้านอาหารที่เธอเป็นลูกจ้างอยู่ ต้องปิดชั่วคราวเนื่องจากโรคระบาด แต่เธอก็ได้รับเงินเดือนอยู่เดือนละ 850 ยูโรหรือ 29,600 บาทคิดเป็น 60% จากเงินเดือนสุทธิที่หักภาษีแล้ว ซึ่งไม่ใช่เป็นเงินที่ทางร้านจ่ายให้ แต่เป็นเงินที่ทางรัฐบาลช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งคนไทยเรียกว่า “เงินตกงาน” และว่ากันว่าหากร้านอาหารที่เธอทำงานอยู่ จะต้องถูกปิดยืดเยื้อไปอีกนานเขาก็จะจ่ายเงินตกงานเพิ่มขึ้นอีกจาก 60% ของเงินเดือนที่หักภาษีแล้วจะเพิ่มขึ้นเป็น 80%

สำหรับ ร้านนวดแผนโบราณและร้านอาหารอิมบิส จะได้รับเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าหรือเงินช่วยเหลือขั้นต่ำอย่างรวดเร็วทันที 9,000 ยูโรหรือ 313,731 บาท (แต่บางรัฐก็อาจได้รับ 8,000 ยูโร) การที่คนไทยไปประกอบธุรกิจหรือประกอบอาชีพต่างๆ ในประเทศนี้นั้น จะต้องทำให้ถูกต้อง ตามกฎหมาย และข้อบังคับต่างๆ ซึ่งมีอยู่อย่างละเอียดลออ ที่สำคัญคือการเสียภาษีรายได้เข้ารัฐอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

สถานประกอบการเช่นร้านอาหาร จะต้องจ้างสำนักงานหรือบริษัททำบัญชี ซึ่งสำนักงานดังกล่าวนี้จะประสานกับกรมสรรพากร หอการค้าหรือสมาคมการค้าประจำเขต และธนาคาร ดังนั้น หน่วยงานต่างๆ เหล่านี้ จึงมีข้อมูลโดยละเอียดซึ่งตรงกันของทุกคน

ครั้นเมื่อเกิดวิกฤติโรคระบาดและรัฐจำเป็นต้องช่วยเหลือ จ่ายเงินตกงานเพื่อเยียวยาบุคคลที่ได้เสียภาษีเข้ารัฐ สำนักงานทำบัญชีจะประสานกับทางส่วนราชการและธนาคารได้ฉับไวทันทีเพราะมีข้อมูลตัวเลขอยู่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่ต้องไปยื่นขอลงทะเบียนขอรับเงินตกงาน ทางรัฐบาลเยอรมัน ได้จ่ายให้เรียบร้อยแล้วโดยอัตโนมัติ

ปกติรัฐบาลเยอรมันเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (vat) สูงมากถึง 19 (ประเทศไทยvat 7%) แต่มีข่าวออกมาว่ารัฐบาลเยอรมันจะลดภาษีมูลเพิ่มเหลือเพียงเก็บแค่ 7% เท่าประเทศไทย คือลดไปถึง 12% ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือประชาชนทั้งประเทศ แต่รัฐก็จะขาดรายได้มหาศาล เชื่อว่า เมื่อบ้านเมืองเข้าที่เข้าทาง เมื่อโรคระบาดหายไปหมดแล้ว รัฐบาลคงกลับมาเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 19% เท่าเดิม หรืออาจจะมากกว่า

ณ วันนี้ (10 พ.ค.2563) หมอนวดแผนไทยคนหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นแฟน คู่สร้างคู่สม ได้เล่าให้ผมฟังว่า ในขณะนี้ ได้มีร้านอาหารไทย และโรงนวดไทยแผนโบราณ ในบางเมืองและบางรัฐ ได้รับอนุญาต ให้เปิดดำเนินกิจการได้แล้ว ผมถามด้วยความสงสัยว่า การบริการนวดนั้น จำเป็น ต้องถูกเนื้อต้องตัวกัน ถ้าเช่นนั้นก็คงไม่สามารถเว้นระยะห่าง (physical distancing) ก็ได้คำตอบว่า ผู้ให้บริการต้องใส่ถุงมือ ต้องใส่หน้ากากอนามัยทั้งผู้ให้ และผู้รับบริการ รวมถึงต้องมีฉากหรือม่านกั้นระหว่างเตียงด้วย ผมเองก็นึกภาพไม่ออกเลยว่า ผู้รับบริการจะพึงใจหรือไม่ ได้ฟังอย่างนี้ก็รู้สึกมึนๆ อยู่

เธอเสริมว่าถ้ามายึดอาชีพนวดแผนไทยในประเทศนี้โดยทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น เสียภาษีตามระบบ เมื่อถึงเวลาวิกฤตเช่นนี้ ทางการก็ช่วยเหลือเยียวยาจ่ายเงินตกงานให้ทันที ซึ่งก็สามารถ พออยู่ได้ในระดับหนึ่ง

 

LineID:plewseengern.com

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *