ยานยนต์,  เกษตร

ฟอร์ด เรนเจอร์ พาลุยสวนเกษตร เจาะลึกพืชเศรษฐกิจไทย

ฟอร์ด ประเทศไทย นำคณะสื่อมวลชนและกลุ่มเกษตรกรร่วมกิจกรรม “ฟอร์ด เรนเจอร์ แกร่ง…ทุกงานเกษตร” กับเดินทางพิสูจน์สมรรถนะรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องเกษตรกร ที่มาพร้อมขุมพลังอันเหนือชั้น และเทคโนโลยีอันชาญฉลาด ตอบสนองต่อการขับขี่อย่างยอดเยี่ยมในเส้นทางสมบุกสมบัน ทั้งทางเรียบและออฟโรด รองรับการบรรทุกหนัก ลากจูง พร้อมฝ่าฟันทุกอุปสรรค สมกับคำนิยามรถกระบะ “เกิดมาแกร่ง” เพื่อเยี่ยมชมสวนเกษตรและพูดคุยกับเกษตรกร ในเส้นทาง กรุงเทพฯ-นครนายก-ปราจีนบุรี-นครราชสีมา

กมลชนก ประเสริฐสม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย และตลาดอาเซียน เปิดเผยว่า ฟอร์ด ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย เรามั่นใจว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังคงรักษานิยาม ‘เกิดมาแกร่ง’ ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น สมรรถนะการขับขี่ที่พร้อมลุยในพื้นที่สมบุกสมบัน โดยเฉพาะในพื้นที่การเกษตร ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องเกษตรกร ทั้งการบรรทุก ลากจูง รวมถึงเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ถูกติดตั้งมาเพื่อผู้ขับขี่ ที่สำคัญ ฟอร์ด เรนเจอร์ มีให้เลือกหลากหลายรุ่นตามความต้องการใช้งาน ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้อย่างง่ายๆ  เราเชื่อมั่นว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมเป็นพาหนะคู่ใจที่ร่วมฝ่าฟันทุกอุปสรรคร่วมกับเกษตรกรไทยไปด้วยกัน  ฟอร์ด เรนเจอร์ มีกระบะพันธุ์แกร่ง รุ่นย่อย XL ให้เกษตรกรเลือก ทั้ง แบบกระบะตอนเดียว และกระบะแบบมีแค็บ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานของเกษตรกร ทั้ง การทำงานบรรทุกหนักสมบุกสมบัน และมอบความสะดวกสบาย เพื่อการใช้งานชีวิตประจำวัน ในราคาที่จับต้องได้

เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ จ. นครนายก โดยมีจุดหมายแรก คือ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านทุ่งกระโปรง อ.บ้านนา ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ระดับอำเภอ  ชุมชนบ้านทุ่งกระโปรงมีความโดดเด่นจากการเป็นชุมชนที่ริเริ่มปรับเปลี่ยนจากการเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสานและเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยได้เรียนรู้และบริหารจัดการทรัพยากรและปัจจัยทางการเกษตร คือ ดิน น้ำ และพืช โดยมุ่งเน้นให้คนในชุมชนพึ่งตนเองได้ มีความรู้ และแบ่งปันสู่ชุมชนเพื่อความผาสุขอย่างยั่งยืน บ้านทุ่งกระโปรงเน้นการปลูกพืชคลุมดิน เช่น ผักกูดที่มากด้วยประโยชน์ ปลูกง่าย ขยายพันธุ์ง่าย ขายคล่อง เพียบพร้อมด้วยสรรพคุณ เหมาะกับวิถีพอเพียง  ปัจจุบัน ชุมชนบ้านทุ่งกระโปรงเป็นชุมชนที่พึ่งพาตนเองได้ในวิถีชีวิตและวิถีทำกินด้านการเกษตร เป็นต้นแบบของบุคคลและชุมชนอื่นได้ โดยระหว่างการเดินทาง สื่อมวลชนได้รับประทานอาหารกลางวันที่ปรุงโดยพืชผัก และผลผลิตทางการเกษตรที่สดใหม่ปลอดสารพิษของชุมชนบ้านทุ่งกระโปรงด้วย

หลังจากนั้น มุ่งหน้าเยี่ยมชมสวนโกโก้ ของ ฐาณุพงษ์ ชินธนะชัยรัตน์  เกษตรกรยุคใหม่ ณ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี โกโก้เป็นพืชยืนต้นที่ดูแลไม่ยุ่งยากเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย โรคพืชและแมลงศัตรูรบกวนน้อย ใช้น้ำไม่มาก ออกลูกดกทั้งปี โดยสวนโกโก้แห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ เริ่มปลูกโกโก้จำนวน 600 ต้น เป็นสวนโกโก้แบบอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกเหนือจากการปลูกโกโก้แล้วยังมีการปลูกไม้ผลอื่นๆ เช่น อ้อย หรือกล้วย ซึ่งสามารถนำซากของผลไม้มาย่อยสลายทำเป็นปุ๋ยให้กับโกโก้ได้  โดยสวนโกโก้แห่งนี้ ได้เข้าร่วมกับโครงการส่งเสริมการปลูกโกโก้ออแกนิคของบริษัท เอทีเอ โปรดักส์ จำกัด เพื่อทำการส่งออกและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โกโก้ระดับพรีเมี่ยมต่อไป

ต่อมา ได้ไปเยี่ยมชมบ้านหมากม่วง ฟาร์มมะม่วงที่ดำเนินงานโดยเกษตรไทยยุค 4.0 ที่ต่อยอดธุรกิจการปลูกมะม่วงของครอบครัวมานานกว่า 20 ปี ให้กลายเป็นธุรกิจแบบครบวงจร  ในช่วงเริ่มต้น บ้านหมากม่วงปลูกมะม่วงหลายสายพันธุ์โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้เพื่อการจำหน่ายในประเทศ ต่อมาได้พัฒนาสายพันธุ์และเพิ่มผลผลิตจนได้คุณภาพที่ส่งออกได้ ในแต่ละปีมีผลผลิตประมาณ 180-200 ตัน โดยคุณวราภรณ์ มงคลแพทย์ บัณฑิตสาขาวิทยาศาสตร์การอาหาร และเกษตรไทยรุ่นลูก ซึ่งเป็นผู้ต่อยอดธุรกิจของครอบครัว เล็งเห็นโอกาสและการเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการแปรรูปมะม่วงเป็นสินค้าต่างๆ เช่น ไอศกรีมมะม่วงพุดดิ้ง มะม่วงลอยแก้ว แยมมะม่วง น้ำมะม่วง มะม่วงกวนกล้วยอบน้ำสมุนไพร รวมถึงข้าวเหนียวมะม่วงสูตรเฉพาะของฟาร์ม และกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะม่วงอีกหลายที่ชวนให้เราต้องติดตาม

หลังจากนั้น เดินทางไปเยี่ยมชมสวนอะโวคาโดคุณแดง ณ อ.ปากช่อง จ. นครราชสีมา อะโวคาโดเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ ที่เจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพพื้นที่ ให้ผลผลิตดกและเร็ว รวมถึงเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีปริมาณความต้องการสูงทั้งตลาดภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี   สวนอะโวคาโด ของคุณสำเริง กลั่นกลิ่น ได้รับพันธุ์อะโวคาโดจากสถานีวิจัยพืชสวนปากช่องและพันธุ์จากโครงการหลวงทางภาคเหนือมาทดลองปลูกอย่างต่อเนื่องจนมีต้นอะโวคาโดมากกว่า 500 ต้น โดยจะปลูกแซมในสวนน้อยหน่าเพชรปากช่อง ต้นหนึ่งให้ผลผลิตประมาณ 300-500 กิโลกรัม โดยจะให้ผลผลิตประปรายตลอดทั้งปี และจะมากที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน นอกจากนี้ สวนแห่งนี้ยังมีต้นอะโวคาโดพันธุ์พิเศษ “พันธุ์บรูนี่”  มีลักษณะผลใหญ่ คุณภาพดี รสชาติอร่อย ซึ่งมีปลูก ณ สวนแห่งนี้เพียงที่เดียวเท่านั้น   จากนั้นคณะเดินทางก็มุ่งหน้าต่อไปยังศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อเข้าเยี่ยมชมพื้นที่การปลูกข้าวโพดและข้าวฟ่าง โดยรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ ในสวนซึ่งมีพื้นที่กว่าสองพันไร่ บนพื้นที่ลาดเชิงเขาหินปูน ทำให้สื่อมวลชนได้สัมผัสถึงสมรรถนะอันดีเยี่ยมด้วยระบบช่วงล่างของฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อลดการโคลงตัว มอบการควบคุมและการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม พร้อมด้วยเหล็กแชสซีส์แข็งแกร่งพิเศษเสริมระบบกันสะเทือนมอบการควบคุมและความสะดวกสบายเหนือชั้น อีกทั้งยังขับขี่ง่าย ปลอดภัย ด้วยระบบพวงมาลัยผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPAS) และระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (ABS)  ก่อนกลับ สื่อมวลชนได้มีโอกาสซื้อผลผลิตจากสถาบันวิจัยฯ รวมถึงผลิตภัณฑ์ข้าวโพดแปรรูปต่างๆ เป็นของฝากก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *