การเมือง,  ผสมโรง

ไม่สงบเพราะไม่ “ยุติ” ในธรรม?

ผสมโรง

สันต์ สะตอแมน

ยุบ-ไม่ยุบ..ชะตารออยู่เบื้องหน้า..

แต่หลังกกต. มีมติเสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ก็มีเสียงระเบ็งเซ็งแซ่ทั้งผู้เห็นต่างและเห็นด้วย

คนอ่านกฎหมายไม่รู้ ดูกฎหมายไม่เป็นอย่างผม ก็ได้แต่ฟัง-อ่านแล้วใช้สติปัญญา (เท่าที่มี) ตรอง และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้จะเชื่อใคร-ฝ่ายไหน แต่พอดีเหลือบไปเห็นข่าวชิ้นหนึ่งจากแนวหน้าออนไลน์..

“องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA) มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ประเทศรัสเซีย ถูกตัดสิทธิห้ามเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติทุกประเภทเป็นเวลา ปี

นั้นเท่ากับว่าพวกเขาจะหมดสิทธิเข้าร่วม มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ปี 2020 ที่กรุงโตเกียว รวมถึงฟุตบอลโลก ปี 2022 ก็จะถูกสั่งห้ามมิให้เข้าร่วมการแข่งขันด้วยเช่นกัน

สำหรับการสั่งลงโทษแบนในครั้งนี้ เกิดจากการที่นักกีฬารัสเซีย ตกเป็นข่าวข้องเกี่ยวกับการใช้สารกระตุ้น และการโด๊ปมาอย่างต่อเนื่อง แถมยังมีเจ้าหน้าที่เข้าไปยุ่งกับห้องตรวจ และพยายามบิดเบือนข้อมูล

ทำให้คณะกรรมการบริหารของวาด้า มีมติเอกฉันท์ ออกบทลงโทษรัสเซีย อย่างไรก็ตามยังเปิดโอกาสให้สามารถยื่นอุทธรณ์ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา ภายในระยะเวลา 21 วันนับจากนี้”

พร้อมกันนี้ยังเปิดโอกาสให้กับ นักกีฬาจากแดนหมีขาว สามารถพิสูจน์ตัวเองว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวดังกล่าว ก็จะสามารถกลับมาลงแข่งขันได้ “แต่ต้องไม่ใช่ภายใต้ธงชาติรัสเซีย ซึ่งจะต้องใช้ธงอิสระแทน”

นี่..คือ “กฎกติกา” ของวาด้าที่ได้เขียนเอาไว้ โดยไม่ได้มีเจตนา-มุ่งหมาย-เจาะจงจะกีดกั้น-ห้ามนักกีฬา-ประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ให้เข้าร่วมแข่งขัน

และนักกีฬาต่างได้ยอมรับในกฏกติกานี้ ตลอดมาจึงมักไม่ค่อยปรากฏข่าวให้ได้ยิน-ได้เห็น จะเป็นด้วยไม่มีคนกระทำผิด หรือมีคนทำผิดแต่ปิดบังความลับไว้ได้ ก็สุดแท้!

แต่การที่นักกีฬารัสเซีย ทำในสิ่งที่กฎกติกาห้ามและถูกจับได้ไล่ทัน นอกจากจะได้รับการลงโทษแล้ว ยังจะเป็นการอับอายตามมาอีกด้วย

ซึ่งคงด้วยสำนึก “ความละอาย” นี้กระมัง จึงไม่ได้เห็นปฏิกิริยา หรือเสียงตอบโต้ใดๆออกมาจากนักกีฬา-ประเทศรัสเซีย..

ไม่ว่าจะประเภทท้าท้าย “กลัวเสียที่ไหน” หรือแข็งกร้าวด่า-สับวาด้า เป็นความอัปยศ น่าขยะแขยง ไม่ยุติธรรม ให้คนรัสเซียต้องพลอยเป็นเดือดเป็นแค้นชิงชังแต่อย่างใด!

ครับ..กฎหมายพรรคการเมืองที่เถียงกันอยู่ในเวลานี้ก็เช่นนั้น เขาเขียน-บัญญัติขึ้นมาก่อนที่ “ตี๋ไร้เดียงสา” จะควักระเป๋าให้เงินพรรคอนาคตใหม่กู้

และคนเขียนก็ (คง) ไม่ได้ตั้งใจ หรือมุ่งกีดกันไม่ให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะตอนเขียนน่าจะไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่า “ทอน” จะตั้งพรรคการเมือง คิดเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

ฉะนั้น ถ้ามองแบบไม่ติดยึดตัวบุคคล หลงใหลพรรค กฎหมายนี้ก็หาใช่ “อาวุธ” ที่ใช้ทำลายประชาธิปไตยอย่างอดีตนักวิชาการบางคนพ่น

จะรัฐประหาร หรือ ประชาธิปไตยเห็นจะไม่ต่างกัน หากคนในชาติยังมีประเภทดันทุรังเอาแต่ใจ-ความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ยอมรับในคำว่ายุติธรรม อันหมายถึง.. “ธรรมอันเป็นเครื่องยุติ”..

บ้านเมืองก็มีแต่ความวุ่นวายไม่จบสิ้น!

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *