เปลว สีเงิน-คนปลายซอย

“ออมสิน” ในปริศนา “เสี่ยสั่ง”

ชีวิตต้อง “ไปต่อ” ครับ!

“สุข-ทุกข์-ยิ้ม-เยาะ-หัวเราะ-ร้องไห้” แค่มายาหลอนรายทาง
ถ้าจมอยู่กับมันนานๆ
จะเกิดภาวะ “ติดสุข-จมทุกข์” รังแต่กระซ่านและซึมเซา

ฉะนั้น วันนี้ มาเปลี่ยนรสชาติด้วย “ทุกข์ใหม่” กันดีกว่า

คือ ๒-๓ วัน ก่อน ผมทิ้งท้ายว่า…….
จะคุยเรื่องการสรรหา “ผู้อำนวยการออมสิน” คนใหม่แทน “ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย” ผอ.ที่จะครบวาระมิย.นี้

แต่มาถึงตอนนี้ …..
เอะ…ชักจะยังไงชอบกล?
ข่าวคราวจากทั้ง “วงนอก-วงใน” เรื่องผอ.ออมสิน “คนใหม่” เซ็งแซ่ว่า เสี่ยสุรายาเมา ชี้นิ้ว จะให้คนในเครือมานั่ง
พอเขาเอ่ยชื่อเสี่ย ผม “ทุกข์แทน” นายกฯ ติดหมัด!



มันอะไรกันนักหนา ……
จะเอาถึงขนาด “กวาดหมด” ไม่เว้นของราษฏร์-ของหลวง ทะลวงถึง “ออมสิน” ขนาดนั้นเชียวหรือ?

ท่านนายกฯ ดูเรื่องนี้หน่อยก็ดีครับ
จริง-ไม่จริง ไม่รู้ แต่มันมีเค้า
ถ้าประกาศชื่อผอ.คนใหม่ออกมาว่า…ใช่ แร้งทั้งฝูง มัน “ลงทึ้ง” นายกฯแน่

เพราะทุกอย่าง “เจือสม” กันเหลือเกิน!
ยุคนี้ เป็นยุค “สื่อสารไอทีครองโลก” อะไรที่มลังเมลือง จะถูกเปิดหมด นายกฯก็จะตกที่นั่ง “ทุกข์ซ้ำ-กรรมซัด-วิบัติเป็น”

คือมันมีเค้าลางแต่แรก …..
สหภาพฯ ออมสิน ออกมาเคลื่อนไหว ต่อต้านผู้จัดการแบงก์รัฐวิสาหกิจคนหนึ่ง ที่ข้ามห้วยมาสมัครนั่งออมสิน
ชูประเด็น “ต่อต้านคนนอก”
ต้องการ “คนใน” อย่างน้อยต้องเป็น “เลือดเนื้อเชื้อไข” ออมสิน ไม่เอาที่เหาะข้ามหัว ชนิด “เสี่ยส่งมา”

“คนใน” ที่สหภาพฯ หมายอยาก เป็น “รองผูู้อำนวยการออมสิน” ปัจจุบันท่านหนึ่ง และจะลงสมัครเข้ากระบวนการสรรหาด้วย
ความเป็นมาคร่าวๆ แบบนี้



ผมจึงรอดูว่า เมื่อครบกำหนด “ปิดรับสมัคร” ๗ กพ.มีใครต่อใครลงสมัครกันบ้าง?

ก็พิลึกอย่างว่า ของต้องแบกระจาด แต่ออมสิน “ย้อนยุค” เอากระจาดไปกระจุกซ่อน

ไม่แถลง ไม่ประกาศ ……….
ว่ามีใครสมัครบ้าง กี่คน จะเข้ากระบวนการสรรหากันเมื่อไหร่ ประกาศผลวันไหน?

นี่ ยิ่งทำให้เสียงลือ-เสียงเล่าอ้าง “ใบสั่งเสี่ย” ล็อคคน-ล็อคเก้าอี้” มีน้ำหนักมากขึ้น

สรุปแล้ว ถึงวันนี้ ข่าวสารสู่สาธารณะยังไม่มีเลยว่า ใครสมัครกัน บ้าง?
มีแต่พูดกัน “รองผอ.ออมสิน” ที่สหภาพฯสนับสนุนและเก็งกันว่า “ต้องคนนี้” นั้น

สุดท้าย “ไม่ลงสมัคร” หลีกทางให้ประมาณนั้น!

ก็เหลือ ๒ ตัวคั่ว ที่เป็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์มาแต่ต้นปี คือ
-นายฉัตรชัย ศิริไล ผจก.ธนาคารอาคารสงเคราะห์
-นายวิทัย รัตนากร เลขาฯ กบข.คนปัจจุบัน



ถามนักข่าว เขาบอก มี ๓ หรือ ๔ คน ไม่แน่ใจ ที่แน่ๆ ก็ ๒ คนนี้แหละ

ก็หมายความว่า……….
๑ ใน ๒ คน นี่แหละ “คนใด-คนหนึ่ง” จะขึ้นเป็น “ผู้อำนวยการออมสิน” ต่อจาก ดร.ชาติชาย!

ผมเคยบอกแต่วันก่อน
ทั้งสองคนนี้ การศึกษาทั้งในและนอกดีทั้งคู่ อายุอยู่ในช่วงฉกาจฉกรรจ์พอกัน วิสัยทัศน์บริหารรุ่นใหม่ ใช้เป็นกำลังหลักในกระบวนการดิสรัปท์ประเทศได้ทั้งคู่

แต่เมื่อดูด้านประสบการณ์ ผลงาน เชิงชั้น อาวุโสพรรษา และความโปร่งในด้านธรรมาภิบาล
“นายวิทัย รัตนากร” เศรษฐศาสตร์ ตรี-โท ทั้งธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ต่อด้วยสหรัฐฯ คนนี้ ต้องบอกว่า
“บ่ม-เพาะ”มาได้ที่ …..
เหมาะสมเก้าอี้ “ผอ.ออมสิน” แล้ว!

ถ้าเป็นฟุตบอล แบงก์ออมสิน อยู่ระดับพรีเมียร์ลีก เป็นแบงก์รัฐวิสาหกิจก็จริง แต่ศักยภาพเท่าแบงก์พาณิชย์ทั่วไป จะเหนือว่าด้วยซ้้ำ



นอกจากประกอบธุรกิจ-ธุรกรรมการเงินได้เหมือนแบงก์พาณิชย์แล้ว
ออมสินยังทำในด้านที่แบงก์พาณิชย์ไม่สามารถทำได้อีกหลายอย่าง เช่น การออกสลากออมสิน เป็นต้น
ออมสินเหมือน “ยักษ์ในตะเกียง”
ศักยภาพที่ยังไม่นำออกมาใช้ …เพียบ!

ยุค ผอ.คนปัจจุบัน “ดร.ชาติชาย” ขนาดแตะๆ ไม่ถึงขั้นขัดถู ยังสามารถปลุกยักษ์ตื่น

ออมสินจากที่ฝังภาพตัวเองอยู่กับเด็ก, คนแก่และของตาย แต่ดร.ชาติชายทำให้ออมสิน “เวิลด์ไวด์-ไฮเทค”
สภาพตกท้องช้างหายไป

ขณะนี้ ออมสินสามารถ “กินหัว-กินหาง-กินกลางได้ตลอดทั้งตัว” ขนาดนั้น!

แต่……..
ออมสิน “ยังไปได้อีก” ถ้ารัฐบาล “ใช้เป็น” และเลือกคนถึง



ด้วยศักยภาพยักษ์ในตะเกียงของออมสิน สามารถดึงมาพัฒนา, เสริมสร้าง, แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างประเทศได้มากเหนือคิด

ทั้งที่หมักหมม และทั้งบุกเบิกไปข้างหน้าสู่ศตวรรษที่ ๒๑ ชนิดแม่นเป้า
ขอเพียงรองฯสมคิด รัฐมนตรีอุตตม และนายกฯ”เลือกคนให้ถูกกับงานเท่านั้น

แต่ถ้าเลือกแบบ “ถูกใจเสี่ย” ก็ไม่มีใครทำอะไรท่านได้ เพราะท่าน “ทำตัวเอง” แล้ว!

นายวิทัยคนนี้แหละ “ถูกคน-ถูกงาน”
ผมพูดบนฐานอะไรน่ะหรือ คำตอบคือ “ผลสำเร็จ” ที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้
จากแต่ละงาน ที่นายวิทัยไปแก้ไข ไปผ่าตัด ไปวางระบบบริหารทุนธุรกิจ และการเงิน หลายๆ แห่ง

เหล่านั้น สั่งสมเป็นประสบการณ์ เพิ่มพูนชั้่นและบารมีว่านายวิทัย คู่ควรระดับ “พรีเมียร์ลีก” แล้ว



“นกแอร์” แรกๆ ฐานะการเงินไม่อยู่ในสภาพจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้
เพราะนายวิทัยเข้าไปวิจัย-วิเคราะห์ จัดระบบบริหารเงินให้ นั่นแหละ ช่วงนั้น ถึงมีกำไร ได้เข้าตลาด

และนายวิทัย ใช่อื่นไกล “เลือดเนื้อเชื้อไขออมสิน” เพราะเป็น “รองผอ.ออมสิน”มาก่อน

แต่ตอน ไอ แบงก์ หรือ “ธนาคารอิสลาม” พบปัญหาขาดสภาพคล่อง หนี้เสียท่วมท้น

รัฐบาลก็ส่ง “วิศวกรการเงิน” คือนายวิทัย เข้าไปแก้ไข จนไอ แบงก์ หายไอ
เสียงใส แถมมีกำไร จนกล่าวขาน “วิทัยเทพ” โดยแท้!

ในอีกหลายสถาบันการเงิน-การทุน รวมถึงการค้า ที่นายวิทัยเข้าไปร่วมบริหาร

ความเป็นนักผ่าตัด นักวิเคราะห์โรคการเงิน วิสัยทัศน์มองทะลุขาด ของนายวิทัยนี่แหละ ประสบการณ์ถูกหลอมเป็นผลึก

มีปัญหาตรงไหน-ทีไร รัฐบาลต้อง “วิทัย” ทุกที



เพราะอย่างนั้น ปี ๖๑
กระทรวงคลัง จึงเรียกวิทัยจากไอแบงก์ไปเป็นเลขาฯ กบข. “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ” บริหารเงินเฉียดล้านล้านบาท/ปี

เพราะตอนนั้น สมาชิกวอแวเหลือเกิน ไม่มั่นใจบริหาร กลัวเงินต้นหาย-กำไรสูญ

ในภาวะเสี่ยงและผันผวน ใครเอาเงินไปหากำไรได้ซัก ๒-๓% ก็เก่งแล้ว แต่กบข.ผลตอบแทน ๔% ขึ้น ทุกปี

จนปี ๖๒ ล่าสุด…….
วิทัยสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนสำหรับสมาชิกกบข.ได้ถึง ๕.๗๓%!

“จุดชี้ขาด” ที่ทำให้ผมฟันธง “นายวิทัยคู่ควรกับตำแหน่งผอ.ออมสิน” ไม่ใช่ตรงนี้โดยตรง หากแต่ ภายใต้การบริหารโปร่งใส ตรวจสอบได้ ของนายวิทัย

กบข.ได้รับประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ๙๔.๓๗ คือคะแนน

อันดับ ๑ ของหน่วยงานประเภทกองทุนรัฐ จากจำนวนหน่วยงานที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด ๘,๒๙๙ หน่วย
กบข.เกรด A



เกรด A ธรรมาธิบาล “วิทัยบริหาร” ตรงนี้ ผมถือเป็น “คะแนนชี้ขาด”
สมที่เป็นลูกชาย “ท่านโสภณ รัตนากร” อดีตประธานศาลฎีกา และอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม

พูดกันไปไยมี นายวิทัย ฝึกวิทยายุทธบริหารการเงินมาแต่เด็กด้วยซ้ำ
เพราะคุณแม่คือ “คุณสิริลักษณ์ รัตนากร” เป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์หญิง “คนแรก” ราวๆ พศ. ๒๗-๒๘

เนี่ย…..
ที่แจงยิบ อยากให้เห็น “คุณสมบัติประเสริฐ” ด้านธรรมาภิบาล อันหายากยิ่ง ในหมู่นักบริหารรัฐ-เอกชนปัจจุบัน

เพื่อทั้งคณะกรรมการสรรหา ทั้งรัฐมนตรีคลัง รวมถึงรองนายกฯ สมคิด และนายกฯ ประยุทธ์
ใช้ประกอบ “ชั่งคน-ชั่งใจ” ในการเลือกมานั่งออมสิน

“ชั่งเสี่ย” ซะมั่งก็ได้………..
สังคมเขายิ่งนินทา ๕-๖ ปีมา รวยกันเฉพาะ ๕ ตระกูล!


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *