เปลว สีเงิน

MAYDAY เวอร์ชั่น “อึ่งอ่างกับวัว”

เจ้าแก๊ง “๓ มะกอก” นี่………
ตายด้วยเรื่องเงิน
ศพยังเป็นมะขามเปียกอยู่แท้ๆ ไม่รูัจักเข็ด-จักจำ โผล่จากหลุมขึ้นมาแหกตาหลอกผู้คนอีกแล้ว!

เห็นรัฐบาลแจกเงินคนตกงานช่วงโควิดระบาด คนละ ๕,๐๐๐ นายกฯ ประยุทธ์ได้เสียงชื่นชมอื้ออึง ก็เกิดอิจฉาตาแดง อย่างนั้นกระมัง?
จึงเอามั่ง ……

จัดโครงการ “แจกแข่ง” หวังเบ่งพองโชว์พาว ทำนองว่า…กูจะทำให้เหนือกว่าประยุทธ์ ว่างั้นเหอะ!

เมื่อ ๑-๒ พค.แก๊งสามมะกอก จัดไลฟ์สด “คอนเสิร์ตระดมทุน#MAYDAYMAYDAY เราช่วยกัน” เห็นคุย มียอดคนเปิดดูตั้ง ๑๓ ล้านครั้ง

ประกาศว่า …….
“เปิดรับระดมทุน เพื่อจะส่งมอบต่อเงินช่วยดังกล่าวให้กับผู้ที่เดือดร้อนและขอรับสิทธิจำนวน ๓,๐๐๐ บาท”

ธนาธรโพสต์เฟซด้วยภาพ-เสียงดังฟังชัด
“……ใครที่ได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือ คนที่หมดกำลังใจแล้ว เขียนข้อความมาขอความช่วยเหลือที่เฟซบุกส์เพจของคณะก้าวหน้าเดี๋ยวนี้ได้เลยครับ

เงินที่ได้จากระดมทุนคอนเสิร์ตครั้งนี้ จะส่งไปช่วยเหลือทุกท่าน”

เอาหละ….
ก่อนจะคุยกันต่อ อยากถามคนรุ่นใหม่อย่าง “ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์” ว่า
ตอนเรียนชั้นประถม ได้อ่านนิทานอีสปเรื่อง “อึ่งอ่างและวัว” บ้างมั้ย?

คงไม่ละซีท่า ถ้างั้น จะยกมาให้อ่าน
นิทานอีสปเรื่อง แม่อึ่งอ่างกับแม่วัว

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแม่วัวตัวหนึ่ง กำลังเดินหาอาหารกินอยู่ในทุ่งหญ้าอันเขียวขจีแห่งหนึ่ง ซึ่งมีลูกอึ่งอ่างอยู่เต็มทุ่งหญ้าแห่งนั้น

แม่วัวเดินหาอาหารกินจนเพลิน ทำให้เหยียบลูกอึ่งอ่างตายเป็นจำนวนมาก ลูกอึ่งอ่างเหลือรอดชีวิตเพียงตัวเดียว

เจ้าอึ่งอ่างน้อยจึงได้รีบกระโดดไปหาแม่ของมัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ทุ่งหญ้านี้เท่าใดนัก และเจ้าลูกอึ่งอ่าง มาเจอกับแม่อึ่งอ่างของมัน

มันจึงเล่าเหตุการณ์ที่เจ้าวัวตัวโตมาเหยียบพี่น้องจนท้องแตกตาย แม่อึ่งอ่างจึงถามว่า

“ที่ว่าตัวโตน่ะ ตัวโตขนาดนี้หรือเปล่า”
แม่อึ่งอ่างพยายามพองตัวโตเพื่อให้ลูกดูว่าใหญ่ขนาดไหน

“โอยมันใหญ่มากกว่านี้อีกหลายเท่าครับแม่” ลูกอึ่งอ่างตอบแม่ตามความเป็นจริง

ส่วนแม่อึ่งอ่างได้ยินดังนั้น รู้สึกโกรธที่ไม่สามารถพองตัวให้โตเท่ากับสัตว์ใหญ่ตัวนั้น แม่อึ่งอ่างจึงพยายามรวบรวมกำลังให้พองใหญ่ขึ้นอีก… ขึ้นอีก…

แต่อนิจจา ด้วยแรงเบ่งลมอย่างแรง ทำให้แม่อึ่งอ่างพุงแตกตายไปต่อหน้าลูกอึ่งอ่างในทันที

นิทานอีสปเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…….
”อย่าทำอะไรที่เกินตัว เกินกำลังตนเอง เพราะอาจทำให้เกิดโทษได้ ”

เป็นไง ธนาธร?
อ่านแล้วได้คิดขึ้นบ้างมั้ย จะอย่างไรก็ตาม ขอบอกธนาธรและแก๊งด้วยหวังดีจริงๆ ว่า หยุดเถอะ ……

ขืนอวดดี ปลุกการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ เคลื่อนไหว-ท้าทายไต่เส้นกฎหมายแบบนี้บ่อยๆ
มันจะพาตัว “ถลำลงหลุม” จริงๆ จนได้!

สำนึกเงาหัวไว้บ้าง อย่าทำเป็นแม่อึ่งอ่าง “แบ็คอัพ” ให้วงก้าวไกลด้วยวิธีการแสนโง่เขลาอย่างนี้เลย

การเอา “เงิน” มาเล่นกับ “ความโลภ” คน มันไม่เข้าใคร-ออกใครนะ จะบอกให้

เหมือนไฟ …..
เวลาลุกไหม้ขึ้นมา มันไม่เลือกว่านี่…บ้านเรา อย่าไหม้, โน่น..บ้านศัตรู ไหม้ให้มันวอดไปเลยหรอก!

การแข่งแจกแบบโง่ๆ นี่เหมือนกัน
มันไม่ใช่เกมจำกัดวงเล่น เฉพาะส้ม-แดงหรอกนะ ที่มีอะไรเกิดขึ้น จะลูบหน้า-ลูบหลังเกี้ยเซี้ยะได้ว่า “แค่เข้าฉากอึ่งอ่างกับวัวร่วมกัน” อย่าเอาเป็นจริง-เป็นจังเลย

เพราะตามที่ทอนประกาศผ่านทวิตเตอร์ ว่า
แจกเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจำนวน ๓ พันบาท โดยไม่ต้องพิสูจน์ความจน วิธีการขอรับเงินรอบแรก ดังนี้

ระบุรหัส 24, ชื่อ-สกุล, เลขบัญชีธนาคาร, เหตุการรับเงิน

ส่วนวิธีการขอรับเงินวันในรอบที่ ๒
ระบุรหัส 75, และคำว่า “ขอรับสิทธิ์เงินเราช่วยกัน”
ระบุชื่อ-สกุล, เลขบัญชีธนาคาร, เหตุการรับเงิน”

นี่…..
มันสัญญาแจกทั่วหน้าเหมือนรับจำนำข้าวเปลือกทุกเมล็ดเกวียนละหมื่นห้านั่นเชียว
คือเบ่งพองอวดความใหญ่โต ไม่เพียงกับลูกอึ่งอ่างเท่านั้น หากแต่กับสรรพสัตว์ทั้งมวล “ขอเพียงขอมา ทอนให้ ๓ พันทุกคน”

คลิปสัญญามันมีมัดนะ…ทอน ที่ว่า
“ให้เขียนมาขอความช่วยเหลือ จะส่งเงิน ๓ พันไปช่วยเหลือทุกท่าน” นั่นน่ะ

เนี่ย ทั้งทอน ทั้งช่อ ระวังเหอะ เงิน..ซึ่งไม่เข้าใคร-ออกใคร เมื่อไม่เป็นไปตามโฆษณาชวนเชื่อ คนที่ไม่ได้จะแห่กันมาเป็นโจทย์

เห็น “ช่อ-พรรณิการ์” ตัวแทนคณะก้าวหน้า ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊ก ออกตัวไว้ตอนหนึ่ง

“ยอดเงินจากการเปิดระดมทุนซึ่งมาจากประชาชนทั่วไป ทุกบาททุกสตางค์ จะนำไปส่งมอบต่อให้กับผู้ขอรับสิทธิช่วยเหลือที่ทำตามกติกา

ไม่ใช่ว่าคณะก้าวหน้าแจกเงิน หรือไม่ใช่ว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้าแจกเงิน

เราเป็นเพียงสื่อกลางที่ระดมทุนเข้ามา เพื่อส่งต่อให้เท่านั้น โดยยอดบริจาคระดมทุนได้มาเท่าไหร่ เราก็ส่งมอบให้ตามนั้น

ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรมวันแรก ยอดเงินบริจาคอยู่ที่ ๑,๐๕๒,๐๔๔ บาท ช่วงหลังจบไลฟ์สด มีเพิ่มเติมมาอีกบ้าง
ซึ่งเราสามารถส่งต่อเงินจำนวน ๓,๐๐๐ บาท ให้กับผู้ขอรับสิทธิได้ทั้งสิ้น ๓๕๑ คน….”
………………..

อีกเรื่องที่อยากชี้แจง คือ กรณีที่มีผู้บอกว่า คณะก้าวหน้า หรือ นายธนาธร จะแจกเงินตามสถานที่นั่นที่นี่ ยืนยันตรงนี้ว่าไม่มีแน่นอน

การขอรับสิทธิของเรายังใช้กติกาเดิม คือ ทางออนไลน์เท่านั้น ไม่มีการเดินทางไปรับเงินที่ไหนทั้งสิ้น …………

บัญชีรับบริจาคในกิจกรรมนี้มีเพียงบัญชีเดียวเท่านั้น ชื่อบัญชี น.ส.พรรณิการ์ วานิช เลขที่บัญชี 409-450005-8 ธนาคารไทยพาณิชย์ เราไม่มีบัญชีอื่น ขอให้ระมัดระวัง”

อืมมมม…
ช่อเอ้ย จะออกตัวแง่ไหน-มุมไหน คงคลายแต่ละเปลาะที่พูดมัดไว้ให้หลุดได้ยาก
เห็นข่าวว่า ไลฟ์สดสองวัน ยอดคนขอรับเงินช่วยเหลือ ๓ พันบาท มากกว่า ๓ ล้านราย

แต่ช่อประกาศว่า ยอดเงินบริจาคอยู่ที่ ๑,๐๕๒,๐๔๔ บาท

“สามารถส่งต่อเงินจำนวน ๓,๐๐๐ บาท ให้กับผู้ขอรับสิทธิได้ทั้งสิ้น ๓๕๑ คน….”

แอนตี้ไคลแมกซ์ ชิบ…เลย รู้มั้ย!

ทอนประกาศ “เงินที่ได้จากระดมทุนคอนเสิร์ตครั้งนี้ จะส่งไปช่วยเหลือทุกท่าน”

ยอดคนเปิดชมคอนเสิร์ตกว่า ๑๓ ล้านครั้ง
ยอดคนขอรับเงินช่วยเหลือกว่า ๓ ล้านราย
แต่ปรากฏ แจกจริงไปแค่ ๓๕๑ คน!
เดี๋ยว “ไทยซัมมิท” ของธนาธร ที่ถนนเพชรบุรี ก็จะมีคนแห่ไปปีนรั้ว-ปีนกำแพง หรือไม่ก็กินยาตายประท้วง เหมือนหน้ากระทรวงคลังหรอก!

ระวังนะ ทอน…..
ที่บอกให้คนทั่วไป ระบุชื่อ-สกุล และเลขบัญชีธนาคาร ไปขอรับเงินช่วยเหลือ แล้วจะโอนให้ ๓ พันทุกคน นั้น

มันอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายคอมฯ มีสิทธิ์เจอข้อหาหลอกลวงเอาง่ายๆ

โลกธุรกิจออนไลน์ทุกวันนี้ ที่พ่อค้า-นักวิชาการ-นักการเมือง-นักการขาย-นักการตลาด-นักกฎหมาย-นักธุรกิจ ฯลฯ ต้องการมาก คือ

“ข้อมูลส่วนบุคคล”!
มีราคาซื้อ-ขายกันไม่ใช่บาท-สองบาทนะ บางรายข้อมูลเป็นหลักแสน-หลักล้าน
เพราะข้อมูลส่วนบุคคล ในยุคไอที มันเป็นทั้งสินทรัพย์และทรัพย์สิน เอาไปใช้ประโยชน์ได้ทุกด้าน ทั้่งด้านมืดและด้านสว่าง

เช่น นักการขาย-การตลาด เอาไปต่อยอดหาลูกค้า นักการเมืองเอาไปต่อยอดหาสมาชิก-หาคะแนนนิยม

ยิ่งรู้เบอร์บัญชีธนาคาร เท่ากับเห็นก้น-เห็นกอย คนที่ได้ไป จะสอย-จะทอย ตอนไหน เท่ากับ “หฝลักหลับ” สบายไปเลย

แล้วดูซี……..
หลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลไปตั้ง ๓ ล้านกว่าราย ได้ ๓ พันตามประกาศไปแค่ ๓ ร้อยกว่าคน

สมมุติข้อมูล ๓ ล้านรายหลุดไป ซื้อ-ขายแค่ข้อมูลละ ๑๐๐ บาท จะได้เงินถึง ๓๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท!

มีนักธุรกิจรวยระดับโลกคนหนึ่ง ต่อมาได้ชื่อว่านักโกงระดับโลก เคยบอกผมว่า…..
“พี่..พี่ ผมจะช่วยพี่นะ”
ผมตาลุก ถาม “จะลงโฆษณาหรือ”
เขาบอก “ไม่ใช่..ผมจะให้รายชื่อลูกค้าพี่ไปหาสมาชิกเอา ๘๐๐ รายชื่อ”!?

เห็นมั้ย ว่าข้อมูลส่วนบุคคลในทางธุรกิจการค้าสำคัญและมีค่าขนาดไหน ?

ฉะนั้น ที่คณะก้าวหน้าของทอนได้ไปกว่า ๓ ล้านรายชื่อ แล้วอัดยายแลกขนมยายไป ๓ ร้อยกว่าราย คุ้มเกินคุ้ม!

อะไรก็ไม่สำคัญ ตรงการเปิดรับบริจาค ใช้ชื่อบัญชี “พรรณิการ์ วานิช” นี่แหละ

คำถามที่จะตามมา คือ……
เป็นบัญชีชื่อส่วนตัว ดังนั้น ยอดเงินบริจาคจริงทั้งหมดเท่าไหร่ จ่ายจริงในทางช่วยเหลือตามอ้างทั้งหมดหรือไม่?

สรรพากรอาจเรียกบัญชีตรวจสอบ
ถ้าไม่ชอบมาพากล มีสิทธิ์ถูกเรียกเก็บภาษีจากยอดเงินได้นั้นด้วย!

ก็ขอให้กุศลการเบ่งพองของทอนและช่อ จงมีอานิสงส์ตามกรรมเถิด!

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *