มหาดไทย,  สังคม

ทรงศักดิ์ ทองศรี มท.3 ดัน Mega Project บึงกาฬ มอบนโยบายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด “9 ปี บึงกาฬ ก้าวหน้าสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจชายแดนแห่งลุ่มน้ำโขง”

ก้าวไปด้วยกัน กับ “ทรงศักดิ์ ทองศรี” มท.3

ทรงศักดิ์ ทองศรี มท.3 ดัน Mega Project บึงกาฬ มอบนโยบายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด “9 ปี บึงกาฬ ก้าวหน้าสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจชายแดนแห่งลุ่มน้ำโขง” พร้อมผุดโปรเจ็กต์สร้าง “แลนด์มาร์ค” พัฒนาตามผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.63 เวลา 10.00 น. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางแว่นฟ้า ทองศรี นายวิเชียร จงชูวณิชย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย​ นายสุกรี มะเต๊ะ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะทำงานฯ ลงพื้นที่มอบนโยบายแก่ส่วนราชการ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจัวหวัดบึงกาฬ กล่าวต้อนรับ

โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง จ.บึงกาฬว่า เป็นจังหวัดที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง มีวัฒนธรรมที่โดดเด่น และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาจังหวัด ทุกภาคส่วนจะต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนร่วมกัน มีแผนระยะยาว ต้องทำงานเป็นทีม มีการสื่อสารสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมีบุคลากรที่มีศักยภาพ ณ โรงแรมเดอะวัน อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

นายทรงศักดิ์​ ทองศรี​ รมว.มหาดไทย​ กล่าวเพิ่มว่า​ ขณะนี้​ จ.บึงกาฬได้ก้าวเข้าสู่​ ปีที่​ 9​ แล้ว​ นับตั้งแต่ปี​ 2554 จึงต้องเร่งพัฒนาจังหวัดภายใต้แนวคิด​ “สร้างเมือง​ สร้างคน​ สร้างรายได้” ซึ่งตามแผนพัฒนาจังหวัด​ ทราบว่า​ จ.บึงกาฬ​ มีโครงการ​ Mega Project ที่กำลังดำเนินการอยู่หลายโครงการด้วยกัน​ โดยโครงการสำคัญที่จะดำเนินการให้เกิดขึ้นในจังหวัดบึงกาฬอย่างแน่นอน เช่น


(1) โครงการการก่อสร้างสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว​ แห่งที่​ 5​ บึงกาฬ​ -​ปากซัน
(2) โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬ
(3) การพัฒนาระบบโลจิสติกส์​และการขนส่ง​ โดยตัดถนนเส้นใหม่วิ่งตรงระหว่างจังหวัดอุดรธานี-บึงกาฬ​ เพื่อรองรับ การเจริญเติบโตของจังหวัด
(4) โครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ (Land Mark)
(5) ก่อสร้างศูนย์อุตสาหกรรมยางพาราที่ดำเนินงานร่วมกับกระทรวงคมนาคม
(6) ผลักดันการก่อตั้งมหาวิทยาลัยบึงกาฬ

โดยหากสำเร็จก็จะเสริมสร้างความสามารถด้านการแข่งขัน​ เชื่อมโยงการค้าชายแดน​ และจะสามารถยกระดับรายได้ของประชาชนชาวบึงกาฬ​ ได้ในอนาคต​

อย่างไรก็ตามในระหว่างการดำเนินการอยู่นี้​ความเข้าใจของประชาชนถือเป็นสิ่งสำคัญ​ที่ส่วนราชการต้องสื่อสารให้ประชาชนรู้ว่า​ จ.บึงกาฬกำลังเดินไปทางไหน​ ประชาชนต้องให้ความร่วมมืออย่างไร​ และประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างไร​ เพื่อให้การพัฒนาครั้งนี้​ สามารถโอบอุ้มทุกคนให้เดินไปด้วยกันได้อย่างมั่นคง

จากนั้น นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) และคณะ ลงพื้นที่มอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬ พร้อมลงสำรวจพื้นที่ในการเตรียมก่อสร้าง “แลนด์มาร์ค” ตามโครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ บริเวณริมถนนข้าวเม่า ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ

โดยมี นายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายทวีเกียรติ ศรีสกุลเมฆี สถาปนิกใหญ่กรมโยธาธิการและผังเมือง นายอนุชา เจริญพันธ์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่และประชาชน ร่วมต้อนรับ และนายวิษณุ อยู่ดี ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม กรมโยธาธิการและผังเมือง บรรยายสรุปโครงการ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬ เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเล็งเห็นโอกาสในการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ และเป็นแหล่งการค้าการลงทุนที่เชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคอินโดจีน จึงได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกแบบก่อสร้าง “แลนด์มาร์ค” ของจังหวัดบึงกาฬ บนพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ บริเวณริมถนนข้าวเม่า ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ โดยมีกรอบแนวคิดในการออกแบบ คือ

1. สร้างอัตลักษณ์ของจังหวัดบึงกาฬ ความเป็นพี่น้อง ไทย–ลาว (LANDMARK) โดยใช้ปฏิมากรรมเป็นตัวแทนที่แสดงถึงภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่รูปแบบอัตลักษณ์ที่ทันสมัย

2. รักษาระบบนิเวศของพื้นที่เดิม (PARK) ให้มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและสามารถเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

3. สร้างพื้นที่กักเก็บน้ำ (LAKE) บึงและสวนสาธารณะให้กับเทศบาลเมืองบึงกาฬ เพื่อระบบสาธารณูปโภคที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน

4. สร้างพื้นที่เชิงพานิชย์เพื่อเศรษฐกิจชุมชน (ECONOMIC AREA) เช่น พื้นที่เช่า (ตลาดคนเดิน ลานคนเมือง) เพื่อหารายได้ไว้ใช้ในการบำรุงรักษาพื้นที่สวนสาธารณะและสร้างรายได้ให้คนในชุมชน

5. ระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน เขื่อนป้องกันตลิ่ง โดยคาดว่าจะเริ่มโครงการของบประมาณก่อสร้างประมาณปี 2565

นายทวีเกียรติ ศรีสกุลเมฆี สถาปนิกใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกแบบก่อสร้าง “แลนด์มาร์ค” ของจังหวัดบึงกาฬ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการศึกษาออกแบบโครงการเบื้องต้น ซึ่งกรมฯ ได้ดำเนินการออกแบบ

ประกอบด้วย

1. แลนด์มาร์คของจังหวัด ซึ่งเป็นลานพลาซ่าขนาดใหญ่ เชื่อมโยงแนวแกนของเมืองมุ่งสู่พื้นที่ริมแม่น้ำโขง

2. สวนสาธารณะขนาดใหญ่ของเมืองบึงกาฬ ประกอบด้วย สถานที่ออกกำลังกาย ลู่วิ่ง และทางจักรยาน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ให้กับเมือง

3. บึงน้ำขนาดใหญ่ ใช้ประโยชน์ในการกักเก็บน้ำ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวจังหวัดบึงกาฬ และ

4. โซนเศรษฐกิจชุมชน ประกอบด้วย ลานคนเมือง ตลาดถนนคนเดินพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรม ค้าขาย ให้กับชุมชน เพื่อสร้างรายได้ ให้กับคนในท้องถิ่น

ทั้งนี้เมื่อการก่อสร้าง “แลนด์มาร์ค” ตามโครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมจังหวัดบึงกาฬ แล้วเสร็จ คาดว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับจังหวัดบึงกาฬ ภาคอีสานตอนบน กับประชาชนในประเทศ และอาจจะทำให้จังหวัดบึงกาฬ เป็นเมืองต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย ได้นำไปเป็นตัวอย่างในการพัฒนาให้เป็นเมืองน่าอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนตลอดไป


Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *