เปลว สีเงิน

“ความลับทางทหารที่จำแม่น”

เห็น “ตาธนาธร”…..

นึกถึง “ตาปลาตาย” ตามแผงในตลาด ช่างเหมือนกันเหลือเกิน!

ที่จริงก็เห็นมานาน แต่มาสะดุดจากข่าวโทรทัศน์ ที่ทอนไปปล่อยของที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศวานซืนนั่นแหละ

ก็อยากจะบอก ……..
หมู่นี้ทอนดิ้นแรงจัง!

ยังกะรู้ตัว-รู้อนาคตพรรคอย่างนั้นแหละ ไงก็เพลาๆ ลงบ้าง ไม่ต้องเกรงใจทหาร-รัฐบาลก็ได้

แต่ควรเห็นหัวชาวบ้านทั่วไปเขาบ้าง ที่เงียบๆ ใช่ว่าเขาเห็นดีเห็นงาม หากแต่เขารู้ว่าขี้ ก็พยายามหนีห่างตะหาก

ดังนั้น ทั้งตัวทอน ตัวสมุนในพรรค
อย่าเที่ยวพล่านปลุกปั่น-ปลุกระดมเด็กเล็ก เด็กใหญ่ให้วุ่นวายไป
นี่เห็นใช้คำ A storm might be coming บ้างละ

เมื่อไหร่จะลงถนนบ้างละ ร่างกายต้องการปะทะแก้สน้ำตาบ้างละ ล้างสมองเด็กๆ ให้เกลียดและกลัวการเป็นทหารบ้างละ

ไม่เอานะทอน …….
มันไม่ดี อย่าทำ..อย่าเที่ยวพูดอย่างนั้น

ขืนทำ…….
ไม่ใช่ “เขา” ที่คุณพูดเป็นปริศนานั่นหรอกที่รำคาญ

เราๆ ชาวบ้านทั่วไปนี่แหละรำคาญ
อดรนทนไม่ไหวขึ้นมาตอนไหน ตอบสนองสิ่งที่ร่างกายทอนต้องการขึ้นมาละก็ จะใส่คะแนนมติประชาทัณฑ์ไม่ถูก

ธนาธรตอนนี้ ไม่ใช่ธนาธรพ่อของฟ้า
แต่เป็น….
ธนาธร เจ้าแห่งก๊อปขนานแท้!?

ความจริง พรรคนี้”ก๊อปตั้งแต่เกิด” กระทั่งคำว่า “ฟิวเจอรริสต้า…เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ” ก๊อปเขามาทั้งนั้น!

ที่ทอนทำเป็นเท่
จู่ๆ ลาออกจากการเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ถามกันควั่ก ว่าลาออกเพราะอะไรนั้น

มันจะมีอะไร้… เป้าหมายไม่ได้ต้องการไปทำหน้าที่กมธ.งบประมาณ
แต่ซ่อนเล่ห์ ต้องการใช้ความเป็นกมธ.เข้าไปล้วงข้อมูลงบประมาณ โดยเฉพาะข้อมูลงบประมาณของกองทัพ

เห็นมั้ย ๒๘ พย.เหล่าทัพเรียงแถวให้ข้อมูลกองทัพกับกมธ.
ทอนซักทุกเรื่องที่อยากเก็บเป็นข้อมูลไว้ซัดทหาร

พอได้ตามต้องการปั๊บ………..
ทอนเอาข้อมูลดิบอันเป็นความลับทางราชการสำหรับกมธ.นำไปวิเคราะห์เพื่อจัดสรรงบประมาณ รีบนำไปโพสต์เฟซเผยแพร่สาธารณะทันที

๒๙ พย.พย.เขียนใบลาออกจาก กมธ.เพราะสิ่งต้องการ ได้ตามต้องการแล้ว!

จากวันนั้นถึงขณะนี้ ทอน-อนาคตใหม่ ใช้ข้อมูลดิบอันเป็น “ความลับทางราชการกองทัพ” ไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซัดทหาร

โดยนำไปตัดทอนบ้าง ขยายความบ้าง ทั้งสัมภาษณ์ ทั้งเดี่ยวไมโครโฟน ทั้งโพสต์เฟซ เจตนาใช้ข้อมูลนั้นสร้างความเกลียดชังทหาร หวาดระแวงการใช้งบของทหาร

ปกติ แต่ไหน-แต่ไร….
ไม่มีกมธ.คนไหน เขานำข้อมูลดิบเพื่อการจัดทำงบประมาณมาพูด มาวิจารณ์ ล่วงหน้าและบิดเบือนแบบนี้

เพราะคนเป็นกมธ.มีวุฒิภาวะ รู้อะไรควร-ไม่ควร ในเมื่อเป็นข้อมูลดิบ เขารับผิดชอบ จะไม่นำมาพูดก่อนสุก
เพราะแต่ละกระทรวงทบวง กรม ที่มาให้ข้อมูล

ข้อมูลเหล่านั้น…..
มัน “ถึงก้น-ถึงดาก” พูดทั่วไปไม่ได้ ก็ด้วยไว้ใจกมธ.นั่นแหละ แต่ละหน่วยราชการจึงแจกแจงให้ทุกซอกมุมที่ซัก

แต่เมื่อธนาธร อาศัยคราบกมธ.ได้ข้อมูลดิบทางกองทัพแล้วรีบนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ ด้วยหวังทำลายกองทัพตามทิศทางของพรรคอนาคตใหม่อย่างนั้น

ต้องถือว่า….
ธนาธรมีพฤติกรรมและเจตนาเป็นปฏิปักษ์ต่อชาติบ้านเมือง ชนิดมองเป็นอื่นไม่ได้!

ธนาธรขึ้นศาลคดีหุ้นสื่อ……
ศาลถามอะไร ธนาธรตอบคำเดียว “จำไม่ได้”?

แต่ปรากฏว่า ข้อมูลดิบกองทัพในกมธ.เป็นร้อย-เป็นพัน ธนาธรฟังแล้ว-ซักแล้ว จำได้ทั้งหมด

นำไปโพสต์ ไปเดี่ยวสด ไลฟ์สด สัมภาษณ์สด ชนิดลงรายละเอียดขยี้กองทัพได้ทุกเม็ด

ถ้าเรียงเป็นหน้ากระดาษ ก็คงเป็นร้อยๆ หน้า

ไม่แค่เรื่องเดียว ต่อเนื่องวาระเดียวกัน นอกจากโพสต์ชำแหละงบประมาณกลาโหมด้วยข้อมูลจารกรรมแม่นสมองแล้ว

ธนาธรเดินเครื่องต่อ……..
ลุยทหารแล้ว ก็ลุยศาลรัฐธรรมนูญ โพสต์ “ข้อสังเกตเกี่ยวกับคำวินิจฉัยคดีวีลัคของศาลรัฐธรรมนูญ” ยาวเหยียด ละเอียดยิบ

อ่านแล้ว ต้องบอกว่า ธนาธรเป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทั้งไทย ทั้งฝรั่งเศส และทั้งเศษฝรั่ง เลยทีเดียว

ไม่เพียงยาวเหยียดเกินสมองจำ แต่ยังเป็นเรื่องยากตามข้อกฎหมายถึงขนาดนั้น ก็ให้สงสัยว่า
ทีงี้…ทำไมทอนจำแม่น

ตอนในศาล แค่ถามง่ายๆ เรื่องตัวทอนเอง ทอนกลับเลอะเลือน จำอะไรไม่ได้ ตอบไม่ได้ซักอย่าง?

และวานซืน (๒ ธค.๖๒) ในคดีปล่อยเงินกู้พรรค

เป็นวันกำหนดสุดท้าย ที่กกต.ให้อนาคตใหม่ส่งเอกสารเพิ่มเติม

นายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ เหรัญญิกพรรค กลับอ้างว่า

ในส่วนที่กกต.ขอเพิ่มเติมนั้น เป็นรายรับรายจ่ายในแต่ละวันที่ มีจำนวนกว่า ๑๐๐ หน้า

ทางพรรคได้ดำเนินการเต็มความสามารถแล้ว แต่ไม่สามารถจัดทำเอกสารส่งให้กกต.ได้ทัน

แต่พร้อมจะส่งให้ตามระยะเวลาที่ทางพรรคสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ คือ ๑๒๐ วัน หลังจากนี้

แถมขู่กกต.ซะด้วย…..

“การที่กกต.ไม่อนุญาตให้ขยายเวลาส่งเอกสาร อาจถูกมองว่า เป็นการกลั่นแกล้ง หรือบีบคั้นให้เกิดสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้น จึงอยากให้ กกต. ทบทวนคำขออีกครั้ง”

ทำไม….รายรับ-รายจ่ายแค่ร้อยกว่าหน้า ยังต้องใช้เวลาเพิ่มอีก ๔ เดือนเชียวหรือ?

รายรับ-รายจ่ายกลาโหมเป็นพันหน้า วินิจฉัยคดีหุ้นสื่อของศาล ทอนมาเขียนสาธยายเป็นข้อสังเกต ถ้าเรียงเป็นหน้า ก็เกือบร้อยหน้า

ทอนใช้เวลาจาก ๒๘ พย.ถึง ๑ ธค.ทั้งพูด ทั้งเขียน ทั้งสัมภาษณ์ ทั้งตัดต่อ ใช้เวลาแค่ ๓-๔ วัน เท่านั้นเอง

ต้องเรียกว่า “ทอนอัจฉริยะ”

อะไรที่เป็นไปเพื่อกัดกร่อนบ้านเมืองสถาบันและกองทัพ

ทอนทำได้ฉับพลัน!

แต่กับเอกสารที่ตัวเองเซ็นในฐานะ “ผู้ให้กู้” และนายนิติพัฒน์เซ็น ในฐานะ “ผู้กู้”

กกต.ให้เวลามานานแล้วกว่าจะขีดเส้นตาย ๒ ธันวา.

แล้วมันยาก มันซับซ้อน จำและทำอะไรไม่ได้เลย จนต้องขอขยายเวลาอีก ๔ เดือน ขนาดนั้นเชียวหรือ?

เอาหละ……

ถ้างั้นผมจะ “บันทึกช่วยจำ” เป็นการเสริมความสามารถให้หัวหน้าและเหรัญญิกพรรค ดังนี้

ว่ากันตาม “รายการแสดงบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน” ที่ธนาธรแจ้ง ป.ป.ช.เลยนะ

สัญญาปล่อยกู้พรรคฉบับแรก ทำเมื่อ ๒ มค.๖๒

ระหว่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ผู้ให้กู้)
กับ นิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ เหรัญญิกพรรคอนาคตใหม่ ปฏิบัติหน้าที่แทนหัวหน้าพรรค (ผู้กู้)

โดยการทำสัญญา ทั้ง ๒ ฝ่าย ตกลงกันว่า

ธนาธรให้เงินกู้แก่พรรคอนาคตใหม่ ๑๖๑.๒ ล้านบาท โดยพรรคยอมเสียดอกเบี้ยให้ธนาธรอัตรา ๗.๕% ต่อปี คิดจากจำนวนเงินต้น

มีกำหนดส่งดอกเบี้ยทุกเดือน จนกว่าสัญญาจะสิ้นสุด

หากผิดชำระหนี้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม
พรรคจะรับผิดชอบในเบี้ยปรับวันละ ๑๐๐ บาท

สำหรับพรรค การชำระเงินกู้ตามสัญญา จะเกิดขึ้นภายใน ๓ ปี
โดยในปีแรก ชำระหนี้เงินต้น ๘๐ ล้านบาท

ปีที่ ๒ ชำระหนี้เงินต้น ๔๐ ล้านบาท

ปีที่ ๓ ชำระหนี้เงินต้น๔๑.๒ ล้านบาท

สัญญาที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๑ เม.ย.๖๒

โดยธนาธรปล่อยกู้ ๓๐ ล้านบาท ลงนามด้วยบุคคลเดียวกับสัญญาฉบับแรก

โดยในวันทำสัญญา……
พรรคอนาคตใหม่ได้รับเงิน ๒.๗ ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา ๒% ต่อปีของเงินต้น

และตกลงจะชำระภายใน ๑ ปี นับแต่วันทำสัญญา

ต่อมา ๑๕ พค.๖๒ ธนาธรรับเชิญจากสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย ไปบรรยายในหัวข้อ “อะไรคืออนาคตของพรรคอนาคตใหม่”

ตอนหนึ่ง ธนาธรบรรยายให้ไทย-ฝรั่งฟังว่า

“ให้ผมเปิดเผยถึงวิธีบริหารการเงินของพรรคนี้สักหน่อย พรรคฯ เป็นหนี้ผมอยู่ ผมให้เงินพรรคยืมอยู่ ๑๑๐ ล้านบาท ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งรอบนี้ (๒๔ มี.ค.๖๒) พรรคไม่สามารถระดมทุนได้ทันเวลา สำหรับการหาเสียง

อย่างที่ผมบอกไปว่า พรรคเพิ่งมีตัวตนในทางกฎหมาย เมื่อวันที่ ๓ ต.ค.ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่เราจะสามารถระดมเงินได้ทันการหาเสียงเลือกตั้ง

แต่เราก็ไม่ต้องการทำเหมือนพรรคอื่น เราต้องการความโปร่งใส

ดังนั้น ผมจึงไม่ได้ให้เงินพรรค แล้วบอกว่าให้พรรคใช้เงินก้อนนี้ โดยไม่ต้องแจ้งกกต. ผมต้องการที่จะเปิดเผยตรงไปตรงมา และเราก็แจ้งเรื่องเงินก้อนนี้ รวมถึงวิธีการใช้เงินของเรา
ตอนนี้ ในบัญชีของพรรคฯ ผมเป็นเจ้าหนี้การค้า (Account Payable) ร้อยกว่าล้าน

ผมจำตัวเลขที่แน่ชัดไม่ได้ แต่น่าจะประมาณ ๑๐๕ หรือ ๑๑๐ ล้านบาท ผมให้พรรคยืมเงิน”

ครับ…..

ข้อมูลจากข่าวที่ผมนำมาจาก “กรุงเทพธุรกิจ” ส่วนนี้ หวังว่าจะช่วยความจำธนาธร และเพิ่มขีดความสามารถให้นายนิติพัฒน์จัดทำเอกสารส่งกกต.ได้เร็วขึ้น
รักนะ จุ๊บ..จุ๊บ.

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *