การศึกษา

มติ คกก.ควบคุมยาสูบแห่งชาติ เดินหน้า “เลิกสูบ ลดเสี่ยง” ช่วยลดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19

คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ มีมติเดินหน้ามาตรการเชิงรุก “เลิกสูบ ลดเสี่ยง” เน้นบังคับใช้กฎหมายเข้มทุกพื้นที่ ช่วยลดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 พร้อมจัดคลินิกเลิกบุหรี่ครบวงจรทั่วประเทศ รองรับนักสูบที่ต้องเลิกบุหรี่วานนี้ 8 พ.ค.63 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) ครั้งที่ 2/2563 โดยมีผู้บริหารจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง การท่องเที่ยวและกีฬา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พาณิชย์ แรงงาน ศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สปสช. สสส. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม

ดร.สาธิตกล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ทุกหน่วยงานเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ภายใต้ประเด็น “เลิกสูบ ลดเสี่ยง” ด้วย 2 มาตรการสำคัญ คือ

1.ให้คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัด และกรุงเทพมหานคร บังคับใช้กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่สาธารณะ เน้นพื้นที่เสี่ยง แหล่งรวมผู้คน เช่น สถานีขนส่ง และตลาด ภายหลังมีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ หากพบเห็นการฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในสถานที่สาธารณะให้จับปรับดำเนินคดีทันที รวมทั้งปราบปรามการทำโปรโมชัน ส่งเสริมการขายบุหรี่ของธุรกิจยาสูบที่ฉวยโอกาสสถานการณ์โควิด 19 ลักลอบกระทำผิดกฎหมาย และ

2.มาตรการขยายและยกระดับการให้บริการคลินิกเลิกบุหรี่ครบวงจรให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อรองรับนักสูบที่ตัดสินใจเลิกบุหรี่ มีเป้าหมายคืนคนปอดดีสู่ครอบครัว 10,000 คน ภายในปี 2564

ดร.สาธิตกล่าวต่อว่า ที่ประชุมต้องการให้การบังคับใช้กฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกจังหวัดเห็นผลชัดเจน จึงมอบหมายกระทรวงมหาดไทย กำชับหรือสั่งการไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัด ให้สั่งการผ่านคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัด และคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กทม. ให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทุกหน่วยงาน ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก และรายงานผลให้คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ รับทราบ

“ขณะสูบบุหรี่ต้องถอดหน้ากากเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสรับเชื้อโควิด 19 จึงขอความร่วมมือประชาชนเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกันผลักดัน “เลิกสูบ ลดเสี่ยง” ปกป้องสิทธิของตนเองและสังคม เพื่อคนไทยสุขภาพดี ไม่ติดโควิด 19 หากพบเห็นผู้ฝ่าฝืนกฎหมายแจ้งได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง” ดร.สาธิตกล่าว

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *