เปลว สีเงิน

พปชร.ที่ “อยู่เป็น-อยู่ไม่เป็น”

บอกก่อน…..
ผมไม่รู้จริงๆ ว่า “พรรคพลังประชารัฐ” เขาเล่นอะไรกัน?
รัฐบาลกำลังไปได้ดี
จู่ๆ ก็เล่นเกมชิงเก้าอี้ “หัวหน้าพรรค” โดยกก.บห. “เกินกึ่งหนึ่ง” รวมหัวกัน ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวาน (๑ มิย.๖๓)เป็นผลให้คณะกรรมการบริหารพรรค “พ้นตำแหน่ง” ทั้งคณะ ต้องเลือกตั้งกก.บห.กันใหม่ทั้งหมด ภายใน ๔๕ วัน!
ทำกันเช่นนี้ เพื่ออะไร?

ก็ชัดเจน เพื่อชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค จากนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และเก้าอี้เลขาฯ พรรค จากนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน
แล้วก๊กไหนล่ะที่ชิง และจะให้ใครเป็นหัวหน้า-เลขาฯพรรคแทน ?

ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ก็ต้องย้อนดูว่า ใครบ้างที่ใช้แท็กติกเข้าชื่อลาออกจากกก.บห.
ตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคแถลง และเปิดเผยรายชื่อผู้ลาออก มี ๑๘ คน ดังนี้

๑.นายสันติ พร้อมพัฒน์
๒.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
๓.นายสุพล ฟองงาม
๔.นายธรรมนัส พรหมเผ่า
๕.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์
๖.นายไผ่ ลิกค์
๗.นายนิโรธ สุนทรเลขา
๘.นายสัมพันธ์ มะยูโซ้ะ
๙.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
๑๐.นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์
๑๑.นายชาญวิทย์ วิภูศิริ
๑๒.นายสกลธี ภัทรยิกุล
๑๓.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์
๑๔.นายสุรชาติ ศรีบุศกร
๑๕.นายนิพันธ์ ศิริธร
๑๖.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
๑๗.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
๑๘.นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ

กก.บห.พลังประชารัฐมีทั้งหมด ๓๔ คน ลาออกไป ๑๘ ที่เหลือ ๑๖ คน (ต้องพ้นตำแหน่งไปโดยปริยายด้วย) ก็มี

๑.นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค
๒.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหน.พรรค
๓.นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหน.พรรค
๔.นายอนุชา นาคาศัย รองหน.พรรค
๕.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาฯ พรรค
๖.นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค
๗.นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ เหรัญญิกพรรค
๘.นายชวน ชูจันทร์ กก.บห.
๙.นายอิทธิพล คุณปลื้ม กก.บห.
๑๐.นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กก.บห.
๑๑.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กก.บห.
๑๒.นายสันติ กีระนันทน์ กกด.บห.
๑๓.นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ กก.บห.
๑๔.สุชาติ ชมกลิ่น กก.บห.
๑๕.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ กก.บห.
๑๖.นายประภาพร อัศวเหม กก.บห.

ดูเผินๆอาจเข้าใจกันว่า ๑๘ กับ ๑๖ รายชื่อนี้ “แยกคนละฝ่าย” กัน แต่ผมดูแล้ว มันเหมือนเล่นไพ่ป๊อก ใบที่หงาย เป็นไพ่แต้มหลอก!

ฉะนั้น ชื่อที่ลากับที่ไม่ได้ลา อย่าเพิ่งสรุปเป็นแต้มจริงในเรื่องฝ่าย มันเป็นเทคนิคหลอกตาเท่านั้น

ที่แน่ๆ ผลจาก ๑๘ คนลาออก…….
ทำให้ตอนนี้ นายอุตตม-นายสนธิรัตน์ พ้นจากเก้าอี้หัวหน้าและเลขาฯ พรรค ไปอยู่ในสถานะ “รักษาการ” เท่านั้น
ก็ต้องดูกันต่อ ว่านายอุตตมจะเรียกประชุมเลือกตั้งกก.บห.ชุดใหม่กันวันไหน?
ที่เล่าลือ เขาว่าจะให้ “พี่ใหญ่” พลเอกประวิตร วงษ์ สุวรรณ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่
จำเป็นและมีเหตุผลอะไร ที่ต้องเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคทุเรศ-ทุรังกลางคันเช่นนี้?
ก็ต้องขอยืมวรรคทองพลเอกประวิตรมาตอบว่า “ไม่รู้”!

ถ้าให้เดา ก็ต้องเดาว่า……
ลำพังพลเอกประวิตร “เบื่อๆ อยากๆ” เป็นก็ได้ ไม่เป็นก็ได้ แต่ด้วยคอนเนคชั่นทางธุรกิจสังคมและการเมืองตั้งสมัยเป็นบิ๊กทหาร
รู้จัก-มักคุ้นวงจรของคำ “พ่อค้ากับการเมือง” ดี จึงชินกับการเมืองเก่าๆ เข้าได้กับการเมืองเก่าๆ
และเข้าถึงวัฒนธรรมการเมือง ในศัพท์บัญญัติว่า “การดูแล” ลึกซึ้ง!

ตรงข้ามกับซีกนายอุตตม ซึ่งเป็นนักปฏิบัติการ มุ่งทำงาน-เอาเนื้องาน ไม่ถนัดทำงาน-เอาการเมืองในเรื่อง “ดูแล”

สรุปตรงนี้ คือ……..
สส.พลังประชารัฐ ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจการเมือง คุ้นชินกับการดูแลทั้งรายเดือนและรายพิเศษ
ครั้นได้เป็นสส.คนที่ไม่ได้ลงทุน กลับได้เป็นรัฐมนตรี ส่วนพวกเขา เลือกตั้งแต่ละครั้งต้องลงทุน ได้มือเข้ามายกในสภาเป็นกลุ่ม-เป็นก้อน แต่กลับเป็นอัศวินไร้บัลลังก์

นี่ก็ ๑ ปีผ่านไป ….
ลุกให้พวกกูนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีบ้างได้มั้ย?
ถามนายกฯ เดี๋ยวก็ถูกอัด อีกอย่างนายกฯเป็นคนนอก ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค เพียงอ้อนวอนให้มาเป็นนายกฯ ในบัญชีพรรคเท่านั้น

ง่ายที่สุดก็ต้องใช้บริการพี่ใหญ่ที่นายกฯเกรงใจ กับพี่ใหญ่ นายกฯ เหมือนน้ำท่วมปาก ไม่กล้าว้ากแน่นอน

มี “จิ๋ว หวานเจี๊ยบ” ก็ต้องมี “ป้อม หวานจ๋อย” ใครมานวดคลำขยำคลึง เป็นเออออรับปากหมด

อีกอย่าง ก็อย่างที่ทราบ พลเอกประวิตรเป็นทหารธุรกิจสังคมเก่า คบง่าย-ลงตัวง่าย กับสส.อาชีพที่รู้คอ-รู้รสนิยมกันดี
เพื่อปรับครม.จัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีกันใหม่
เพื่อสืบสานประเพณีให้คำว่า “ดูแล” คงรูปในพรรค
ก็ต้องใช้วิธีปูเสื่อใหม่ …….

ประเหลาะพลเอกประวิตรให้ขึ้นนั่งแทนนายอุตตม ด้วยมั่นใจ วิธีนี้ อาศัยยี่ห้อพี่ใหญ่ “หัวหน้าพรรค” ไปค้ำคอนายกฯ ให้ปรับครม.
ปรับคนใหม่ ระบบ “ดูแล” ในพรรคจะไหลลื่น!
พลเอกประวิตรน่ะ ถามว่าอยากเป็นนายกฯมั้ย?
ลึกๆ อยาก…..

แต่รู้ตัวว่า “ไม่ถึง” จึงไม่กระสันนัก เมื่อถูกยืมมือเขี่ยขั้วอุตตมให้เขยื้อน หวังจะได้ขยับกัน พลเอกประวิตรก็รู้ แต่มันเคลิ้มๆ อยู่บ้าง ด้วยต้องรสนิยมสไตล์แบ่งปัน

ดังนั้น ไม่รู้…ของพลเอกประวิตร
แปลว่า “เอา-ก็เอา”!?
เนี่ย ดูแล้ว การเมืองอาชีพ เขาก็คิดกันเฉพาะมื้อ-เฉพาะคราวแค่นี้ ซึ่งมันก็จริงตามคิดเขาคือ “น้ำขึ้นให้รีบตัก” เพราะการเมืองไทย “มาเร็ว-ไปเร็ว”

ขืน “หน้าบาง-กระเป๋าโบ๋”!
นี่ก็อ่านตามหน้าไพ่ ส่วนไต๋ที่กบไว้จริงๆ มันยังไงกัน ผมไม่มีข่าวสีพ เพราะไม่มีสัมพันธ์สวาทนักการเมือง

เกมนี้ เหมือนลูกเต๋าที่เต้น ยังไม่รู้หรอกว่า จะออกหน้าไหน จะเป็นบิ๊กป้อม หรือเต๋าตาย พลิกกลับหน้าเดิมที่นายอุตตม มันเป็นได้ทั้งนั้น

ขึ้นอยู่กับฝีมือคนเขย่า คือนายกฯ ว่าจะเขย่าสู้ทางยาว-ทางสั้นแบบไหน ในตาที่สส.มือเก๋า “รุมแทงยกเค้า”!
ถามว่า พรรคพปชร.แตกมั้ย?
รัฐบาลพลังประชารัฐจะพังมั้ย?
หรือ นายกฯ จะยุบสภามั้ย?
เป็นได้ทั้งนั้นในทางการเมือง ขึ้นอยู่ว่านายกฯ จะเลือกสั้นหรือเลือกยาว แล้วบริหาร ๑ ปลาย่าง กับ ๑๐๐ แมว ไปทางนั้น

แบบเอาผลประโยชน์ชาติไปตอบแทนบุญคุณส่วนตัว หรือแบบ “ประโยชน์ชาติเหนืออื่นใด” หรือชาติเอาเนื้อ ก้างเผื่อถึงแมว?
อย่างภาษิตจีนที่ว่า “น้ำใสเกินไปย่อมไร้ปลา คนตรงเกินไปย่อมไร้มิตร”

จังหวะนี้ อาจเป็น “จังหวะดี” ของประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย ก็เป็นได้ เพราะการร่วมรัฐบาลที่นายกฯ ประยุทธ์นำ
มันผิดแผน-ผิดเป้า เข้าไปนั่งแต่ละกระทรวงล้วงทะลุดาก ยากเหลือเกิน!
๒ พรรค “ประชาธิปัตย์+ภูมิใจไทย” ก็ร้อยกว่า พยักหน้าเพื่อไทยกับก้าวไหลอีกร่วมสองร้อย
พลิกขั้วเป็นรัฐบาล “เสียงข้างมาก” แทนพลังประชารัฐซะเลย ใครเป็นนายกฯจับติ้วเอา “อภิสิทธิ์-สุทิน-สุดารัตน์”

ส่วน ธนาธร ……….
ไม่รู้ไป “เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ” อยู่ที่สหรัฐฯ หรือเปล่า ถ้ายังอยู่ จะได้ให้จับติ้วกับเขาด้วย!

ดูๆ แล้วก็ปลง คนเรา…เมื่ออำนาจบังตา ตัณหางำใจ ที่ดีก็กลายเป็นร้าย ยาวก็กลายเป็นสั้น

ถ้าพปชร.ปรับตามเกมรุกสส.ในพรรค ทุกพรรคร่วมถือโอกาสปรับด้วย บ้านเมืองในภาวะ “โรคเร้า-เศรษฐกิจรุม” ก็จะไม่เป็นได้มีเวลาทำอะไร
แล้ว “โรคชังชาติ-ชิงเมือง” ก็จะฉวยจังหวะรุกประชิด
ถือเป็น “วิบาก” เสี่ยงทายของนายกฯ

โลกนี้ ไม่มีบังเอิญ ทุกอย่างถูกกำหนดไว้หมดเแล้ว
พรรคแตก=รัฐบาลแตก
ก็ดี…
จะได้ “ยุบสภา” เลือกตั้งใหม่ ให้ฝ่ายประชาธิปไตยขึ้นมาเอาเข่ากดคออย่างสหรัฐฯ ดูมั่ง เนอะ!


Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *