ผสมโรง

หยิ่ง-ทระนง คุณสมบัติคนลูกทุ่ง?

ผสมโรง

สันต์ สะตอแมน

“หิ้วกระเป๋าก้าวลงบันได”..

ก็..ราวๆ 40 ปีได้แล้วกระมัง ที่คุณแสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ ได้.. “เดินก้มหน้าร้องไห้ ไม่รู้จะไปไหนดี ไม่มัวลังเล เดินขึ้นรถเมล์ทันที ตัดใจจากบ้านวันนี้ ไม่มีจุดหมายปลายทาง” น่ะ!

และที่ต้อง “เดินขึ้นรถเมล์” ก็เพราะ.. “ส่วนแสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ไม่มีรถขี่ คนจนอย่างเรา ย่อมมองเงาหัวได้ดี แต่งงานน้องพี่ คนดีพี่จึงไม่ไป” ไงล่ะ?

แม้ตอนหลังจะคุย.. “ส่วนแสงสุรีย์ เดี๋ยวนี้ก็มีรถขี่ แต่ขับไม่เป็น รันทดใจสิ้นดี” ..สรุปก็คือ ยังต้องเดินขึ้นรถเมล์อยู่ดี  ถ้าวันไหนไม่มีคนขับรถให้!

ครับ..ที่หยิบเอาเรื่องคุณแสงสุรีย์ อดีตนักร้องลูกทุ่งดังมาพูดเล่นพูดหัว ก็ด้วย 2-3 วันที่ผ่านมา ได้เห็นภาพ-ข่าวทางทีวี. ที่คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ กับคุณเอกพันธ์ บุกไปเยี่ยมคุณแสงสุรีย์ถึงที่พำนัก..

หรือจะเรียกว่าที่ “พักพิง” พอให้ได้เป็นที่ซุกหัวนอนเห็นจะถูกกว่า!

แต่..ให้ตัดดราม่าออกไป เพราะผมเชื่อว่าเจตนาที่คุณบิณฑ์-คุณเอกพันธ์ไปเยี่ยมไปหา ไม่ได้ต้องการที่จะสื่อให้เห็นความเป็นอยู่ของคุณแสงสุรีย์ในสภาพนั้น

เพียงแต่บังเอิญพี่น้องฝาแฝดเดินไปแจกเงิน 500 บาทในย่านชุมชนละแวกนั้น และคงทราบจากชาวบ้าน ว่าคุณแสงสุรีย์อาศัยอยู่ตรงนั้น เขาทั้งสองจึงได้รุดไปหา

ซึ่งทันทีที่เจอหน้า ทั้งคุณบิณฑ์ คุณเอกพันธ์ ก็ไม่ได้แสดงสีหน้ารันทด หดหู่ หรือพูดให้ดูเป็นดราม่าแต่อย่างใด กลับกันเห็นปุ๊บ คู่พี่น้องก็ประสานเสียง..

“น้องใส่เสื้อลาย ไฉไลจริงหนอโฉมยง จมูกน้องนางก็โด่ง คิ้วโค้งเหมือนวงรูปเคียว สาวใดว่าสวย สวยก็ยังไม่ถึงครึ่งเสี้ยว ใส่เสื้อดอกลายสีเขียว สวยนักเชียว ติดตรึงซึ้งใจ” ทันที

โพสต์โดย บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เมื่อ วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2020

(ชมคลิปนาทีที่ 20)

ดูครึกครื้นสนุกสนาน ทั้งเจ้าบ้านทั้งผู้ไปเยือน ผมเองก็ได้พลอยยิ้มกับภาพประทับใจนี้ และแทนที่คุณแสงสุรีย์จะพูดเรื่องเศร้า เรื่องรันทดหดหู่ของตัวเองแบบอย่างคนจนที่เรียกน้ำตา เรียกความสงสาร..

ไม่เลย..เขากลับสนุก ครื้นเครงไปกับแขกที่ไปเยือน แถมยังร้องเพลงตามคำขอ (คุณเอกพันธ์).. “เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ลาแล้วหนาบ้านเก่า ดินแดนที่เราเกิดมา..” เฮฮา-สุขใจเสียอีก

ก่อนกลับ..เห็นคุณบิณฑ์ได้มอบเงินใส่มือให้เจ้าของบ้านไปหนึ่งหมื่นบาท คงจะเป็นการตอบแทนที่คุณแสงสุรีย์ได้ร้องเพลง “หิ้วกระเป๋า” ให้ฟังแหละนะ?

นี่..ผมนำมาคุยมาเล่า ก็ไม่ได้หวังจะให้ผู้ใจบุญ-ใจกุศลเกิดความสงสารอะไรหรอก เพราะจากที่เห็นคุณแสงสุรีย์ก็ไม่ได้จะต้องการ “ความช่วยเหลือ” ให้ดูเยี่ยงคนอนาถา

จะว่าไป คนในแวดวงลูกทุ่ง ยังมีนักร้อง นักแต่งเพลง อีกหลายชีวิตที่ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากคุณแสงสุรีย์ แต่ดูเหมือน (แทบ) ทุกคนจะมีความ “หยิ่งทระนง” ในตัวเองอยู่สูง..

ที่จะเปิดเผยตัวให้สังคมได้เห็น-ได้รู้ถึงชีวิต-ความเป็นอยู่ที่ซอมซ่อ  ทุกข์ยาก ลำบาก เห็นจะยาก อย่างคุณนพณรรจ์ ขวัญประภา นักแต่งเพลงคู่บุญ-คู่บารมีของพี่เป้า-สายัณห์ สัญญา..

แต่งเพลงดังเป็นร้อยๆ แต่ไม่มีอะไรเหลือเป็นทรัพย์สินติดตัว กระทั่งเพลงที่เป็น “ทรัพย์สินทางปัญญา” ก็ไม่อาจนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเองได้..ก็อยู่ห้องเช่ารังหนูตามลำพังมาตลอด!

เออ..ไหนๆพูดแล้ว อยากบอกคุณบิณฑ์ว่า เวลานี้คุณณพนรรจ์กำลังเจ็บไข้ได้ป่วยนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแถวพรานนก

ถ้าว่าง แวะไปข้างเตียงและร้อง.. “อกหักเพียงครั้ง ยังไม่ตาย เสียดาย คนที่เคยรักกัน..” ให้แกฟังหน่อย และหากจะมอบเงินสักหมื่น-ครึ่งหมื่น..

นั่น..ก็ถือเป็นสินน้ำใจเถอะนะ!

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *