ผสมโรง

ทางเลือกใหม่ของผู้กำกับ?

ผสมโรง

สันต์ สะตอแมน

“สุขสบายดีกันไหม”?

เปล่า..ไม่ได้ถามท่านผู้อ่านหรอกครับ แต่จะบอกว่าวันก่อนผมได้กดโทรศัพท์ไปหา คุณปื๊ด-ธนิตย์ จิตนุกูล นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย

ก็..ถามสารทุกข์สุขดิบด้วยความเป็นห่วงเป็นใยตามประสาคนรักใคร่ชอบพอกัน เพราะรู้ว่าในท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องอยู่กับบ้าน-ว่างงานเช่นนี้..

ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้กำกับภาพยนตร์หลายๆคน จากปกติที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ กว่าจะได้เงินทำหนังแต่ละครเรื่องอยู่แล้ว..

จะต้องเหนื่อยยากลำบากหนักเพิ่มอีกเป็นทวี!

“เงียบครับ” เสียงทางโน้นตอบ.. “อยู่กับบ้านสบายไปแปดอย่าง แต่นอกนั้นลำบากหมด 555”

ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างนี้ก็ใจชื้นหน่อย อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า “พี่ปื๊ด” ของผมไม่ได้เครียดเสียจนติดติด ติดอ่างหนักไปอีก

“แล้วผู้กำกับคนอื่นๆ ล่ะ”ผมถาม.. “ก็อยู่ในสภาพเดียวกัน คือนอนอยู่กับบ้าน แต่ก็มีบางคนที่ค่อนข้างจะขัดสนเงินทอง ซึ่งทางสมาคมฯ ก็ได้พยายามช่วยเหลือให้พอได้ประทังๆ กันไป..

สมาคมฯ ก็ไม่มีรายได้ แต่ก็มีเงินอยู่บ้างเล็กๆ น้อยๆ พอที่จะซื้อข้าวปลาอาหารแห้งไปช่วยเหลือสมาชิกที่เดือดร้อนได้อยู่”

“เอ้า..แล้วรัฐบาลไม่ได้ช่วยเหรอ”?.. “เขาก็ช่วย แต่เราก็ต้องเข้าตามช่องทางที่เขากำหนด ซึ่งผู้กำกับแต่ละคนต้องศึกษา หาช่องทางเอาเอง สมาคมฯ ได้แค่ส่งข่าวให้ทราบเท่านั้น” พี่ปื๊ดบอกก่อนจะวิเคราะห์ว่า..

วงการหนังเห็นจะซบเซาไปอีกพักใหญ่ แม้โรงหนังจะเปิดให้บริการได้ แต่ไม่รู้จะมีคนเข้าไปดูกี่มากน้อย และจะมีค่ายไหนกล้าเอาหนังเข้าฉายรึเปล่าก็ไม่รู้

คุณปื๊ดเชื่อ คนยังไม่กล้าเข้าไปดูหนังในโรง ยิ่งเคยชินกับการดูหนังทางช่องสตรีมมิ่ง ทางออนไลน์ หรือเน็ตฟลิกซ์ อยู่กับบ้าน ก็ยิ่งทำให้รู้สึกสะดวกสบาย จะไปดูหนังในโรงทำไมให้เสี่ยง

และเมื่อคนดูหนังน้อย บริษัทผู้สร้างก็ลังเล ไม่กล้าที่สร้างหนัง และนี่จะส่งผลกระทบต่อผู้กำกับหนักเข้าไปอีก

ตอนนี้ที่เขากังวล คือกองละครยังไม่สามารถถ่ายทำกันได้ ทำให้แต่ละช่องไม่มีละครใหม่ออนแอร์ เพราะแทบทุกช่องไม่ได้ผลิตเก็บไว้ในสต๊อกเพื่อรองรับเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด

ครั้นนำละครเก่ามารีรันก็มีปัญหากับโฆษณาอีก เพราะเจ้าของสินค้าจะตั้งแง่หรือไม่ก็ปฏิเสธไม่ซื้อเวลา เพราะรู้ว่าละครรีรันนั้น เรตติ้งคนดูสู้ละครสดไม่ได้

“วงการหนังคงเหนื่อยกันอีกนานล่ะครับ” พี่ปื๊ดตบท้าย ทำเอาผมใจคอไม่ดี  แต่ถึงอย่างไรผมก็ยังมั่นใจ บริษัทผู้สร้างจะไม่ท้อแท้ หมดกำลังใจ..

จะยังคงทำหนังให้คนไทยได้ดูกันต่อไป!

ส่วนผู้กำกับภาพยนตร์ ก็หวังว่าจะไม่หนีไปเล่นการเมืองเสียหมด แต่หากคิดว่าอาชีพนี้ถึงทางตัน ไปไม่รอดแล้ว ก็..

ไปเถอะ..ขออวยชัย!

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *