ผสมโรง

ผนังโบสถ์ควรปลอดการเมือง?

ผสมโรง

สันต์ สะตอแมน

ก็..อย่าได้เสียใจไปเลย

ผมหมายถึงคุณธาติกร เจริญศิริ ศิลปินที่วาดภาพพุทธประวัติพระพุทธเจ้ากำลังถูกมารขัดขวางการตรัสรู้ และมีพระแม่ธรณีบีบมวยผมให้น้ำท่วมมาร บนผนังโบสถ์วัดหนองเต่า  จ.อุทัยธานี

โบสถ์เดียวกับที่ศิลปินอีกท่านได้วาดภาพ “สิตางศุ์ ส้มหยุด” และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์น่ะครับ!

ซึ่งจากข่าวที่ผู้จัดการออนไลน์รายงาน..มีภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯ ลอยคออยู่ในน้ำด้วย แต่ต่อมาภาพ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร ถูกลบออกไป

และคุณธาติกรได้กล่าว.. ยอมรับว่าเสียใจ เพราะต้องการสอดแทรกการเมืองเล็กน้อย เป็นภาพพลเอกประวิตรกำลังนั่งหลับ และพลเอกประยุทธ์กำลังจะจมน้ำเพราะมีปัญหารุมเร้า


ไม่ได้สื่อว่าจะเป็นมารผจญ แต่อาจทำให้บางคนเห็นว่าไม่เหมาะสมหรือไม่”

ครับ..คนที่ลบภาพนี้ ก็ไม่ใช่มือมืด-มือดีที่ไหน เพราะคุณชินภัทร พันธุหวยพงศ์ กำนันตำบลอุทัยเก่า ซึ่งเป็นกรรมการวัดหนองเต่า ได้ชี้แจงเองว่า..

“คณะกรรมการวัดฯ เห็นแล้วไม่สบายใจ ไม่ต้องการให้วัดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง ยืนยันไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสั่งลบ”

ความเห็นผม ก็ควรจะจบลงแค่นี้ และขอขอบคุณคณะกรรมการวัดที่ให้รู้สึก “ไม่สบายใจ”กันขึ้นโดยพร้อมเพรียง ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นข้อถกเถียง โต้แย้งให้เป็นปัญหา..

โดยเฉพาะกับชาวบ้านในท้องถิ่นที่ ที่อาจจะมีมุมมองแตกต่าง แล้วพาลมาผิดใจ ทะเลาะ เถียงกันกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง!

คุณธาติกรก็อย่าได้เสียอกเสียใจไปเลย แต่ควรจะได้ขอบอก-ขอบใจคณะกรรมการวัดเสียอีกที่ช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดดราม่า เพราะแม้จะไม่ได้มีเจตนาจะสื่อให้ใครเสียหาย..

แต่..ก็ไม่ควรใช้ “ฝาผนังโบสถ์” เป็นที่ระบาย สอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกทางการเมืองมิใช่รึ?

เออ..ไหนๆ เอ่ยชื่อ “สิตางศุ์ ส้มหยุด” แล้ว ก็ขออนุญาตพูดถึงหนังเรื่อง “พจมาน สว่างคาตา” ที่เธอร่วมแสดง ให้คุณพชร์ อานนท์” ผู้สร้าง-ผู้กำกับสักหน่อยนะ

ก่อนอื่นต้องบอกว่าคุณพชร์ใจกล้า-ใจถึงมากที่เอาหนังเข้าฉายในทันทีที่ ศบค. อนุญาตให้โรงหนังเปิดโรงฉายได้ ซึ่งที่สุดจะเป็นเพราะคำแช่งของคุณลีน่าจัง ที่ว่า..

คนไม่เข้าไปดูในโรงนั้นแน่นอน ไม่มีคนดูหรอกเจ๊ง เจ๊งๆๆๆ อย่างเดียว มีเคล็ดลับไม่อยากให้หนังเจ๊ง มึงต้องรีบเอาสิตางค์ไปฉีดโบท๊อกซ์ด่วน” รึเปล่าไม่ยืนยัน

บอกได้เพียง วันแรก (3มิ.ย.) ที่เข้าฉาย เก็บเงินได้ 1.12 ล้าน วันที่ 4 ได้ 4 แสนกว่า วันที่ 5 ลดมา 3แสนกว่า..นี่ก็พอจะเดาใจคุณพชร์ได้ น่าจะผิดหวังอยู่ค่อนข้างมาก!

อย่างไรเสียถ้าโรงหนังไม่ “เด็ดหัวทิ้ง” เสียก่อนในช่วง 4 วันอันตราย คุณพชร์คงจะมีกลยุทธ์ปลุกกระแสหนังให้กระเตื้องขึ้นมาได้

ก็..คอยดูในสัปดาห์นี้ล่ะกัน ส่วนผมไม่คอยแล้วล่ะ ไม่ค่ำก็พรุ่งนี้ ต้องแว่บเข้าโรงหนังเอสเอฟฯ คริสตัล ไปนั่งดูคนหน้าผี ได้หัวเราะ-สบายใจ ดีกว่า..

นั่งฟังคนบ้า ปากหมา..รำคาญหู!


Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *