เปลว สีเงิน

“เลียบค่ายอยู่ทำไม..ปิยบุตร?”

“ปิยบุตร”เอ้ย…..!
จะเสียเวลา “ปลุกผี 2475” อยู่ทำไม?
เมื่อมั่นใจเป็น “วีรบุรุษล้มเจ้า” ก็โดดออกมานำหน้าเลย อย่ามัวใช้ลีลาด่าและเล็มสถาบันเป็นรายวันอย่างนี้ให้เป็นที่รำคาญตีนชาวบ้านเขาจะบอกให้
นิสัยคนไทยน่ะ ชอบคนตรงๆ รักก็ให้บอกว่ารัก เกลียดก็ให้บอกว่าเกลียด
ไอ้พวกอ้อมค้อม จะด่า-จะว่าเขา ก็กลัว ไม่กล้าด่าตรงๆ ต้องใช้ลีลาเป็นปริศนาอ้อมเขาวงกตน่ะ
“เลี่ยงกฎหมาย” อาจเลี่ยงได้
แต่ “บั้นท้ายเท้า” ต้องระวัง มันเลี่ยงยาก!

วันก่อน มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง “นายนุรักษ์ มาประณีต” อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองคมนตรี
ก็เอาเชียว ……
ทำเป็นซื่อตาใสในเล่ห์

ยกคดีเกี่ยวพันระบอบทักษิณที่ถูกตัดสิน และท่านนุรักษ์เคยเป็นตุลาการอยู่ด้วยแต่อดีต จนถึงยุบพรรคอนาคตใหม่ ลำดับความเขียนลอยๆ

นั่น..ทำแบบนั้น ด้วยเจตนาอะไร?
ท่านตัดสินคดีมาเป็นร้อย-เป็นพันคดี กลับเจาะจงเลือกเฉพาะที่ลงโทษระบอบทักษิณมากล่าว

แต่คดีที่ “เป็นคุณ” หลายคดีกับทักษิณ ไม่ยกขึ้นมาพูดด้วยเลย
และที่นำมาพูด หยิบเฉพาะบทลงโทษมาเท่านั้น ส่วนการทำผิดเป็นเหตุสู่การลงโทษเช่นนั้น กลับไม่ยกมาให้คนรู้-คนเห็นด้วย

เสร็จแล้ว ยกประกาศแต่งตั้งนายนุรักษ์ขึ้นปะกบเรื่องที่ยกมา แบบห้วนๆ
คือพูดตามภาษานักเลงก็ประมาณว่า “ทำให้รู้โดยนัย ใยต้องให้พูดอะไรกันมาก”

แต่ในหมู่พวกขี้ขลาด เขาเรียกคนพรรค์นี้ว่า”ไอ้พวกนักเลงตาขาว-หมาเห่าในรั้ว”!

ต้องการกระแทกถึงสถาบัน ตามปฏิญญา “สามมะกอก 2475” สานเจตนารมณ์คณะก่อการ
ก็ใส่ให้มันจะแจ้งไปเลยซี!
จะมัวตอดนิด-ตอดหน่อยเป็นหอยกินเพรียงอยู่ทำไม?

“แซง-ฌุชต์” ตอนปฏิวัติฝรั่งเศส ที่ปิยบุตรยกมาอ้างตีกินบ่อยๆ ยังไม่กระจอกแบบนี้เลย
ระวังเถอะ ผีแซง-ฌุชต์โกรธ มันจะมาหักกรามไปอีกคนเหมือนดา ตอร์ปิโด!
แล้วเมื่อวาน (๘ พค.) ใช้เล่ห์วิชาการคลุมร่างออกคลิปในหัวข้อ
[INTERREGNUM – EP07 สภาวะยกเว้น: “ชาติตกอยู่ในอันตราย!” ระงับตำแหน่งกษัตริย์ฝรั่งเศสชั่วคราว ในปี 1792]

อีกแหละ …….
ยกเหตุการณ์ในฝรั่งเศส สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๖ ถูกโค่นพระราชบัลลังก์เป็นเปลือกหุ้ม เนื้อในเจตนาเป็นคลื่นกระแทกเข้ากระทบสถาบัน

ลีลาเดียวกับที่ยกเรื่องตั้งท่านนุรักษ์เป็นองคมนตรีหวังกระแทกถึงสถาบัน
เห็นพูดกันเจี๊ยวจ๊าวเต็มโซเชียลเมื่อวาน และในเฟซปิยบุตรต้นทางเผยแพร่ ปรากฏว่ามีบรรดาสาวกล้มเจ้าเข้าไปสะใจกันซี๊ดซ๊าด

นี่…ปิยบุตร จะบอกอะไรให้
มีประโยชน์อะไร ที่ตัดหัว-ตัดท้ายประวัติ “แซง-ฌุชต์” แล้วหยิบเฉพาะบทพระเอกช่วงกลางมาเอ่ยอ้าง?

ก็รู้อยู่มิใช่หรือ….
ว่าไอ้แซง-ฌุชต์น่ะ พักเดียวมันก็หัวกุดด้วยกิโยตินพร้อมกับลูกพี่ “มักซีมีเลียง รอแบ็สปีแยร์”

เพราะประชาธิไตยที่มันกล่าวอ้าง ก็เพื่ออำนาจด้วยความชั่วร้าย “หลอกแดก-แจกหลอก” แก๊งมันเอง
ชาวบ้านจับได้ ขนาดจะฆ่าตัวตาย ชาวบ้านยังไม่ยอม ลากตัวไปบั่นคอประจานให้โลกเห็นจะจะ

หรือปิยบุตรกับแก๊ง ต้องการสืบต่อเจตนารมณ์แก๊งแซง-ฌุชต์แบบนี้?

เก่งจริง ต้องกล้า……..
ไอ้แบบที่ เช้า-เย็น เอาแต่เกาะรั้ว ชะเง้อมองราวตากผ้าถุงกับกางเกงในสาวอย่างที่ทำนั่นน่ะ
เป็น “วีรบุรุษราวตากผ้า” พอได้

ไอ้ที่จะมาทำการใหญ่ สืบสานงานล้มเจ้าต่อจาก 2475 ซึ่งประชาชนคนไทยไม่ต้องการ
แบบนั้น มันบ้าไปแล้วปิยบุตร!

โหนไปเรื่อยเปื่อย โหนปฏิวัติฝรั่งเศส โหนแซง-ฌุชต์ นี่เขาเรียกว่า “ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด”

ไม่ดูบริบทสังคมเลย…ปิยบุตร
รากฐานตะวันออก “สังคมไทย” กับรากฐานตะวันตก “สังคมฝรั่งเศส”
มันเป็น “ประวัติศาสตร์รากฐานคิด” ซึ่งต่างที่มา-ที่ไป ชนิด ๓๖๐ องศา

แค่เป็นตัวเลือกของแก๊งล้มเจ้าส่งไปล้างสมองเพิ่มเติมที่ฝรั่งเศสเข้าหน่อย มีเมียแหม่มเข้าอีกนิด
ทำเป็นวัว-ควายลืมฟาง หลงไหลได้ปลื้ม จะฟาดแต่ชีสกลิ่นขี้เต่า!

คำว่า “สถาบัน” ปิยบุตรไม่เข้าใจหรือ?
“สถาบัน” คือรากแก้วของลำต้น ส่วนแต่ละตัวคนเป็นแขนงแตกแผ่ออกไป
และแขนงต่างๆ ก็แตก-โตหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป

ต้นไม้ คือประเทศ ไม่มีวันตายสลายสูญ ตราบที่รากแก้วยังดำรงคงอยู่
แล้วปิยบุตรทำอย่างที่ทำอยู่เพื่ออะไร?
ไม่เจตนาแค่ “ล้มเจ้า-ล้มสถาบัน” แค่นั้นหรอก ระดับศาสตราจารย์ตูลุส มันต้องคิดลึกกว่านั้น

“ล้มเจ้า-ล้มสถาบัน”ได้ ………..
เท่ากับ “ล้มประเทศไทย” สมเจตนารมณ์-สมเป้าหมายพวกจักรวรรดินำนาจตะวันตก
ที่ต้องการสถาปนาระบบ “อำนาจเดียวครองโลก” ที่พวกมันพยายามทำมาตลอด

ซึ่งเขาเคยมั่นอยู่กับทักษิณ แต่เมื่อพลิกผัน
ก็ชักใยให้ทุน “ระบอบทักษิณ” ต่อ หวังใช้โคแดง-โคส้มเทียมเกวียนประชาธิปไตย
แต่ วัว-ควาย ก็คือ วัว-ควาย ถ้าบ้าสี ต่อให้เป็นดอกเตอร เป็นศาสตราจารย์
มันก็เดินพันหลักกินฟางอยู่

แค่ “ประชาธิปไตย-เผด็จการ” พ้นจากนี้ อดตาย!
งานหลักช่วงนี้ของปิยบุตร นอกจากคร่ำเคร่งประดิษฐเรื่องล้มเจ้าแล้ว ยังต้องเขียนคำไว้อาลัยงานศพ “คนในเส้นทางเดียวกัน” ถี่หน่อย

วานซืน สู่สัมปรายิกภพหลายท่าน
โดยเฉพาะ “ดา ตอร์ปิโด” และ “อาจารย์อัษฎางค์ ปาณิกบุตร”
ปิยบุตรเขียนในคำอาลัยอาจารย์อัษฏางค์ไว้ตอน ถือเป็น “มรณานุสติ” ที่ดีสำหรับคนในเส้นทางบางคน อ่านดูนะ

“…….ท่ามกลางความหลากหลายของผู้สนับสนุน มีนักวิชาการอาวุโสในวัย 70 80 แสดงออกว่าให้กำลังใจ เอาใจช่วยพวกเรา
นั่นคือ อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ อาจารย์ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ และอาจารย์อัษฎางค์ ปาณิกบุตร

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ปีที่แล้ว อาจารย์ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ ได้จากเราไป
มาวันนี้ เราเสียอาจารย์อัษฎางค์ ปาณิกบุตร ไปอีกท่านหนึ่ง”

โอ้…ก็เหลือชาญวิทย์กับนิธิน่ะซี!
แบบนี้ ……
ผมขอเผ่นก่อนเลยนะ วันนี้.

 

LINE ID: plewseengern.com

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *