www.plewseengern.com,  สาธารณสุข

อย. ยัน 4 สารในเครื่องสำอางมีความปลอดภัย สามารถใช้ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

อย. ยัน 4 สาร ได้แก่ สามารถใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เผยมีการติดตามเฝ้าระวังข้อมูลความปลอดภัยของสารที่ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางมาโดยตลอด ขอให้ประชาชนมั่นใจ

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อออนไลน์เกี่ยวกับ 4 สารเคมีที่ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง ได้แก่ โซเดียม ลอริล ซัลเฟต (Sodium lauryl sulfate, SLS), ไตรโคลซาน (Triclosan),เมทิลไอโซไทอะโซลิโนน (Methylisothiazolinone) และ พาราเบน (Parabens) มีอันตรายต่อผิวหนังของผู้ใช้

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงว่า การอนุญาตให้ใช้สารใดเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางจะต้องมีหลักฐานทางวิชาการเพียงพอที่จะเชื่อถือได้ว่าสารนั้นมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งประเทศไทยอนุญาตให้ใช้สารทั้ง 4 รายการนี้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้

เนื่องจากมีข้อมูลความปลอดภัยเพียงพอสำหรับการใช้ในเครื่องสำอาง แต่บางรายการจะต้องใช้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เพราะหากใช้ในปริมาณมากเกินไปอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้ เช่น สารไตรโคลซานหากใช้ในความเข้มข้นสูงจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับไทรอยด์ฮอร์โมน หรืออาจทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อต่อยาปฏิชีวนะ สารเมทิลไอโซไทอะโซลิโนนพบรายงานการแพ้ในบางคน เป็นต้น

โดยสารโซเดียม ลอริล ซัลเฟต (Sodium lauryl sulfate) หรือ เอส แอล เอส (SLS) มีคุณสมบัติลดแรงตึงผิวของน้ำ ช่วยชำระล้างฝุ่นละออง สิ่งสกปรก รวมทั้งคราบไขมันต่าง ๆ ส่วนใหญ่ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางที่ใช้แล้วล้างออก เช่น สบู่ แชมพู ครีมอาบน้ำ กฎหมายในปัจจุบันอนุญาตให้ใช้ได้โดยไม่กำหนดปริมาณเนื่องจากสารดังกล่าวมีโอกาสที่สัมผัสกับผิวหนังไม่นาน และยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่เพียงพอว่าอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ส่วนสารไตรโคลซาน (Triclosan) เมทิลไอโซไทอะโซลิโนน (Methylisothiazolinone)


และสารกลุ่มพาราเบน (Parabens) เป็นสารกันเสียในเครื่องสำอาง มีเงื่อนไขที่อนุญาตให้ใช้ที่แตกต่างกันออกไป เช่น สารไตรโคลซานในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ผิวกายที่ใช้แล้วล้างออกให้ใช้ที่ความเข้มข้นสูงสุด 0.3% แต่หากใช้ในน้ำยาบ้วนปากให้ใช้ที่ความเข้มข้นสูงสุด 0.2% สารเมทิลไอโซไทอะโซลิโนนให้ใช้ได้เฉพาะในเครื่องสำอางที่ใช้แล้วล้างออกที่ความเข้มข้นสูงสุด 0.0015% ส่วนสารในกลุ่มพาราเบน แต่ละรายการมีความแตกต่างกัน

ทั้งด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันห้ามใช้สารไอโซโพรพิลพาราเบน ไอโซบิวทิลพาราเบนฟีนิลพาราเบน เบนซิลพาราเบน และเพนทิลพาราเบน เนื่องจากพบข้อมูลว่าไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ส่วนสารอื่นในกลุ่มพาราเบนสามารถใช้ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้เงื่อนไขดังกล่าวถูกกำหนดในสหภาพยุโรปและอาเซียนเช่นเดียวกัน

รองเลขาธิการฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า อย. ได้ติดตามเฝ้าระวังข้อมูลความปลอดภัยของสารที่ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง และปรับปรุงเงื่อนไขการใช้เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะสารกันเสีย เนื่องจากมีการศึกษาวิจัยพบว่า สารในกลุ่มนี้อาจทำให้ผู้ใช้เกิดการแพ้ ผื่นแพ้ และระคายเคืองเป็นอันดับที่สอง รองจากสารแต่งกลิ่นหอม

นอกจากนี้ ยังเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในท้องตลาดเพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด จึงขอให้ประชาชนมั่นใจ ทั้งนี้ ก่อนซื้อเครื่องสำอางขอให้ตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตผ่านทาง Oryor Smart Application หรือเว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th เพื่อลดความเสี่ยงจากการได้รับเครื่องสำอางปลอมหรือใช้สารเคมีเกินกว่าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *