การเมือง

“ปิยบุตร” ชี้เหตุ แก้รัฐธรรมนูญ ไม่ควรเขียนล็อก หมวด 1-2 ยันจำเป็นต้อง ยกเลิกสว. ย้ำ!!! ทำได้ทันที ดักคอรัฐบาลอย่าใช้กระบวนการ สสร. เป็นเครื่องมือยื้อเวลา

21 สิงหาคม 2563 ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร

ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุม กมธ. ชุดดังกล่าวว่า ความคืบหน้าของการแก้รัฐธรรมนูญชัดแล้วทั้งในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งเห็นตรงกันว่าให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดย สสร. นั้นมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เหลือเพียงแค่ถกเถียงในรายละเอียดว่าจะมีจำนวนเท่าไหร่ สัดส่วนว่าเป็นอย่างไร

นายปิยบุตร มีข้อสังเกตเรื่องการทำรัฐธรรมนูญใหม่ ว่า ไม่จำเป็นต้องเขียนกันไว้ว่าห้ามแก้ หมวด 1 – 2 เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ก็มีกรอบอยู่แล้วว่า การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญห้ามกระทบรูปของรัฐและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นใครที่กังวลใจว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ก็ไม่ต้องกังวล เพราะรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะร่างนั้น เกินเพดาน เกินกรอบนี้ไม่ได้ นอกจากนี้ที่สำคัญก็คือ ที่ผ่านมาในอดีตมีการแก้ไขใน 2 หมวดอยู่บ่อยครั้ง อย่างรัฐธรรมนูญ 2560 เองก็แก้ไขทั้ง 2 หมวด

“สังคมกำลังเข้าใจผิดว่า ถ้าหากไม่เขียนล็อกไว้ในหมวด 1-2 จะเท่ากับการแก้ ซึ่งไม่จริง เพราะการจะแก้นั้นอยู่ที่ สสร. และตรงกันข้าม ถ้าไปล็อกไว้ เกิดว่าในอนาคตมีกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้จริงๆ แล้วแก้ไม่ได้ จะเกิดวิกฤตการณ์ทางรัฐธรรมนูญขึ้น ซึ่งคงจำกันได้ว่ารัฐธรรมนูญ 2560 หลังผ่านประชามติไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังทูลเกล้าฯ ให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ปรากฏว่าทรงมีพระราชกระแสรับสั่งลงมาว่า เห็นควรให้มีการแก้ไขหมวด 2

ซึ่งในท้ายที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็ต้องมาหาทางออกร่วมกันเพื่อแก้ไขให้ได้ ซึ่งกรณีแบบนี้ไม่มีใครทราบหรอกว่าจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ การไปเขียนล็อกล่วงหน้า ทำให้เป็นเรื่องตายตัวเกินไป ดังนั้นฝ่ายที่คิดว่าเป็นเรื่องอ่อนไหว ไม่ต้องกังวล เพราะการเขียนรัฐธรรมนูญโดย สสร. เกินกรอบของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไม่ได้อยู่แล้ว” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร มองว่าการทำให้มี สสร. ตอนนี้ยังไม่เพียงพอ เพราะไม่ทราบเวลาในการพิจารณาว่านานเท่าไหร่ และเมื่อผ่านวาระ 1 2 ไปอาจไม่ผ่านวาระ 3 ก็ได้ หรือเมื่อผ่านวาระ 3 ไปแล้ว อาจจะไม่ผ่านประชามติ กว่าจะมี สสร. กว่าจะได้ร่างใหม่ กว่าจะร่างใหม่เสร็จต้องใช้เวลากี่ปี จึงเห็นว่าระหว่างนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้คิดเรื่องการสืบทอดอำนาจแล้ว และเรากลับเข้าสู่ระบบปกติแล้ว จึงเสนอให้มีการยกเลิก ส.ว. 250 คน ตามบทเฉพาะกาลทันที ในมาตรา 269-272 เพราะเมื่อยกเลิกไปแล้ว เกิดวันหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการผ่าทางตันทางการเมืองโดยการยุบสภา และให้มีการเลือกตั้งใหม่ ก็จะเป็นการเลือกตั้งที่มีนัยสำคัญ เพราะไม่มี 250 ส.ว.มาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว

“ไม่อยากให้ภาพออกมาว่าการแก้รัฐธรรมนูญเป็นข้ออ้าง ยื้อเวลาให้รัฐบาลอยู่ไปเรื่อยๆ เพราะเผลอๆ กว่า สสร. จะได้มา กว่าจะร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ ส.ว. ก็อยู่ครบเทอมพอดี และบางทีเกิดมีการยุบสภา ก็สามารถจะสืบทอดอำนาจได้ต่ออีกเพราะยังมี ส.ว. ช่วย นี่เป็นจุดอ่อนที่ถูกโจมตีมาโดยตลอด อยากให้ปลดออก แต่อย่างไรก็ตามในการแก้ไขตรงนี้ก็ต้องมีเสียง ส.ว. 84 เสียงเห็นด้วย ซึ่งภาพจะดูไม่ดีอย่างมาก ถ้าเกิด ส.ว. ลุกขึ้นอภิปรายปกป้องตัวเอง และสนับสนุนตัวเองให้อยู่ต่อ ดังนั้นบรรดา ส.ว. ต้องตระหนักว่าคุณเป็นจุดด่างดำของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คุณปฏิบัติการสืบทอดอำนาจได้สำเร็จแล้ว ถ้าอยากกลับมาเป็น ส.ว. อีก ก็ให้ไปใช้ช่องทางปกติ ตามมาตรา 107 จะสง่างามกว่า” ปิยบุตร กล่าว

ในการประชุม กมธ. วันนี้มีการประชุมถึงการทำรายงานเพื่อเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา โดย นายปิยบุตร ได้ทำความเห็นส่วนตัวต่อรัฐธรรมนูฐฉบับปี 2560 ว่าควรต้องแก้ไขเรื่องอะไรและแนวทางเป็นอย่างไรบ้าง จำนวน 20 หน้า นำเสนอในที่ประชุมด้วย


Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *