กลาโหม,  สภาพอากาศ-พายุ-น้ำท่วม-ภัยแล้ง,  สิ่งแวดล้อม,  เกษตร

“พล.อ.ประวิตร” ลงพื้นที่ จว.ระยอง ติดตามแก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ EEC ย้ำจำเป็นต้องมุ่งความยั่งยืนและเร่งปิดความเสี่ยงของการขาดแคลนน้ำภาคตะวันออก

24 ส.ค.63 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่า เวลา 09.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.และ รมช.แรงงาน พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง ร่วมรับฟังการบริหารราชการ และติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก ณ ศาลากลางจังหวัดระยอง

พล.อ.ประวิตร’ ได้กล่าวขอบคุณ ทุกส่วนราชการ จว.ระยอง ที่ร่วมกันดูแลพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงในพื้นที่ที่ผ่านมา โดยย้ำถึงความสำคัญของ จว.ระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การเกษตรและการบริการของภาคตะวันออก ที่ต้องบริหารจัดการและการจัดระเบียบสังคมควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกันไปอย่างสมดุล ทั้งนี้ได้กำชับ ขอให้มีมาตรการและตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหายาเสพติด แรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ในแรงงานภาคอุตสาหกรรมและภาคประมง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในพื้นที่

ต่อจากนั้น พล.อ.ประวิตร’ ได้เดินทางไปติดตามการบริหารจัดการน้ำเพื่อความมั่นคง ณ อ่างเก็บน้ำดอกกราย อ.ปลวกแดง ซึ่งในภาพรวมมีความคืบหน้าไปมาก โดย กำชับให้ สทนช. และกรมชลประทาน ร่วมกันพัฒนาสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ( EEC ) ให้เป็นไปตามแผน อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องบูรณาการรองรับการขาดแคลนน้ำของกลุ่ม จว.ภาคตะวันออกในฤดูแล้งควบคู่กันไปในภาพรวม โดยเฉพาะกับ 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองระยอง อ.บ้านค่าย และ อ.ปลวกแดง ที่ประสบทั้งปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยในแต่ละปี

พร้อมกันนี้ รองนรม. ยังได้ย้ำการแก้ปัญหาความเสี่ยงขาดแคลนน้ำภาคตะวันออก โดยขอให้เตรียมมาตรการระยะเร่งด่วน ช่วยกระจายแบ่งปันน้ำให้ทั่วถึงทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม โดยให้ระบายน้ำและผันน้ำระหว่างแหล่งน้ำต่างๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ

เช่น จากอ่างเก็บน้ำคลองหลวงไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ จากอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่และแม่น้ำระยองไปยังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล รวมทั้งการพิจารณานำน้ำจากคลองหู มาใช้ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด สำหรับมาตรการระยะยาว ขอให้ปรับปรุงฝายบ้านวังใหม่ จว.จันทบุรี และระบบท่อส่งน้ำและระบบชลประทาน ให้สามารถรองรับการสูบผันน้ำกลับจากพื้นที่น้ำมากไปยังพื้นที่น้ำน้อย โดยพยายามไม่ให้น้ำไหลลงทะเลอย่างสูญเปล่า

รวมทั้งให้เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำ ทั้งใน จว.จันทบุรี จว.ระยอง จว.ชลบุรี และ จว.ฉะเชิงเทรา เพื่อลดความเสี่ยงของปัญหาการขาดแคลนน้ำดังกล่าว


Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *