www.plewseengern.com,  การเมือง

“เพื่อไทย” มีมติตั้ง คณะกรรมการการเมือง “ชัยเกษม” เป็นประธาน เพื่อกำหนดทิศทาง ยุทธศาสตร์ของพรรค ติดตามสถานการณ์การเมืองทันท่วงที

ที่ประชุมพรรคเพื่อไทย นำโดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรค ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติศิริ ประธานคณะกรรมการการเมือง พรรคเพื่อไทย รวมทั้งที่ปรึกษาและประธานคณะทำงานชุดต่างๆ มีมติตั้งคณะกรรมการการเมือง พรรคเพื่อไทย โดยมีนายชัยเกษม นิติศิริ เป็นประธาน นายเสนาะ เทียนทอง พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นที่ปรึกษา เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานด้านการเมืองของพรรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน และให้ทันต่อท่าทีทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาล

นายสมพงษ์ กล่าวว่า นอกจากจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการการเมืองฯ แล้วยังมีตั้งคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่เลือกตั้ง เพื่อค้นหานักประชาธิปไตยและนักการเมืองรุ่นใหม่ๆ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้สำเร็จภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อให้ตอบสนองต่อจำนวนสมาชิกพรรคที่สมัครเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่ให้ชัดเจน ขณะที่พรรคเตรียมขยายเขตเลือกตั้ง จาก 250 เขต เป็น 350 เขต โดยจะตั้งหน่วยงานอบรมหรือเสนอบุคลากรที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย

นายสมพงษ์ ได้กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้พิจารณาแล้วมีมติว่า จะไม่ส่งบุคคลเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ตามที่สภาผู้แทนราษฎรส่งหนังสือขอความร่วมมือมา เพราะดูจากองค์ประกอบแล้ว ยังไม่มีความเป็นกลาง และผู้ขัดแย้งในบางกลุ่มยังปฏิเสธไม่เข้าร่วม หากผู้ขัดแย้งไม่ได้มีส่วนร่วม ปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงไม่ขอเข้าร่วมในคณะกรรมการสมานฉันท์ของสภาผู้แทนราษฎร

ด้าน นายประเสริฐ กล่าวว่า ในส่วนของการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร มีประเด็นหลักๆ 4 เรื่อง ดังนี้

1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้อยู่ในการพิจารณาวาระที่ 2 พรรคเพื่อไทยได้แปรญัตติในประเด็นสำคัญหลายประเด็น เชื่อว่าตรงต่อความต้องการของประชาชน ซึ่งเราไม่ละเลยในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน

2. การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ซึ่งมีการประชุมนัดแรกไปเมื่อวานนี้ (3 ธันวาคม 2563) มีการกำหนดกรอบการทำงาน และรายละเอียดต่างๆ พร้อมข้อคิดเห็น ซึ่งเราจะมีการประเมินสถานการณ์ของการทำประชามติโดยตลอด เพื่อไม่ให้การทำประชามติในครั้งนี้ เป็นเหมือนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2560 ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่


3. พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีมติไม่เข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ และ 4. สถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งเมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาศัยอยู่บ้านหลวง

คณะทำงานของพรรคเพื่อไทย มีข้อสังเกต 2 เรื่อง คือ ระเบียบของกองทัพบกว่าด้วยบ้านพักรับรองนั้น มีความชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และบ้านพักรับรองของ ผบ.ทบ. จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ บ้านพักรับรองนั้นจะมีที่มาที่ไปอย่างไร มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของการใช้ในภายหลังหรือไม่ และ ผบ.ทบ. ที่เกษียณไปแล้ว บ้านพักรับรองต้องมีหลายหลังหรือไม่ เพราะมีสิทธิ์อยู่ ซึ่งในเรื่องนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้ ส.ส. ของพรรคติดตามในประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อไป

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *