www.plewseengern.com,  เปลว สีเงิน

ดีเอ็นเอ ‘ทอน’ สู่๓นิ้ว

ผักกาดหอม

จัดหนักจัดเต็มถ้วนหน้า
ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน
อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆเรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น
ตัดทอนมาเฉพาะท่อนที่ต้องพูดคุยกันต่อ
—————–….ภพใหม่คือชีวิตมวลชนปฏิวัติก็จะถือกำเนิดขึ้น ให้ผู้คนได้หลอมตัวตนเข้ามาจนเป็นหนึ่งเดียว เสมือนเป็นเพียงเส้นด้ายที่ถักทอกันจนเป็นผ้าผืนหนึ่งเท่านั้นเอง

ผ้าผืนใหม่หรือชีวิตมวลชนปฎิวัติที่เป็นภพใหม่นี้ มีคุณสมบัติสำคัญคือการรวมตัวและอุทิศตน เป็นชีวิตที่ก้าวร้าวรุนแรงทำลายล้างชีวิตปรกติได้ไม่ต่างจาก กลุ่มเซลล์มะเร็งที่ก่อตัวขึ้นเป็นชีวิตชุดใหม่ในร่างกาย แล้วเดินหน้าทำลายล้างชีวิตปรกติชุดเดิมจนสิ้นไปในที่สุด

แต่หากบ้านเมืองนั้นยังโชคดีสามารถหยุดกระแสนี้ได้ สังคมใหม่ก็จะมีโอกาสเกิดขึ้นเป็นบ้านเมืองใหม่อนาคตใหม่ได้ต่อไปอีก ดังตัวอย่างจีนแผ่นดินใหญ่ที่สามารถหยุดกระแสเรดการ์ด แล้วให้ระบอบพรรคเดียวพาเข้าสู่ความเจริญใหม่ได้ เช่นปัจจุบัน…….

……..“…วิธีการของเรา คือ ต้องมีอำนาจและต่อรอง (กับ)……..นี่ต่างหากคือเป้าหมาย ถ้าจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ ก็เอาทหารออกจากการเมืองไม่ได้ จัดการเรื่องศาลก็ไม่ได้อีก จัดการเหี้ยห่าอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น…” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สัมภาษณ์ Portrait ๒๕๖๑

คำให้สัมภาษณ์ข้างต้น แม้จะสะท้อนถึงทัศนะคติของผู้พูดที่เป็นลบต่อสถาบันก็ตาม แต่ก็ยังแสดงถึงเหตุผลในสมอง ไม่ใช่พูดจากความจงเกลียดจงชังในจิตใจ แต่วันเวลาผ่านไป ๒ ปี เมื่อถึงขั้นตัดสินใจสร้างมวลชนขึ้นต่อสู้ล้มล้าง กันแล้ว ก็จำต้องปรับเสียใหม่ตามหลักวิชา ให้กลายมาเป็นความจงเกลียดจงชังจากหัวใจไม่ใช่สมอง เหตุเพราะมวลชนปฏิวัตินั้นจะรวมตัวอุทิศตนกันได้ ก็ด้วยความจงเกลียดจงชังเท่านั้น

ทุกขบวนการหากหวังจะเติบโต ก็จะต้องสรรหาปีศาจมาให้ผู้คนเกลียดชังร่วมกันจนกลายเป็นมวลชนที่เป็นหนึ่งเดียวให้ได้ โดย “ปีศาจ” นี้ ต้องเลวบริสุทธิ์และมีฤทธิ์ชั่วชาติมากพอที่จะชี้ให้ได้ว่า เป็นต้นเหตุแห่งความชั่วร้ายทั้งปวงที่เห็นบนโลก ถึงขั้นที่ถ้าไม่ล้มล้างลงไปแล้วก็อย่าหวังจะมีความหวังใดในชีวิตได้เลย อย่างที่พูดว่า “จัดการเหี้ยห่าอะไรก็ไม่ได้” นั่นทีเดียว

ด้วยสันดานอันน่าเศร้าของมนุษย์ที่โกรธเกลียดอะไรคนเดียวไม่ได้ ต้องหาคนมาแบ่งปัน มาเกลียดร่วมกันจนกลายเป็นพวกเดียวกันให้ได้เช่นนี้นี่เอง ที่ทำให้ Hoffer ถือว่าปัจจัยรวมตัวของมวลชนปฏิวัติที่สำคัญที่สุดคือความจงเกลียดจงชัง ที่บรรดาปัญญาชนปฏิวัติมีหน้าที่จะต้องเลือกสรรมาให้เกลียดร่วมกันให้ได้ ไม่ว่าจะเป็น “ยิว” ที่ป้อนให้มวลชนนาซีเกลียดร่วมกัน, “นายทุน-ศักดินา” สำหรับมวลชนคอมมิวนิสต์ “ปีศาจจักรวรรดิ์นิยม” สำหรับมวลชนชาตินิยม เป็นต้น

ในกรณีมวลชนปลดแอก ๒๕๖๓ ที่โบกธงรบผ่านปากเด็กธรรมศาสตร์เมื่อ ๑๐ สิงหาคม โดยปรากฏเป็นคำประกาศปฏิรูปสถาบัน ๑๐ ข้อนั้น ก็ชัดเจนว่าต้องการเชิดชูให้สถาบันกษัตริย์ ตกเป็นเป็นจำเลยแห่งความชั่วร้ายดักดานของสังคมไทยนับแต่นี้ไป เชิดไว้เพื่อให้เยาวชนคนหนุ่มสาวได้ร่วมกันจงเกลียดจงชังจนรวมตัวกันเป็นมวลชนที่เหนียวแน่นยั่งยืน ยิ่งรวมตัวกันก็ยิ่งเกลียดร่วมกัน ยิ่งเกลียดร่วมกันก็ยิ่งรวมตัวกัน เป็นพลวัตหนักขึ้นไปเรื่อยๆ จนสิ้นตัวตนกลายเป็นเช่นเส้นด้ายบนธงปฏิวัติล้มเจ้าจักรี ผืนเดียวกันในที่สุด

เมื่อเข้าใจถึงความจำเป็นทางเทคนิคจัดตั้งมวลชนได้เช่นนี้แล้ว คำว่า “ปฏิรูป” สถาบันกษัตริย์ของมวลชนเหล่านี้ จึงเป็นแค่วาทะกรรมที่ไม่มีความจริงรองรับ เพราะหากรับคำนี้ได้เมื่อใดจิตใจและพลังปฏิวัติเพื่อโลกใหม่จะหายไปในทันที สำหรับมวลชนปฏิวัติแล้ว โลกปัจจุบันอันสกปรกสิ้นหวังต้องถูกปฏิเสธล้มล้างแล้วสร้างขึ้นใหม่เท่านั้น ขยะก็เป็นขยะ ไม่มีใครจะปฏิรูปขยะได้

ข้อสรุปข้างต้นเมื่อนำมาสอบทานกับพฤติการณ์หยามเหยียดสถาบัน ที่ทำเป็นกิจกรรมกันขึ้นมาภายหลัง ทั้งการยื่นหนังสือต่อสถานทูตเยอรมัน, การทวงภาษีกูต่อสำนักงานทรัพย์สินหรือธนาคารไทยพาณิชย์ เลยไปถึงการจาบจ้วงว่าเป็นขยะสังคม ถามว่าเมื่อไหร่แม่จะตายฯ เหล่านี้ล้วนไม่ใช่ความพล่อยปากตามสันดานต่ำช้าแต่อย่างใด หากแต่เป็นกิจกรรมร่วมอันจำเป็น ที่มุ่งสร้างสรรค์เพื่อเสริมความจงเกลียดจงชังร่วมกันของมวลชนทั้งสิ้น……
—————–

ฉะนั้นใครที่ยังไม่เข้าใจว่า ม็อบเยาวชนปลดแอก ม็อบคณะราษฎร ๖๓ เกิดมาได้อย่างไร……ก็นี่หล่ะครับ

กรณีของจีนคอมมิวนิสต์โชคดีที่หยุดเรดการ์ดได้ ก่อนวัฒนธรรมจีนจะสูญสิ้น
คำถามคือ จะหยุดเรกการ์ดไทยอย่างไร
ใครจะเป็นคนหยุด

เรดการ์ดจีน ประธานเหมา เป็นผู้สร้างและผู้หยุด

ส่งเรดการ์ดไปเรียนรู้ วิถีชีวิตชาวบ้านความยากลำบากของชาวนาชาวไร่
ไปศึกษาการทำเกษตรกรรม ไปเลี้ยงสัตว์ในชนบททุรกันดาร

คนสร้างเรดการ์ดไทยคือใคร?
การก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ที่มาพร้อมกับบทบาทของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นมิติใหม่ที่คนไทยไม่คุ้นเคยมาก่อน

ล้างวัฒนธรรมเดิม
ดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นคู่ขัดแย้ง
ย้อนกลับไปช่วงก่อนก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ แต่ธนาธร เริ่มเคลื่อนไหวเปิดตัวแล้ว
ธนาธร ให้สัมภาษณ์ นิตยสาร GM ฉบับเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๐

“ผมคิดว่าโครงสร้างที่มีอยู่ในสังคมไทยโดยภาพรวม ไม่เอื้อให้เกิดจินตนาการ หรือการเติบโตของคนรุ่นใหม่ที่จะเท่าทัน เศรษฐกิจแบบดิจิทัล
ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณลองไปซื้อนิทานที่เขียนโดยคนไทย กับนิทานที่เขียนโดยฝรั่ง สุ่มหยิบมาอย่างละสิบเล่มแล้วเทียบกัน คุณจะพบว่า สิบเล่มของนิทานภาษาไทย จะสอนเรื่อง คุณธรรม ซื่อสัตย์ เคารพผู้ใหญ่ อ่อนน้อม นี่คือค่านิยมที่จะอยู่ในนิทานสิบเล่มของไทย ร้อยทั้งร้อยจะเป็นแบบนี้

แต่ถ้าไปอ่านนิทานสำหรับเด็กของต่างประเทศ เขาจะเน้นไปที่จินตนาการ ความสนุกสนานของเด็ก จะเห็นว่านิทานของไทยกับต่างประเทศแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน “

ถึงกับร้องอ๋อกันซินะ…..
เพราะสิ่งที่ ธนาธร พูดในวันนั้น ล้วนคือสิ่งที่มีอยู่ในตัว ม็อบ ๓ นิ้วในวันนี้ ทุกประการ

สร้างความเกลียดชัง
ไม่เคารพผู้ใหญ่
ค่านิยม ๑๒ ประการ เป็นแค่ขยะ
ละเลยคุณธรรม
รวมไปถึงโครงสร้างสังคมที่ไม่อื้อสำหรับคนรุ่นใหม่ พวกเขาจึงพยายามรื้อโครงสร้างเก่า เริ่มต้นด้วยการสร้างความเกลียดชัง
และยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง

ก็ตามที่ ธนาธร พูดกับ นิตยสาร GM
…..ผมคิดว่าทุกคนมีพระเจ้าของตัวเอง แล้วคุณก็คุยกับพระเจ้าของคุณเองได้โดยไม่ต้องผ่านวัด โบสถ์ หรือมัสยิด คุณคุยกับพระเจ้าของตัวคุณได้ แม้กระทั่งระหว่างการวิ่ง คุณก็คุยกับพระเจ้าได้ คุณไม่ต้องไปตักบาตร ไปมิสซา หรือละหมาดเพื่อจะคุยกับพระเจ้า

สิ่งที่ผมเชื่อก็คือศรัทธาทางศาสนาควรจะเป็นศรัทธาที่เปิดกว้าง และไม่ควรมีวัดหรือศาสนา หรือองค์กรใดมาบังคับหรือเชิดชูความเชื่อใดความเชื่อหนึ่งให้มากกว่าความเชื่ออื่นๆ…….

……การไปบวชไม่ใช่บันไดไปสู่นิพพานของผม บันไดไปสู่นิพพานของผมมีอีกหลายบันได ไม่ใช่การไปบวชแน่นอน…….

ตลอดเวลาของการเคลื่อนไหวของม็อบ ๓ นิ้ว เราจึงเห็นประเด็นท้าทายคุณธรรม จริยธรรม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะคนรุ่นใหม่กลุ่มนี้มิได้ศรัทธาในศาสนา แต่ตั้งคำถามสิ้นคิด เช่น …..เอาคิ้วอาตมาคืนมา

มีใครสงสัยบ้างหรือเปล่าว่าทำไม กระทรวงศึกษาธิการ ตกเป็นเป้าโจมตี ของเครือข่าย ๓ นิ้ว นั่นคือ นักเรียนเลว

เพราะ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีศึกษาธิการเคยเป็นม็อบนกหวีด ไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์มาก่อน หรือเพราะเป็นพวกเดียวกับคณะรัฐประหารอย่างนั้นหรือ


เปล่าหรอก!
สาเหตุหลัก อยู่ที่การสร้างรากฐานของขุมกำลัง
และขุมกำลังหลักของม็อบ ๓ นิ้วคือ นักเรียนนักศึกษา
การสร้างความเคลื่อนไหวในหมู่นักเรียนที่ผ่านมามีสูตรสำเร็จ
คือสร้างความเกลียดชัง
ยัดเยียดความไม่ไว้วางใจ
เหตุการณ์พัฒนาถึงขั้น นักเรียนเลวเชื่อฝังหัวว่า ชุดนักเรียนไม่ปลอดภัย

กลับกันเยาวชนที่เคลื่อนไหวด้วยกัน อยากจะขายนาผืนน้อยเสรี
ยุวชนแดงจีนแดง ได้รับการสนับสนุนจาก เหมา และขบวนการนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว
“เหมา” ใช้เรดการ์ด ทำลายสัญลักษณ์ของจีนในอดีตก่อนยุคคอมมิวนิสต์
รวมถึงศิลปวัตถุโบราณ
สุสานของบุคคลสำคัญของจีน

“เหมา” ปล่อยให้เรดการ์ดทำตามอำเภอใจ และยังอนุญาตให้ทำร้ายต่อผู้อื่นที่ถูกมองว่าไม่ใช่พวก
สุดท้าย “เหมา” เป็นทั้งผู้สร้างและทำลายเรดการ์ด ตอนที่ตัวเองอยู่ในอำนาจ

แต่ ธนาธร รวมถึง ปิยบุตร สร้างเยาวชนปลดแอกตอนชิงอำนาจ แล้วจะเอาลงได้อย่างไร หรือจะปล่อยให้เป็นกองกำลังทำลายล้างวัฒนธรรมเติบใหญ่ต่อไป


ที่จริง เยาวชนปลดแอก คณะราษฎร ๖๓ ม็อบ ๓ นิ้ว แล้วแต่จะเรียก อาจไม่ต้องมีใครมาทำลาย เพราะแกนนำม็อบต่างรู้ดีว่า ตัวเองกำลังถึงทางตัน
ถึงได้พยายามดึงมวลชนแดงเป็นพวก
ช่วงหลังมานี้จึงมีการสดุดีม็อบเสื้อแดงเป็นพิเศษ

ขณะที่ “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธานนชป. เริ่มเดินอีกเส้นทาง
และไม่ใช่เส้นทางที่ม็อบ ๓ นิ้วกำลังจะเดิน
เมื่อประมวลดูแล้ว ม็อบคณะราษฎร ๖๓ เดินต่อไม่ได้ เพราะตอบคำถามที่วางไว้ในอนาคตไม่ได้

เหมือนที่คณะราษฎร ๒๔๗๕ ไม่มีคำตอบเรื่องประชาธิปไตยให้ประชาชนชัดเจน จนผู้คนหลงเอาว่า รัฐธรรมนูญคือชื่อลูกชายคนโตของ พระยาพหลพลพยุหเสนา
มันจบที่รุ่นนี้แหละ.


Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *