ดำรง พุฒตาล เล่าผ่านไลน์

ความสุขและความสะดวก ที่ได้จากการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเพิ่งจะได้สัมผัส

ดำรง พุฒตาล เล่าผ่านไลน์

ผมก็ไม่รู้ว่าชีวิตและโชคชะตาของผมมันเป็นอย่างไรจึงมีอันเป็นต้องขึ้นเครื่องบินไปประเทศโน้นไปเมืองนี้อยู่เนืองๆ และแน่นอนชีวิตผมก็มักจะบินว่อนอยู่ในประเทศไทยตลอดเวลา

แต่พอโควิดระบาด ผมก็ไม่ได้ขึ้นเครื่องบินอีกเลยในเวลาหกหรือเจ็ดเดือน เพิ่งกลับมาใช้บริการของสายการบินภายในประเทศอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมนี้เอง

ท่านเชื่อหรือไม่ว่า ผมแทบจะไม่เคยมีความสุข ความสะดวกสบาย และความรื่นรมย์ เท่ากับการเดินทาง ทางอากาศเท่าครั้งนี้เลย!

เริ่มต้นด้วยการจองที่นั่ง และซื้อตั๋วทางออนไลน์ ซึ่งลูกสาวช่วยจัดให้ปรากฏว่ามีที่นั่งว่างตามที่เราอยากได้ตามเที่ยวบินที่เราอยากไป ที่สำคัญ ราคาค่าตั๋ว ก็เป็นราคาที่เป็นธรรม คือไปเชียงรายราคาก็ประมาณ 1,600 บาท แต่ในช่วงที่การท่องเที่ยวเฟื่องฟู บางวันตั๋วเที่ยวเดียวไปเชียงรายเคยสูงถึง 4,000 กว่าบาท ผมก็เจอมาแล้ว

พอผมเดินทางไปถึงอาคารผู้โดยสารขาออก ตึกภายในประเทศที่สนามบินดอนเมือง ก็ได้พบว่าการจราจรไม่ติดขัดเลย ต่างจากสมัยก่อนโควิด รถต้องมาติดอยู่เป็นเวลานานกว่าจะถึงประตูเข้าอาคาร

พอถึง รถก็ต้องรีบจอด เราก็ต้องรีบลงเพราะมีรถ และมีคนไล่หลังเราอยู่

แต่วันนี้อ้อยอี๊เอียง ขยับตัวเนิบนาบ ออกจากรถแท็กซี่ได้โดยไม่ต้องรีบเร่ง

และวันนี้ก็ได้มาสัมผัสถึงการตรวจเอกซเรย์กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าสตางค์เข็มขัด และโทรศัพท์มือถือ มีการดำเนินการอย่างเรียบง่าย

เจ้าหน้าที่ประจำเครื่องเอกซเรย์ก็ดูสบายๆไม่เครียด ไม่ก็ถมึงทึง ผมรู้สึกผ่อนคลายมากเพราะมันไม่เร่งรีบกระวนกระวายเหมือนที่ผ่านมา

พอเข้าไปในอาคาร และจะไปที่เคาน์เตอร์เพื่อรับบัตรขึ้นเครื่องบิน สัมผัสแรกรู้สึกผิดหูผิดตาโหวงเหวงอยู่บ้างก็คือ วันนี้ดูไม่มีผู้เดินทางแออัดยัดเยียดวุ่นวายเกะกะเหมือนก่อนๆ มองไปก็จะเป็นนักเดินทางที่เป็นคนไทยแทบทั้งนั้น

อ๋อ ใช่สิ ไอ้เจ้าไวรัสโควิดตัวร้าย มันได้พรากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 38 ล้านคนหายไปจากประเทศไทยเรา

จึงพลอยทำให้ภายในอาคารผู้โดยสารขาออกดูเหงาๆ ไร้เสียงโช้งเช้งลั่นห้องเป็นภาษาจีน

เมื่อไปเช็คตั๋วก็ไม่มีคิวยาวไม่มีความพลุกพล่าน ทั้งทางที่เคาน์เตอร์ตรวจตั๋วก็เปิดแค่สอง หรือสามเคาน์เตอร์ เพราะว่ามีผู้โดยสารน้อย เราจึงไม่ต้องรอคิวนานกว่าจะได้บัตรขึ้นเครื่อง ง่ายๆ และสะดวกสบายอย่างนี้แหละ ที่ผู้เดินทางทั่วไปรวมทั้งตัวผมจะชอบอยู่มาก

ซึ่งแต่ก่อนมันไม่ได้เป็นเช่นนี้

สำหรับในห้องพักรอขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเป็นห้องโถงใหญ่ แต่มีผู้โดยสารรอขึ้นเครื่องจำนวนไม่มาก มีเก้าอี้ว่างให้เลือกนั่งตามสบายแถมเก้าอี้ข้างๆ ก็จะมีเครื่องหมายกากบาท ห้ามนั่งเพื่อเว้นระยะห่างกับผู้โดยสารคนอื่น เราก็เลยใช้เป็นที่ตั้งกระเป๋า เป็นบรรยากาศเงียบๆ เรียบร้อย ไม่ระเกะระกะวุ่นวายเหมือนแต่ก่อน

พอได้เวลาเจ้าหน้าที่เรียกขึ้นเครื่องก็ไม่มีคิวยาว จะนั่งให้สบายๆ ใครอยากจะขึ้นไปก่อนก็เชิญ ก่อนบินแอร์โฮสเตสจะประกาศว่า เที่ยวบินนี้ไม่มีการเสิร์ฟและไม่ขายอาหาร และไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารนำอาหารส่วนตัวมากินเอง

มีสิ่งที่แปลกจากเดิมก็คือ ห้องน้ำด้านหน้าจะห้ามใช้ ผู้โดยสารเป็นร้อยคนจะใช้ได้เฉพาะห้องน้ำท้ายเครื่องเท่านั้น

แอร์ฯ บอกว่าถ้ามีปัญหาไม่สะดวกและขัดข้องขอให้แจ้งเธอ ซึ่งผมก็ยังสงสัยมาจนบัดนี้ว่าแล้วเธอจะช่วยอย่างไร

ผมถามแอร์ฯ ว่ามีเหตุผลอะไรที่ไม่ให้ใช้ห้องน้ำข้างหน้าเธอตอบว่าเป็นคำสั่งของกระทรวงหรือกรมการบินพลเรือน ผมก็ไม่แน่ใจ สรุปก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน

ในห้องผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ที่ผมได้สัมผัสปรากฏว่าเงียบกริบจริงๆ เพราะมีเที่ยวบินของผมเพียงเที่ยวเดียวที่มาลงเวลานี้

เมื่อผมจะต้องไปสนามบินเพื่อเดินทางโดยเครื่องบินผมจะรู้สึกหงุดหงิดและเบื่อหน่ายในบรรยากาศชุลมุนวุ่นวายสับสนไปหมด

แต่พอมาได้เเจอบรรยากาศแบบใหม่ หลังจากไม่ได้บินมาประมาณครึ่งปีผมก็รู้สึกพอใจและมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง

ถ้าไม่ใช่โควิด19 เที่ยวบินที่ผมบินไปและบินกลับไม่มีวันที่จะออกก่อนเวลา 15 นาที ถ้าสนามบินทุกแห่งมีสภาพเป็นอย่างที่ผมชื่นชอบความจริงมันคือ….ความหายนะล่มจมของประเทศเรา

แต่แล้วในที่สุดเราต้องกลับมานึกถึงเศรษฐกิจ และความอยู่รอดของคนไทยและประเทศไทย ซึ่งเรามีรายได้ 2 ล้านล้านบาทจากนักท่องเที่ยว 38 ล้านคน ที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยในบ้านเรา

ดังนั้นแม้ว่าพวกเขาจะมาเดินกันแออัดยัดเยียดในสนามบินของเรา เราก็ต้องยินดีปรีดาและต้อนรับเขาอย่างเต็มกำลังเพื่อให้กลับมาอีก…

โควิดจงพินาศ


Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *