ต่างประเทศ,  แรงงาน

“ส.ส.อาดิลัน” ตั้งกระทู้ถามถึงนโยบายในการช่วยเหลือแรงงานไทยและคนไทยที่อาศัยอยู่ในซาอุดิอาระเบีย และการนำคนไทยกลับประเทศ

วันที่ 26 ส.ค. 63 ในที่ประชุมสภา นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ตั้งกระทู้ถามเรื่อง การให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยหรือคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศซาอุดิอาระเบีย ว่า กระทู้นี้ได้ยื่นไว้ตั้งแต่เดือน มี.ค.63 ซึ่งสถานการณ์โรคโควิด-19 ยังไม่ได้ลุกลาม จึงยังไม่ได้มีการเสนอกระทู้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องโควิด-19 ที่พักอาศัยอยู่ในประเทศตะวันออกกลาง

ซึ่งในอดีตประเทศไทยและประเทศซาอุดิอาระเบียมีความสัมพันธ์กันอย่างดียิ่ง มีพี่น้องที่เดินทางไปประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ พิธีทางศาสนาที่นครเมกกะ ซึ่งผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามถ้ามีความสามารถอย่างน้อยให้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ที่นครเมกกะ ทำให้คนไทยเดินทางไปอาศัยอยู่ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย

ทั้งไปประกอบอาชีพ ไปเรียน และมีการสมรสกับคนซาอุดิอาระเบีย มีลูกหลาน ซึ่งในจำนวนนี้ที่ไปอยู่ในประเทศซาอุดิอาระเบีย ถือว่าเป็นตลาดแรงงานที่สำคัญของไทย มีการจ้างงานเป็นจำนวนมากในอดีต และแรงงานได้สร้างเงินสร้างงานส่งกลับมาประเทศไทยนับพันล้านบาท

ต่อมาในปี 2532 หรือ 2533 มีเหตุทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดิอาระเบียหยุดชะงัด กระทบกับแรงงานและคนไทยที่อยู่ในซาอุดิอาระเบีย แม้ว่าแรงงานไทยยังไม่ได้ดำเนินการให้เข้าทำงานในซาอุดิอาระเบียโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็มีการเข้าไปทำงานในประเทศซาอุดิอาระเบียโดยความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้ที่นำส่งแรงงานไปซาอุดิอาระเบียและผู้ประกอบการในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย ตามข้อมูลแรงงานไทยที่อยู่ในซาอุดิอาระเบีย

ปัจจุบันมีคนไทยอยู่ที่ 2 หมื่นกว่าคน เป็นแรงงานที่อยู่โดยชอบด้วยกฎหมายประมาณ 5 พันคน ที่เหลือเป็นแรงงานที่เข้าไปอยู่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเข้าไปด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวแล้วแอบทำงาน

แต่ปัจจุบันนี้ปรากฏว่าแรงงานดังกล่าวมีปัญหาในซาอุดิอาระเบีย ปี 2560 รัฐบาลซาอุดิอาระเบียเริ่มมีการจัดเก็บภาษีการพำนัก เป็นการจัดเก็บภาษีของชาวต่างชาติที่ไปอยู่ในประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งตกอยู่ที่ 1 พัน/คน/เดือน ซึ่งจ่ายให้รัฐบาลเป็นรายปี โดยเพิ่มขึ้นในปี 2561 ปี 2562 และปี 2563 ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับแรงงานทำให้แรงงานต้องการเดินทางกลับประเทศ

แต่ก็มีปัญหาว่าคนไทยที่เกิดในประเทศซาอุดิอาระเบียไม่ได้ไปแจ้งเกิดที่กงสุลว่าตนเองเป็นคนไทยหรือเกิดจากแม่ที่เป็นคนไทย ทำให้กลับไทยไม่ได้ หรืออีกกลุ่มคือคนที่เข้าไปโดยมิชอบ หลบหนีเข้าไปทำงานก็กลับไม่ได้

ขออนุญาตสอบถามทางรัฐบาลผ่านท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า

1.รัฐบาลมีนโยบายให้การช่วยเหลือกลุ่มคนไทยและครอบครัวที่มีความประสงค์ที่จะใช้ชีวิตในซาอุดิอาระเบียต่อไปหรือไม่อย่างไร

2.รัฐบาลมีนโยบายให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศมาใช้ชีวิตทั้งกลุ่มที่มีหลักฐานแสดงสัญชาติไทย และกลุ่มที่มีครอบครัวเป็นคนไทยแต่ไม่ได้ไปจดทะเบียนว่าเป็นคนไทย ซึ่งเกิดที่ซาอุดิอาระเบีย

แต่เวลานี้เมื่อเกิดเหตุการณ์ต้องจ่ายภาษีค่าพำนักที่สูง รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลืออย่างไรบ้าง และ

3.จากการได้ข้อมูลมาปัจจุบันมีบุคลากรที่เป็นทูตของแรงงานนายหมัด ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ซึ่งได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือคนไทยในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งตอนนี้สุขภาพร่างกายพร้อมเดินทางกลับแต่ติดขัดในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ขอฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีพิจารณาในการช่วยเหลือนายหมัดในการเดินทางกลับด้วย

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ตอบกระทู้คำถามที่ 1 ว่า ปัจจุบันซาอุดิอาระเบียมีคนไทยทั้งหมด 8,414 คน ในจำนวนนั้นเป็นตัวเลขจริงๆ ของแรงงานมีอยู่ 87 คน ไม่ได้เป็นหมื่นคน ซึ่งเป็นแรงงานที่อยู่มานานส่วนใหญ่ 20 ปี มีการจ้างงานถูกต้อง

กลุ่มที่สองนักศึกษาหรือสมาชิกครอบครัว กลุ่มนี้มี 278 คน กลุ่มที่สามชุมชนคนไทยมุสลิมมีอยู่ 7,400 กว่าคน และกลุ่มที่พำนักอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายประมาณ 400 คน ทั้งหมดเป็นตัวเลขล่าสุดที่มีอยู่ ซึ่งลดน้อยลงมาเรื่อย ๆ ซึ่งเกิดจากภาษีที่คิดแพงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งต้องจ่ายปีละเกือบ 4 หมื่นบาท ซึ่งเป็นปัญหาต่อผู้ใช้แรงงาน ทำให้มีการอยู่อย่างผิดกฎหมายมากขึ้น และทำให้มีการตามจับกุมตามกฎหมายเพื่อเนรเทศออก

ซึ่งประเทศซาอุดิอาระเบียก็ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอยู่ ทั้งปัญหาน้ำมันและเรื่องของโควิด สำหรับประเทศไทยในฐานะที่ภาคราชการดูแลคนไทยในต่างประเทศมีหลักอยู่คือดูแลทุกข์สุขของคนไทยในต่างประเทศทั้งกายและจิตใจ ซึ่งไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องเหล่านี้พยายามให้ความร่วมมือคนไทยในมุมต่างๆ ที่ทำได้ ทั้งการให้ถุงยังชีพ การให้เงินช่วยเหลือ และการให้คำปรึกษาด้านสาธารณสุข ซึ่งถ้ามีการเนรเทศก็เข้าไปดูแลคนไทยในที่กักกัน ถ้าถูกกักกันและต้องเดินทางกลับประเทศแต่ไม่มีเงินพอค่าตั๋วทางการซาอุดิอาระเบียจะเป็นผู้ที่จัดการ ซึ่งทางการไทยมีการดูแลอย่างเป็นระบบ ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิดในซาอุดิอาระเบียมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่าคนไทยปัจจุบันกว่า 3 แสนคน

นายดอน ตอบคำถามที่ 2 ว่า ในกรณีคนไทยที่อยู่ในฐานะต่างๆ อยากเดินทางกลับ รัฐบาลได้มีการจัดไฟล์ทให้กลับในพวกที่สมัครใจกลับรวมถึงพวกที่อยู่ในข่ายเนรเทศ เมื่อจัดให้มีเที่ยวบินก็สามารถมารถรวมอยู่ในเที่ยวบินได้ ซึ่งเที่ยวบินต่อไปคือ 5 ก.ย.63 ซึ่งมีผู้แสดงความจำนงค์มาแล้ว 250 คน ซึ่งเมื่อมาถึงแล้วจะผ่านกระบวนการอย่างไรก็เป็นอีกประเด็น

ทั้งนี้ จากการพูดคุยพบว่าส่วนใหญ่ก็อยากกลับไทยแต่มีปัญหาเรื่องงานและที่อยู่ เพราะญาติพี่น้องก็ไม่อยู่แล้ว เป็นประเด็นที่ต้องพูดคุยหาทางช่วยกันดูแล ส่วนด้านที่จะขอให้ซาอุดิอาระเบียพิจารณาอะไรเป็นพิเศษหรือผ่อนปรน ในมุมของค่าธรรมเนียม การอยู่อาศัย การจับกุมเพื่อเนรเทศ สถานทูตพยายามติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้มีการผ่อนปรน

แต่คำตอบในหลายประเทศถือว่าความเข้มแข็งในการใช้กฎหมายเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก็มักได้คำตอบว่าถ้ามีการยกเว้นให้ประเทศใดประเทศหนึ่งเขาก็จะถูกรุมจากอีกหลาย ๆ ประเทศในความต้องการเดียวกัน

ดังนั้นทางการซาอุดิอาระเบียไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการยืนอยู่ในกฎหมายของเขา ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้ช่วยเหลือนำคนไทยกลับมา 926 คน โดยช่วงที่มีโควิดนำคนไทยกลับมาแล้ว 400 กว่าคน

นายดอน ตอบคำถามที่ 3 ว่า นายหมัดตอนนี้ยังป่วยอยู่ ซึ่งเรากำลังพยายามหาทางนำกลับประเทศไทย เจ้าหน้าที่กงสุลจะไปพบเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงแรงงานเพื่อพูดคุยกัน เนื่องจากนายหมัดเป็นล่ามของสำนักงานแรงงาน ทำหน้าที่เป็นอย่างดีเยี่ยมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในช่วงโควิดที่ช่วยเหลือให้คนไทยได้กลับมา


Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *