มหาดไทย

ตำรวจเตรียมค่าปรับจราจรใหม่ ดีเดย์ 1 พ.ย.63

วันที่ 28 ส.ค พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะ ผู้รับผิดชอบงานด้านการจราจร กล่าวถึงกรณีใบสั่งจราจรใหม่ และเกณฑ์กำหนดค่าปรับตามที่เปรียบเทียบฉบับใหม่ขึ้นว่า

ตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรื่อง กำหนดแบบใบสั่งเจ้าพนักงานจราจร พ.ศ.2563ตามที่ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 ได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 20 พ.ค.62 ที่ผ่านมา และมีการแก้ไขเพิ่มเติมหลักกฎหมายจราจรหลายประการ

เช่น การยกเลิกการเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ขณะออกใบสั่ง ยกเลิกเรื่องการใช้ใบสั่งเป็นใบรับแทนใบอนุญาตขับขี่ ให้มีระบบตัดคะแนนความประพฤติ เพิ่มเติมช่องทางชำระค่าปรับให้ประชาชนสามารถชำระค่าปรับได้ที่สถานีตำรวจทุกท้องที่

ตลอดจนเพิ่มเติมเรื่องบทสันนิษฐานของเจ้าของรถ ผู้ครอบครองรถ ที่เป็นบุคคลธรรมดา ให้ถือว่าเป็นผู้กระทำผิดตามใบสั่ง และเพิ่มเติมเรื่องหน้าที่เจ้าของ ผู้ครอบครองที่เป็นนิติบุคคล ว่ามีหน้าที่ต้องแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าใครเป็นผู้ขับขี่ที่กระทำผิดตามใบสั่ง จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อความในแบบพิมพ์ใบสั่งใหม่ให้สอดคล้อง กับหลักกฎหมายจราจรที่แก้ไขข้างต้น

ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้มอบหมายให้ คณะทำงานพิจารณายกร่างและแก้ไขกฎหมายลำดับรองกฎหมายจราจร (ตามคำสั่ง ตร.ที่ 241/2562)

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับประกาศแบบใบสั่งใหม่ โดยแก้ไขข้อความในใบสั่งจำนวน 2 รูปแบบได้แก่ แบบใบสั่งเจ้าพนักงานจราจรสำหรับให้กับผู้ขับขี่ ติด ผูก หรือแสดงไว้ที่รถ (ใบสั่งที่เจ้าพนักงานจราจรพบการกระทำผิดด้วยตนเอง และเขียนใบสั่งด้วยมือ)แบบใบสั่งเจ้าพนักงานจราจรสำหรับส่งทางไปรษณีย์ (ใบสั่งที่เจ้าพนักงานจราจรพบโดยใช้เครื่องอุปกรณ์ เช่น กล้อง)

ทั้งนี้ ใบสั่งรูปแบบใหม่ จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.63 เป็นต้นไป สำหรับใบสั่งแบบเดิม จะยังคงใช้ได้ต่อไปจนถึงวันที่ 31 ต.ค.63

ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบสำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 พ.ศ. 2563เกณฑ์การกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบสำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ

เดิมมีประกาศฉบับปี พ.ศ.2559 บังคับใช้อยู่แล้ว เพื่อเป็นเกณฑ์ค่าปรับสำหรับวิธีการชำระค่าปรับด้วยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บัตรเครดิต ผ่านธนาคารหรือหน่วยบริการรับชำระเงิน แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 และมีการเพิ่มเติมข้อหาความผิดบางข้อหาในกฎหมายใหม่ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงเกณฑ์ค่าปรับให้สอดคล้องกับกฎหมายที่แก้ไข

ได้แก่ มาตรา 31/1 “ในขณะขับรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวและไม่อาจแสดงต่อเจ้าพนักงานจราจรเมื่อขอตรวจ” (อัตราโทษตามกฎหมายปรับไม่เกิน 1,000 บาท)

ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวว่า ส่วนข้อหาความผิดอื่นยังคงกำหนดเกณฑ์ค่าปรับตามประกาศฉบับเมื่อปี พ.ศ.2559 ตามเดิม ซึ่งข้อหาส่วนใหญ่จะกำหนดเกณฑ์ค่าปรับ ในอัตราที่ต่ำกว่าค่าปรับขั้นสูงที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ เช่น พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ กำหนดโทษค่าปรับไม่เกิน 1,000 บาท ประกาศของ ตร. จะกำหนดเกณฑ์ค่าปรับที่ 500 บาท เป็นต้น

เกณฑ์การกำหนดค่าปรับตามที่เปรียบเทียบในประกาศนี้ มีวัตถุประสงค์ใช้เป็นเกณฑ์ค่าปรับ สำหรับการชำระค่าปรับด้วยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บัตรเครดิต ผ่านธนาคารหรือหน่วยบริการรับชำระเงินรวมถึง สำหรับการชำระค่าปรับทางไปรษณีย์ (ธนาณัติหรือตั๋วแลกเงิน)
สำหรับการชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจอื่นๆทุกท้องที่ (ยกเว้นสถานีตำรวจผู้ออกใบสั่ง ยังคงมีอำนาจว่ากล่าวตักเตือน หรือเปรียบเทียบปรับในอัตราที่ต่างจากประกาศฉบับนี้ได้ แต่ต้องไม่เกินอัตราโทษปรับที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ )

ตัวอย่างข้อหาสำคัญ ได้แก่

  • ข้อหาเกณฑ์ค่าปรับอัตราโทษปรับตามกฎหมายไม่มีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัวหรือไม่อาจแสดงต่อเจ้าพนักงานเมื่อขอตรวจ (เพิ่มใหม่ ตาม ม.31/1) 200 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  • ไม่สวมหมวกนิรภัย 400 ปรับไม่เกิน 500 บาท
  • จอดรถในที่ห้ามจอด400 บาท ปรับไม่เกิน 500 บาท
  • ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด500 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  • ฝ่าไฟแดง 500 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  • ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรที่ปรากฏในทาง (เช่น Lane Change) 500 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  • ใช้โทรศัพท์ในขณะขับรถ 500 ปรับตั้งแต่ 400 – 1,000 บาท
  • ใช้รถควันดำเกินกำหนด 1,000 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท

​สำหรับเกณฑ์ค่าปรับตามประกาศฉบับนี้ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.63 เป็นต้นไป และเรื่อง กำหนดแบบใบสั่งเจ้าพนักงานจราจร พ.ศ.2563 มีผลวันที่ 1 พ.ย.63

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *