www.plewseengern.com,  ผักกาดหอม

ศาลไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ – ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

กติกาง่ายๆ…..

            การเคารพคำพิพากษา หรือคำสั่งศาล คือหนึ่งในทางออกจากความขัดแย้ง

การตั้งแง่ โจมตี ด่าทอศาล รังแต่จะสร้างความเสียหายตามมา

            กฎนี้ตายตัวเสมอ

            และหากกฎนี้ถูกแหก ก็ยากที่ความสงบสุขจะกลับคืนมา

            จะเห็นได้ว่า แกนนำ และมวลชน กปปส. เคารพกติกา ยอมรับคำพิพากษาของศาล แม้คำพิพากษานั้นเป็นโทษหนัก

            ผิดกับแกนนำ และมวลชนที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย เต็มไปด้วยทัศนคติที่คับแคบ ตั้งตนเป็นผู้ถูกต้องทุกกรณี

            หากคำพิพากษาคดีใดออกมาไม่เป็นคุณ พากันเดือดดาล ดาหน้าโจมตีศาล

            พฤติกรรมแบบนี้คือหายนะของประเทศ

            กฎหมาย เป็นกฎเกณฑ์ ข้อบังคับที่ใช้ควบคุมความประพฤติของมนุษย์ในสังคม กฎหมาย มีลักษณะเป็นคำสั่ง ข้อห้าม

            ใครฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษหรือสภาพบังคับอย่างใดอย่างหนึ่ง

            มนุษย์เป็นสัตว์สังคม

            โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่คนเดียวได้ จึงต้องรวมกันเป็นสังคม เป็นรัฐ เป็นประเทศ

            บางครั้งมนุษย์ทำตามใจตนเอง การกระทำนั้นอาจเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นไม่พอใจ จนเกิดความขัดแย้งวุ่นวาย

            มนุษย์จึงต้องสร้างกฎเกณฑ์เพื่อใช้ควบคุมความประพฤติของสมาชิกในสังคม

            แต่ก็มีมนุษย์อีกพวกไม่เคารพกฎเกณฑ์ที่บังคับใช้กับส่วนรวม และพยายามสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาเอง โดยอ้างว่า กฎเก่าล้าสมัย

             มนุษย์กลุ่มนี้มักแสดงออกด้วยการบิดเบือนทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย

            ตัวอย่างล่าสุด ประโคมในโลกโซเชียล สร้างความเข้าใจผิด

            หาว่า กปปส. ปิดทำเนียบ-ยึดสถานที่ราชการ ขัดขวางการเลือกตั้ง นอนคุก ๒ คืน ได้ประกันตัว

            ส่วนแกนนำประชาธิปไตย ชุมนุม ปราศรัย อย่างสันติ  ตำรวจขอฝากขัง ศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่ต้องอยู่ในคุกมาเกือบ  ๓ อาทิตย์แล้ว

            นี่คือตรรกะนรก!

            การทำความผิด ต่างพฤติกรรม ต่างวาระ ย่อมเป็นผลให้คำพิพากษาออกมาต่างกันเป็นธรรมดา

            ฉะนั้นจะเหมารวมว่าทุกพฤติกรรม ศาลต้องมีคำสั่งออกมาเหมือนกันมิได้

            กรณีการให้ประกันตัว ๘ แกนนำ กปปส. ศาลมีคำสั่งดังนี้…

                …พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว จำเลยเคยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นมาก่อน ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีพฤติการณ์จะหลบหนีหรือไม่มาศาลตามกำหนดนัด แม้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย แต่โทษจำคุกสำหรับความผิดในแต่ละกระทงก็ไม่สูงนัก

                อีกทั้งจำเลยมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกัน ๘๐๐,๐๐๐  บาท และห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น โดยให้ศาลชั้นต้นแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยเร็ว

                ดังนั้น จำเลยทั้ง ๘ ประกอบด้วย

                นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จำเลยที่ ๑

                นายชุมพล จุลใส จำเลยที่ ๓

                นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จำเลยที่ ๔

                นายอิสสระ สมชัย จำเลยที่ ๕

                นายถาวร เสนเนียม จำเลยที่ ๗

                นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ จำเลยที่ ๘

                นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพุทธะอิสระ จำเลยที่ ๑๖

                และเรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ จำเลยที่ ๒๔

                ซึ่งถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะได้รับการปล่อยตัวต่อไป…

            กลับกันกรณี ๔ แกนนำ คณะราษฎร 63 อานนท์ นำภา,  พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ และสมยศ พฤกษาเกษมสุข ศาลมีคำสั่งว่า…

                ….ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยแสดงเหตุผลไว้อย่างชัดแจ้งแล้ว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสี่ไป อาจจะไปก่อเหตุภยันตรายเดียวกันกับที่ถูกฟ้องอีก

                จึงยังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ยกคำร้อง ไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ทั้ง ๔ คน ต้องถูกขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ  ต่อไปจนกว่าคดีจะเสร็จ….

            คำสั่งที่แตกต่างนี้มาจากพฤติการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

            แกนนำ กปปส.ทั้ง ๘ คน ไม่มีพฤติการณ์ทำผิดซ้ำซาก  ไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี

            ขณะที่ ๔ แกนนำสามนิ้ว ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก

            แม้ศาลจะกำหนดเงื่อนไขการประกันตัวเอาไว้อย่างชัดเจนว่าห้ามทำผิดกรรมเดียวกับที่ถูกฟ้อง คือ ม.๑๑๒

            แต่ก็ยังท้าทายกฎหมาย ทำผิดซ้ำซาก

            แถมบางรายทำผิดซ้ำจากในคุก!

            ปล่อยออกมามีแนวโน้ม ไปดูงานที่ช่องทางธรรมชาติ ตามพรรคพวกที่เผ่นออกไปแล้วหลายคน

            นี่คือความแตกต่าง

            สำหรับแฟนๆ ถาวร เสนเนียม ที่กำลังลุ้นว่า จะหลุดจากตำแหน่ง ส.ส.แล้ว หรือยังไม่หลุด

            “ชูชาติ ศรีแสง” อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก เคลียร์ข้อสงสัยเอาไว้ดังนี้

            …..กรณีนายถาวร เสนเนียม รมช.กระทรวงคมนาคม  และ ส.ส.สงขลา ที่ศาลอาญามีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก ๕  ปี มีปัญหาว่า ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีและ ส.ส.หรือไม่

            …..สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรี ต้องพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๐ ประกอบมาตรา ๑๖๐ (๗)

            …..ส่วนตำแหน่ง ส.ส. ศาลมิได้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และที่ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกคดีก็ยังไม่ถึงที่สุด จึงไม่ขาดสมาชิกภาพตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๑๓)

            …..ส่วนที่นายถาวรถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครก็เป็นการคุมขังชั่วคราวในระหว่างการรอศาลอุทธรณ์มีคำสั่งคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวและศาลอุทธรณ์ก็มีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว

            …..นอกจากนี้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๒๕ วรรคแรกบัญญัติว่า ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฯลฯ

            …..ในวันที่ ๒๔, ๒๕ และ ๒๖ กุมภาพันธ์ อยู่ในระหว่างสมัยประชุมของรัฐสภา ดังนั้นการที่ศาลอาญาออกหมายขังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาส่งตัวนายถาวรไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

            …..จึงเป็นการกระทำที่ขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ย่อมใช้บังคับไม่ได้ จึงต้องถือว่าไม่มีการออกหมายขังนายถาวร และนายถาวรจึงไม่ได้ถูกคุมขังโดยหมายของศาลตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๙๘ (๖)

            …..ดังนั้นสมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายถาวรจึงไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๖)

            …..กล่าวโดยสรุปคือนายถาวร เสนเนียม ยังมีฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา

            ครับ…กฎหมายมีรายละเอียด ต้องอ่านถึงจะเข้าใจ

            ประเภทเชื่อตามโซเชียล เช่น ทำไมให้ประกันตัววันหยุด ทำไมไม่ถูกตัดผม ทำไมๆ คำถามเหล่านี้จะไม่มี หากรู้จักอ่าน

            แต่มันน่าอัปยศ เพราะคำถามแบบนี้มาจากแกนนำสามนิ้ว และ ส.ส.ก้าวไกลผู้ทำหน้าที่นิติบัญญัติ

            นี่หรือผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง.

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *