www.plewseengern.com,  ผักกาดหอม

“เสรีภาพ” กับ “โควิด” – ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

ใกล้เข้าสู่โหมดล็อกดาวน์กันอีกรอบแล้วครับ 

                ตัวเลขโควิดวานนี้

ประเทศไทยพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ๑,๓๓๕ ราย

                กำลังรักษาอยู่ ๗,๔๙๑ ราย

                อาการหนัก ๙ ราย

                ผู้ป่วยที่หายดีเพิ่มขึ้น ๔๓ ราย

                อยู่ในขั้นสาหัส

                แต่ก็แปลกใจ ยังมีคนบางกลุ่มไม่รู้สึกรู้สา 

                ประชาชนที่แห่ไปเที่ยวแบบยัดทะนาน อันนี้ต้องระมัดระวังขั้นสูงสุด พลาดขึ้นมากลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ วิ่งไล่แก้ปัญหากันไม่จบ

                บางส่วนที่ติดเชื้อแล้ว และต้องล็อกดาวน์พื้นที่ กลับมีเสียงโวยวาย หาว่าเป็นคำสั่งเผด็จการ

                หอในของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีนิสิตติดเชื้อ ๑๐ คน ทางมหาวิทยาลัยใช้มาตรการกักตัวห้ามเข้า-ออกหอพักเป็นเวลา ๑๔ วัน เด็กๆ ไม่พอใจ

                ด่าว่าสารพัด

                อย่าไปยอมเป็นทาสในคุกหอใน

                เจ้าหน้าที่หอพักที่ขังนิสิตไว้ แต่ตัวเองกลับไปเที่ยวสงกรานต์

                นิสิตบางคนเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ไม่ได้ออกไปทำงาน สูญเสียรายได้

                คือ…ข้ออ้างแต่ละข้อมันจะไปกันใหญ่

                บ้าคลั่งประชาธิปไตย เสรีภาพ เกินขอบเขต บางทีมันก็น่ารำคาญ

                สาเหตุที่ต้องล็อกหอพัก เพราะขืนปล่อยให้ออกมา โอกาสนำเชื้อแพร่สู่ภายนอกมีสูงมาก

                ทางมหาวิทยาลัยเขาก็อธิบายเหตุผลไว้ชัดเจน   

                เด็กหอเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เพราะห้องน้ำรวม และนอนหลายคนต่อห้อง

                เขาก็ไม่ได้นิ่งดูดาย ให้การช่วยเหลือสารพัด

                ประกันโควิด

                สัญญาณอินเทอร์เน็ตและซิม

                บริการทำความสะอาด

                บริการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา

                ที่พักแยกผู้มีความเสี่ยงสูง และการรักษาพยาบาลหากติดเชื้อ

                ฯลฯ

                ไม่ได้ลอยแพ ไม่ใช่จับยัดคุก ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ

                เอามั้ยล่ะปล่อยไป พาโควิดไปติดพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย

                หรือยังอยากจะไปทำงาน เอาไปติดกันให้ทั่ว

                เรื่องง่ายๆ แค่นี้ทำไมคิดกันไม่ได้

                เห็นสามนิ้วจุฬาฯ ผสมโรง จะไปกดดันผู้บริหารจุฬาฯ ให้ปล่อยเด็กหอกลุ่มนี้ออกมา ดูแล้วเลอะเทอะ

                ที่จริงก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ เพราะเจ้าลัทธิเองก็ไม่เบา

                “ปิยบุตร แสงกนกกุล” คลั่งฝรั่งเศส ออกตัวเชียร์ม็อบที่โน่น อ้างว่าเป็นคนทำงานดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม ประชาชนรวมตัวกันทำ flash mob ที่ปารีส

                ประท้วงมาตรการโควิด ด้วยการออกไปเล่นดนตรี เต้นรำในที่สาธารณะกันตามสถานีรถไฟ

                เหมือนชีวิตปกติ!

                เอาเลยครับ หน้ากากไม่ต้องใส่ ระยะห่างไม่ต้องเว้น

                ใช้ชีวิตปกติ 

                flash mob กันให้สนุก

                แล้วไง…ติดโควิดขึ้นมา ใครรับผิดชอบ รัฐต้องสิ้นเปลืองงบประมาณดูแล บุคลากรทางการแพทย์ต้องมาเหนื่อยโดยไม่จำเป็น

                ถ้ายังไม่สำนึกลองมาดูสิ่งที่คุณหมอโอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายไว้ครับ

            “….หากเราไม่ทำอะไร คาดผู้ติดเชื้อจะมีถึง ๒๐,๐๐๐ คนขึ้นไปต่อวัน

            แต่ตอนนี้ได้ทำการปิดสถานบันเทิงไปแล้ว ก็คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อ ๒,๙๙๖ คนต่อวัน

            ถ้าเราลดพฤติกรรมเสี่ยง ลดดื่มแอลกอฮอล์ คาดผู้ติดเชื้อจะมีถึง ๙๓๔ คนต่อวัน

            แต่ยังไม่เพียงพอ จะต้องเพิ่มมาตรการเข้มงวดไปอีก ด้วยการลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น ที่ซึ่งต้องรวมตัวกัน แม้จะเป็นงานปาร์ตี้ส่วนบุคคลก็แพร่ระบาดได้

            หากลดได้คาดว่าผู้ติดเชื้อจะเหลือ ๕๐๐ กว่าคนต่อวัน

            และถ้าเพิ่ม WFH ตัวเลขผู้ติดเชื้อก็จะลดเหลือไม่กี่ร้อยต่อวัน….”

                ถ้าเอาแบบ “ปิยบุตร” เราไปถึง ๒ หมื่นคนต่อวันแน่

                จากนั้นก็ทวีคูณไปเรื่อยๆ

                แต่วันนี้เราวางมาตรการเอาไว้ชัดเจน ปิดสถานบันเทิงไปแล้ว บริษัทห้างร้าน ให้พนักงานทำงานที่บ้านกันแล้ว แม้วานนี้ตัวเลขผู้ป่วยจะทะลุพัน

                และจะเป็นแบบนี้อีก ๑-๒ สัปดาห์

                จากนั้นตัวเลขน่าจะดีขึ้น

                หรือถ้าจำเป็นจริงๆ ต้องล็อกดาวน์ ทางศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ก็เตรียมชง ศบค.ชุดใหญ่แล้ว

                ใช้มาตรการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ เช่น กทม.และปริมณฑล เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ และภาคตะวันออกบางจังหวัด

                ถึงเวลาต้องใช้ยาแรง มันก็ต้องทำครับ

                ครับ…วานนี้นั่งอัพเดทข่าวโควิดตลอดทั้งวัน เห็นตัวเลขแล้ว พูดได้คำเดียวทุกคนช่วยกันหยุดเชื้อเถอะ

                เชียงใหม่ ๒๗๐ คน

                นนทบุรี ๖๙ คน

                มหาสารคาม ๒๓ คน

                โคราช ๒๑ คน

                สระแก้ว ๒๑ คน

                ขอนแก่น ๑๘ คน

                สงขลา ๑๗ คน

                ภูเก็ต ๑๔ คน

                ระยอง ๑๐ คน

                และตัวเลขหลักสิบในอีกหลายจังหวัด

                ก็เตือนกันไว้รอบนี้ เลวร้ายสุด!

                เด็กๆ รุ่นใหม่ก็ควรจะรู้ นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นกับไฟ

                เพราะมันจะไหม้บ้านทั้งหลังไปด้วย.

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *