ดำรง พุฒตาล เล่าผ่านไลน์

“ดำรง พุฒตาล เล่าผ่านไลน์” อิทธิพลของโควิดที่เข้าไปป่วน การแข่งขันเทนนิส US Open ที่มหานครนิวยอร์ก (2)

ดำรงพุฒตาลเล่าผ่านไลน์

วันนี้จะขอเล่าต่อ เรื่องอิทธิพลของโควิดที่เข้าไปป่วน ในการแข่งขันเทนนิส US Open  ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

และถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้ท่านชมการถ่ายทอดสด การแข่งขันเทนนิสระดับแกรนด์สแลม จากช่องทรูวิชั่นส์ ช่อง 680 หรือ 689 ซึ่งจะจบการแข่งขัน ในวันที่ 13 กันยายนนี้ และจะให้ดีก็อยากให้ท่าน กลับไปอ่าน “ดำรงพุฒตาลเล่าผ่านไลน์” ตอนแรก ของวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา

สภาพอารมณ์ของผู้ที่ติดตามการถ่ายทอดสด จะรู้สึกอ้างว้างเหงาหงอย โหวงเหวง เมื่อได้เห็นภาพในสนามแข่ง ไม่มีแฟนเทนนิสมานั่งดูเป็นหมื่นๆ ไม่มีเสียงเชียร์กระหึ่ม จะมีก็แต่ ผู้แข่งขัน กรรมการชี้ขาด เด็กเก็บลูกเทนนิส กรรมการ กำกับเส้น กับตากล้อง และเจ้าหน้าที่ของสถานีโทรทัศน์ กับเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน รวมทั้งโค้ช นับดูแล้วไม่น่าจะถึง 50-60 คน ซึ่งรวมทั้งเจ้าหน้าที่ รปภ. ด้วย ดูแล้วจึงรู้สึกหมดสนุก  เพราะไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน ดูแล้วช่างแห้งแล้งเสียเหลือเกิน ต้องโทษโควิด อย่างแน่นอน

ประการที่สาม สภาพการณ์แบบนี้ทำให้ผมได้เห็นธรรมชาติอันแท้จริง ระหว่าง พ่อกับลูก หรือ แม่กับลูก เช่นตอนที่นักเทนนิสชาวแคนาดา ชื่อ “ชาโปวาลอฟ” ซึ่งมีคุณแม่เป็นชาวรัสเซีย มานั่งดูอยู่ในสนามด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด และเมื่อลูกชาย ทำคะแนนเพลี่ยงพล้ำ ให้กับ “ควอน” คู่แข่งขันชาวเกาหลีใต้ เธอก็จ้องหน้าลูกชายและเอานิ้วชี้ที่ขมับของเธอเหมือนกับ จะบอกว่า “ช่างโง่เสียจริงหัดใช้สมองบ้างสิ!”

และลูกชายก็มีอาการออกลนลานแบบเด็ก ที่โดนแม่ดุตะคอก

สำหรับผมดูแล้วเห็นว่าน่ารักดี แต่ก็ยังสู้อีกคู่หนึ่งไม่ได้ ระหว่าง “สเตฟานอส ซิตซิปาส” กับคุณพ่อของเขา ซึ่งทำหน้าที่โค้ช ซึ่งใช้วิธีโค้ชลูกชายด้วยใบหน้าและสายตา หรืออาจจะเป็นเสียงบ่น ซึ่งเป็นเวลาที่ลูกชายกำลังเครียดเพราะกำลังเสียเปรียบ “บอร์นา โคริช” นักเทนนิสชาวโครเอเชียอยู่ เกิดอาการกดดันซึ่งถูกบีบคั้นจิตใจจากพ่อ จึงระเบิดเสียงตะคอกพ่อ ได้ยินไปทั่วสนามประมาณว่า

“พ่อ ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก ก็ลงมาตีเอง เสียเลยสิ”

กล้องตัดภาพมาที่คุณพ่อนักโค้ช ทำหน้าอย่างที่ผมก็บรรยายไม่ถูก แกก็คงตกใจนึกไม่ถึงว่าจะโดนลูกตะโกนใส่อย่างฉุนเฉียว กล้องตัดกลับมาอีกที


เห็นคุณพ่อเดินหันหลัง พูดโทรศัพท์ ซึ่งผู้บรรยายภาษาอังกฤษ เดาว่าคงจะเป็นคุณแม่โทรมาถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือโทรมา ว๊าก!คุณพ่อ ว่าไปกดดันอะไรลูกจนลูกต้องตะคอกใส่ ให้คนได้ยินไปทั่วโลก (อันนี้ผมคิดเองนะครับ)

หลังจากนั้นทุกครั้งที่กล้องตัดภาพมาที่คุณพ่อ ก็จะเห็นคุณพ่อทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ ในฐานะที่ผมก็มีลูกชายอยู่สามคน ผมเข้าใจและเห็นใจแกจริงๆ เลย และสำคัญที่สุด “ซิตซิปาส” นั้นควรจะเป็นผู้ชนะอย่างแน่นอน เพราะคะแนนนำไกลห่างคู่ต่อสู้ แต่สุดท้ายกลายเป็นว่า ต้องกลายเป็นฝ่ายแพ้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่รู้ว่าป่านนี้ครอบครัวนี้จะทะเลาะกันเสร็จหรือยัง คนที่แฮปปี้ไปก็คือ “โคริช” ผู้ชนะ ซึ่ง ตามฟอร์มการเล่นน่าจะเป็นผู้แพ้

ถ้าหากผมเป็นพ่อของ “ซิตซิปาส” ซึ่งผม รู้สึกสงสารคุณพ่ออย่างจับใจ ผมก็จะตัดสินใจเลิกการเป็นโค้ชให้ลูกชายขอเป็น.. “พ่อ” เพียงอย่างเดียว

เห็นจะต้องต่อด้วย ประการที่ 3-4-5-6 ในโอกาสต่อไปนะครับผม !

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

One Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *