www.plewseengern.com,  กลาโหม,  อาชญากรรม

หน่วยเฉพาะกิจสงขลา แจงเหตุบังคับใช้ กฎหมาย กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ของ อ.จะนะ และ อ.เทพา จ.สงขลา

9 กันยายน 2563  เวลา 09.30 น. ที่หน่วยเฉพาะกิจสงขลา ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา พลตรีศานติ ศกุนตนาค ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา แถลงชี้แจงเหตุบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุรุนแรง พื้นที่ อ.จะนะ และ อ.เทพา จ.สงขลา เจ้าหน้าที่วิสามัญคนร้าย 2 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา

ซึ่งได้มีประชาชน แจ้งข่าวความเคลื่อนไหว กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง มายังหมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 (061 – 173 – 2999) จึงได้ประสานตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมวางแผนเข้าตรวจสอบและจับกุม
โดยสนธิกำลังจากหน่วยเฉพาะกิจ สงขลา หน่วยเฉพาะกิจสงขลา 40, หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43, ชุดปฏิบัติการข่าวกองพลทหารราบที่ 15, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 และหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมช่วยส่วนรวม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่เข้าพิสูจน์ทราบแหล่งพักพิงกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่ ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 6 กันยายน เวลาประมาณ 17.30 น.
หลังจากสืบทราบว่า มีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง จำนวน 6 คน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันไปยังแหล่งนัดพบบริเวณบ้านร้าง ชายหาดสะกอม ม.4 ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา จึงได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อม และแสดงตัวเพื่อให้กลุ่มคนร้ายยอมมอบตัว แต่คนร้ายได้ใช้ความรุนแรงยิงใส่เจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้เกิดการยิงตอบโต้กันขึ้น
ภายหลังเหตุการณ์สงบเข้าตรวจสอบพบคนร้าย เสียชีวิต จำนวน 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายอุสมัน เจ๊ะมิง อายุ 39 ปี มีภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 122 ม.6 บ.ห้วยปลิง ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งมีพฤติกรรมเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ป.วิอาญา เกี่ยวข้องกับคดีสาคัญ หลายเหตุการณ์ เช่น เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย 4203 บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านป่าบอน ม.1 ต.ป่าบอน อ.โคกโพธิ์จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ บาดเจ็บ 4 นาย เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2556, เหตุลอบวางระเบิดรถยนต์ของปลัดอำเภอ และ อส.อำเภอสะบ้าย้อย บริเวณหน้าศาลาทวดสะบ้าย้อย ในพื้นที่ บ.สะบ้าย้อย ม.1 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 10 ราย เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563
ส่วนคนร้ายอีก 1 คน ได้วิ่งหนีลงทะเล ต่อมาได้พบศพในเช้าวันที่ 7 กันยายน 2563 โดยในตัวพบอาวุธปืนลูกโม่ จำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่ได้นำศพ ส่ง รพ.เทพา เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ต่อมาทราบชื่อ คือ นายเจะอารง บาเฮง หรือ “เปาะจิ”อายุ 40 ปี ที่อยู่ ปัจจุบันเลขที่ 157/3 บ.ลาลอง หมู่ 12 ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญาของศาลจังหวัดนาทวี ถึง 9 หมายจับ ในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2560 – 2563 ซึ่งที่ผ่านมานาย เจะอารง สามารถหลบหนีการจับกุมของ เจ้าหน้าที่มาโดยตลอด กระทั่งมาเสียชีวิตจากเหตุยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ที่ชายหาด สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อคืนวันที่ 6 กันยายน 2563
สำหรับนายเจะอารง มีประวัติการก่อเหตุปล้นเต็นท์รถวังโต้คาร์เซ็นเตอร์ ที่ อ.นาทวี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2560/ และปล้นห้างทองสุธาดาใน อ.นาทวี เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562 ได้ทองคำ มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท รวมทั้งบุก โจมตีฐานปฏิบัติการย่อยชุดคุ้มครองตำบลบ้านกอแลปิเละ ต.ปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหาร, อส., ชรบ. เสียชีวิต รวม 4 ราย เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 และยังเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิด โจมตี อส.ชุดคุ้มครองตำบลห้วยเต่า อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 ด้วย
ส่วนคนร้ายที่เหลือได้แยกย้ายกันหลบหนี โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ไปทาง อ.จะนะ จำนวน 2 คน ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวณชายแดนที่ 43 ได้จัดชุดติดตาม ไปถึงบริเวณบ้านโคกม้า หมู่ที่ 8 ต.บ้านนา อ.จะนะ คนร้ายได้เลี้ยวเข้าสวนยาง พร้อมทิ้งรถจักรยานยนต์ และทำการยิงใส่เจ้าหน้าที่ ก่อนจะหลบหนี ทราบชื่อ คือ นายอัซมัน เปาะเล๊าะ ส่วนอีก 1 คัน คนร้าย จำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทาง อ.เทพา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ได้ตั้งจุดตรวจ – จุดสกัด ตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้ โดยคนร้ายได้หลบหนี ไปยังมัสยิดบ้านป่าโยง ม.7 ต.เทพา อ.เทพา จ.สงขลา
ซึ่งคนร้ายได้จอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ แล้วทำการยิงใส่เจ้าหน้าที่ ก่อนจะหลบหนีเข้าไปในพื้นที่สวนยางพาราด้านหลังมัสยิด ตรวจสอบทราบชื่อภายหลัง คือ นายสุรินทร์ กาเส็ง จากการตรวจสอบหมายเลขทะเบียน เป็นรถที่แจ้งหาย เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2563 รถจักรยานยนต์ที่ตรวจพบที่บ้านร้าง จุดรวมพล ป้ายทะเบียน งทบ 614 สงขลา ป้ายจริง งทษ 544 สงขลา คนร้ายได้ดัดแปลงขูดเอาเลขเครื่องเดิมออก และเติมสีหมายเลขใหม่ ส่วนตัวรถนั้นเป็นรถที่แจ้งหาย เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563 เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบ พื้นที่บริเวณโดยรอบมัสยิดบ้านป่าโยง พบปืนพกจำนวน 1 กระบอกและเครื่องกระสุนจานวนหนึ่งอยู่ในกระเป๋าสีน้ำตาล บริเวณหลังมัสยิด แต่ไม่ตรวจพบบุคคลเป้าหมาย


พลตรี ศานติ ศกุนตนาค ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ได้กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุที่ยังหลบหนี และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน อย่าตื่นตระหนก ขอให้มีความระมัดระวัง หากพบเห็นเบาะแส หรือบุคคลต้องสงสัย ขอให้แจ้งมายังสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 ที่หมายเลข 06-1173–2999 เจ้าหน้าที่ได้มีมาตรการเปิดแผนเชิงรุก ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ก่อเหตุเข้ามาสร้างสถานการณ์ในพื้นที่
ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยได้มีการดำเนินการเข้าพบปะกลุ่มเครือญาติของผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อสร้างความเข้าใจให้นำผู้ที่ยังหลบหนีเข้ามามอบตัว และเข้ากระบวนการตามกฎหมาย แต่ไม่มีบุคคลใดที่จะแสดงตัว สุดท้ายคนร้ายได้ใช้ความรุนแรงในการตอบโต้ จนนำไปสู่การวิสามัญ
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องขอแสดงความเสียใจมายังญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย และไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ได้พยายามบังคับใช้กฎหมายตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนักมาโดยตลอด แต่คนร้ายเลือกใช้ความรุนแรงในการตอบโต้จนทำเกิดความสูญเสียดังกล่าว
Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *