www.plewseengern.com,  การเมือง

“องอาจ” แนะทำอย่างไร ให้รัฐธรรมนูญช่วยปราบโกงได้จริง

10 ก.ย. 2563 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในวาระรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 60 นี้ ผู้ร่างพยายามขนานนามว่าเป็น รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่เมื่อดูการบังคับใช้ และการร่างฯ ที่บางส่วนบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องนี้นั้นมีความเป็นไปได้มีมากหรือน้อยอย่างไร อย่างน้อย 1 ปีที่ผ่านมาก็เห็นว่าความพยายามของผู้ร่างฯ ที่จะตั้งฉายารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นไปได้หรือไม่

นายองอาจกล่าวว่า เรื่องทุจริต คอร์รัปชั่นเป็นเรื่องที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นปัญหา อุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่นนอกเหนือจากปัญหาแล้วยังเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม และเรื่องของทุจริต คอร์รัปชั่น ยังเป็นเรื่องที่ทำให้คนส่วนหนึ่งสามารถได้ทรัพยากรซึ่งควรจะเป็นของคนส่วนใหญ่ไปเป็นของส่วนตัว

ดังนั้นเมื่อมาดูบริบทของเรื่องทุจริต คอร์รัปชั่นที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนั้น ก็คิดว่า ผู้ที่มีโอกาสที่จะมามีส่วนในเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่น แน่นอนที่สุดก็คือผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะผู้มีอำนาจในฝ่ายบริหาร และเมื่อดูในบริบทของรัฐธรรมนูญแล้วจะพบว่าหัวใจสำคัญส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญก็คือการพยายามบัญญัติในเรื่องการเข้าสู่อำนาจ และการตรวจสอบอำนาจ เพราะฉะนั้นถ้าหากเราสามารถทำให้การเข้าสู่อำนาจเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม เหมือนกับที่มี กกต. พยายามทำหน้าที่ ก็เชื่อว่าจะทำให้สามารถกลั่นกรองคนที่จะเข้าสู่อำนาจ และใช้อำนาจนั้นด้วยความถูกต้องชอบธรรม การทุจริต คอร์รัปชั่นก็จะเกิดขึ้นได้น้อยลง

“แต่ปรากฏว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หรือการเลือกตั้งหลายครั้งก่อนหน้านี้ที่เรามี กกต. ซึ่งมีเป้าหมายในเรื่องการทำให้การเลือกตั้งสุจริต และเที่ยงธรรม เรากลับพบว่าการทำผิดกฎหมาย หรือการทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมีจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น การซื้อเสียง คนไปซื้อเสียงคงไม่เอาเงินส่วนตัวไปซื้อเสียง ก็คงเอาเงินจากที่ตัวเองเคยมีอำนาจ แล้วไปทุจริต คอร์รัปชั่น แล้วเอาเงินนั้นไปซื้อเสียง แล้วกลับเข้ามามีอำนาจ แล้วก็ทุจริตอีก แล้วก็กลับไปซื้อเสียงอีก วนเวียนอยู่อย่างนี้ เราต้องหาทางที่จะต้องทำให้องค์กรที่กลั่นกรองคนเข้ามาสู่อำนาจนั้นไม่สามารถไปทุจริต คอร์รัปชั่นได้”

นายองอาจกล่าวว่า แต่เมื่อดูที่มาของ กกต. ก็จะพบว่า เป็นที่มาที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข เมื่อดูการทำงานของ กกต. ก็พบว่า ใบเหลือง ใบแดง ใบส้ม ที่ผ่านมา กกต. โดยเฉพาะชุดล่าสุดสามารถใช้ใบเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงใด ในขณะที่คนทั้งประเทศรู้ว่าซื้อเสียงกันที่ไหน อย่างไร คนทั้งประเทศรู้ว่ามีการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมอย่างไร แต่การกลั่นกรองคนเข้ามาสู่อำนาจอย่างสุจริต เที่ยงธรรม เพื่อไม่ให้ไปทุจริต คอร์รัปชั่นนั้นก็ไม่สามารถทำได้จริง

นอกเหนือจากการเข้าสู่อำนาจแล้ว ยังมีเรื่องการใช้อำนาจ และการตรวจสอบการใช้อำนาจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ดังนั้นจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับหลังๆ จะมีองค์กรอิสระเพื่อเข้ามาทำหน้าที่เหล่านี้มากยิ่งขึ้น และองค์กรที่สำคัญคือ ปปช. ขณะที่รัฐธรรมนูญ ปี 60 ทำให้เห็นว่า ปปช. จะสามารถเป็นองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่สมตามเจตนารมณ์ขององค์กรได้หรือไม่อย่างไร แต่ถ้าองค์กรนี้ทุจริตเสียเอง อะไรจะเกิดขึ้น


“ในรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ระบุเรื่องนี้ไว้ชัด ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องดี แต่ถ้าดูละเอียดจะพบว่าเป็นเรื่องที่อาจต้องปรับปรุงแก้ไข .. ซึ่งเมื่อดูตามเนื้อหาสาระก็น่าจะดี แต่ประธานรัฐสภามาจากพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้าเรื่องที่ถูกส่งไปยัง ปปช. มีเรื่องการทุจริตของคนในรัฐบาล แล้ววันหนึ่งมีคนไปร้องว่า ปปช. ทุจริต แล้วส่งเรื่องไปยังประธานรัฐสภา ถ้าประธานรัฐสภาเป็นท่านชวน หลีกภัย คนอาจจะเชื่อถือในความซื่อสัตย์ สุจริตของท่าน แต่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าประธานรัฐสภาทุกคนจะเป็นแบบนี้ ถ้าประธานรัฐสภารับเรื่องมาแล้วไม่ส่งเรื่องต่อไปให้ประธานศาลฎีกาตั้งองค์คณะไต่สวนอิสระขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้น ก็อาจจะใช้อำนาจหน้าที่ของประธานรัฐสภา ในการต่อรองกับ ปปช.ได้” นายองอาจกล่าว

ทั้งนี้นายองอาจ จึงได้ฝากเรื่องนี้ไว้ว่า เราคงต้องหากลไกอะไรขึ้นมาที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้น รัฐธรรมนูญนั้นมีส่วนอย่างสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการป้องกันปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชั่น แต่เราคงต้องปรับปรุงแก้ไขอีกหลายส่วนเพื่อให้เป้าหมายเหล่านี้เป็นจริง

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *