www.plewseengern.com,  ผสมโรง

เยี่ยมกองหนัง “เบิ้มๆ”

ผสมโรง โดย สันต์ สะตอแมน

 

พร้อมนะ?” เสียงผู้กำกับร้องถาม

“พร้อมครับ” เสียงตอบกลับมาจากคนตีไม้ตะขาบ หรือ “สเลต” ก่อนวิ่งเข้าไปประจำที่ หน้ากล้องถ่ายหนังกับนักแสดง 

แอ่น แอ๊คชั่น !” ผู้ช่วยผู้กำกับฯ ร้องบอกนักแสดงแทนผู้กำกับฯ

ครับ..วันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านไปดูเขาถ่ายทำหนังกัน ฉากนี้มีชายสองคนเข้าฉาก คนหนึ่งตัวอ้วนพุงพลุ้ยรูปทรงสัณฐานละม้ายนกเพนกวิน

แต่ในหนังชื่อเรื่อง “เบิ้มๆ” ที่กำลังถ่ายนี้ เขาแสดงเป็นตัวละครชื่อ “พัมกิ้น” ที่แปลว่าฟักทอง!

พัมกิ้นในบทบอกว่าโปรดการดื่มไวน์แดงและกินอเมริกันชีสเค้กเป็นที่สุด นักแสดงอีกคนในเรื่องแสดงเป็นเพื่อนของพัมกิ้น

สิ้นเสียงแอ่นแอ๊คชั่น เพื่อนของพัมกิ้นกระหืดกระหอบมานั่งแผละตรงหน้าพัมกิ้นที่ตอนนี้หน้าตาตูบเป็นสีแดงไม่ต่างจากสีก้นลิงเสนประมาณนั้น  

เพื่อนมองหน้าพัมกิ้น หน้ามึงเห่อ เป็นลมพิษรึเปล่า?”

บ้า! กูกินไวน์”

“โห มึงล่อแต่เช้างี้เลยเหรอวะ?

ไอ้เอี้ย..ไม่ใช่กูอยากกินนะเว้ย แต่มันทำใจไม่ได้”

ไม่ได้เรื่องไรล่ะมึง?”

คิดถึงใครบางคนวะ”

“ว้าวว! นาทีหน้าค้อนหน้าตะปูเนี่ย..” ไม่ทันจบคำพัมกิ้นรีบตัดบท

มึงจะไปเปลี่ยนทำไมว้า?”

กูเปลี่ยนอะไร?” เพื่อนพัมกิ้นงง

หน้าสิ่วหน้าขวาน โว้ย..วลีพูดกันแต่โบร่ำโบราณมึงไปเอาหน้าค้อนหน้าตะปูมาจากไหน?”

“อ่ะ ทีมึงยังเปลี่ยนได้”

“กูเปลี่ยนอะไร?  พัมกิ้นเพยิดหน้าถาม

“สนามหลวงไง เขาพูดกันแต่โบร่ำโบราณ มึงก็มาเปลี่ยนเป็นสนามราษฎรซะนี่”

เฮ้ยมึงมัน..ให้ตายเถอะ! ความคิดมึงนี่” พัมกิ้นออกอาการรำคาญเพื่อนสนิท แต่เพื่อนรุกต่อ..

ไม่แค่นั้น มึงยังเปลี่ยนอีก”

เฮ้ย! บ้าน่ะ กูเปลี่ยนอะไร?”

หมุดคณะราษฎร”

กูไม่ได้เปลี่ยนพวกมันเปลี่ยน มึงอย่าป้ายสีบ้าๆ กูเชื่อในสรรพสิ่งต้องพลวัตร มึงเข้าใจมั้ยพลวัตรน่ะ หือไดนามิคมันต้องไปข้างหน้าโว้ย สำหรับกูข้างหน้าย่อมดีกว่าข้างหลัง”

งั้น พวกนั้นก็ทำถูกแล้วซี?”

อะไรของมึง พูดกะมึงแล้วกูเวียนหัว  มันถูกยังไง ถอนหมุดประวัติศาสตร์นะ!”

เอ้า..ก็ประวัติศาสตร์คือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว เขาถอนออกก็ถูกแล้วไง..พัมกิ้นกูพูดจริงๆ นะ มึงสับสน..

มึงบอกสำหรับมึงข้างหน้าดีกว่า แต่พฤติกรรมของมึงมันเห็นชัดว่าข้างหลังดีกว่า ไม่งั้นมึงไม่โกรธที่หมุดอันเดิมถูกถอน..มึงรู้ไหม วันนั้นราษฎรตั้งใจจะมาร่วมพิธีมืดฟ้ามัวดินเลยนะ”

“อ้าว! แล้วทำไมหร็อมแหร็ม ทำให้กูเสียเซลฟ์มากเลย ทำให้กูทำอะไรต่อไม่ได้”

เป็นความผิดของมึงเอง”

“ห๊ะ! ความผิดกู?” พัมกิ้นแว๊ด.. “ผิดตรงไหนวะ?

“ผิดตรงที่มึงบอกราษฎรให้ไปร่วมพิธีที่สนามราษฎร”

ก็กูไปลานพระรูปฯ ไม่ได้ จะให้ไปสนามบินสุวรรณภูมิรึไง มึงบ้าเปล่า”

“นั่นไม่ใช่ปัญหา” เพื่อนยืนยัน

“แล้วอะไรล่ะปัญหา”

“พวกเขาหาสนามราษฎรไม่เจอโว้ย 555!”

พัมกิ้นลุกพรวดระเบิดเสียงออกมาสะท้านสะเทือน.. ควาย! ให้ตายเถอะ ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่ากูคิดถูก”

“เรื่องไรอีกล่ะ?”

เรื่องกูลูกหลานจอมพลปอน่ะสิ..มึงรู้รึเปล่า พวกเราที่ได้เป็นประชาชนในนี้เพราะอะไรเพราะถ้าวันนั้นไม่มีจอมพลปอ วันนี้เราก็อาจจะยังเป็นไพร่กันอยู่

ท่านเป็นคนที่สร้างชาติขึ้น นี้คือสิ่งที่จอมพลปอได้ฝากฝังไว้ให้เรามา กูถือว่ากูเป็นลูกหลานของท่าน” พัมกิ้งมองหน้าเพื่อนที่ยังอ้าปากค้าง

“เรื่องนี้อย่าเถียงกู วิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่กูโปรดปรานชอบมาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนนะโว้ย” พัมกิ้นมองเห็นเพื่อนกำลังแกะยาพาราเซตตามอลก่อนถาม

มึงเป็นไร?”

กูไม่เป็นไร แต่มึงน่ะเป็น”

“เฮ้ย! กูสบายดี”

“สบายดีได้ไง..อยู่ๆ มึงบอกเป็นลูกหลานจอมพลปอ มึงต้องกินยาแล้วล่ะ” เพื่อนยื่นยาพาราเซตตามอลให้พัมกิ้น พร้อมกำชับ

“กินสองเม็ดทุกสี่ชั่วโมง”

ทำไมกูต้องกิน กูไม่ได้เป็นอะไร”

เป็นซี มึงพูดเองแหม็บๆ ว่าเป็นลูกหลานใคร”

แล้วมันเกี่ยวอะไรให้กูกินยา กูเป็นเสรีชนนะ อย่าบังคับ กูไม่ใช่ขี้ข้าเผด็จการ”

เพื่อนมองหน้ายิ้มเป็นนัย “ใช่ ไม่ใช่ขี้ข้า แต่ที่มึงบอกนะ มึงเป็นลูกหลานเผด็จการเลยนะโว้ย!”

คัต! ผ่าน เยี่ยมมาก”  เสียงผู้กำกับตะโกนดังชัดทั่วทั้งกองถ่าย.


Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *