เปลว สีเงิน

หลุมดำที่ “เลี่ยงเล่น” ไม่ได้

คุยกันไป ๓ วัน…….
เรื่อง “ไม่โกง-ไม่กิน” ของ “หมอชาญชัย จันทร์วรชัยกุล” ผอ.รพ.ขอนแก่น แล้วได้รับรางวัลเป็นข้อหา “ฉ้อราษฏร์บังหลวง” ตอบแทน
ก็คิดว่า หน้าที่อันพึงทำ ได้ทำ “ครบกระแสความ”แล้วตั้งใจจะจบแต่เมื่อวาน ……..
คือ ถ้ามากกว่านั้น ก็ต้องขุดลึกเข้าไปถึง “หลุมดำ” ว่าด้วยการบริหารรพ.ในรอบ ๑๐ ปี ก่อนหมอชาญชัยเข้าไปเป็นผอ.
ว่าอะไรคือสาเหตุ ทำให้ขาดทุนกว่า ๒๐๐ ล้าน สะสมต่อเนื่องมาร่วมสิบปี?

ซึ่งมันไม่น่าจะเป็น และถ้าเป็น กระทรวงสาธารณสุขแต่ละยุค ปล่อยอย่างนั้นเรื่อยมาโดยไม่แก้ไข ไม่ตรวจสอบอะไร มันพิลึกทางบริหารมากอยู่

และเรื่องเช่นนี้ จะใช้แค่ความรู้สึก “คิดเอา-นึกเอา-เขาว่ากันว่า” มาพูด-มาเขียน โดยไม่เห็น-ไม่มีหลักฐาน อย่างนั้น ก็ไม่ได้
เพราะมันเสียหายทั้งตัวบุคคลและองค์กร ซึ่งผมไม่ต้องการเช่นนั้น

ประเด็น “หลุมดำ” ในรพ.ขอนแก่น……..
เรื่องราวบานออกมาขนาดนี้ มันเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีสาธารณสุข ต้องนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ, สอบสวน ให้สิ้นสงสัย

เพราะมันเกี่ยวพันด้าน “ทุจริต-คอรัปชั่น” ในระบบราชการ เจ้ากระทรวง รวมถึงป.ป.ช.จะนั่งกระดิกตีนซดกาแฟ อ้างร้อยขั้นตอนตามระบบ ซื้อเวลาไปเรื่อยๆ

ระวังนะ ……..
ยุคก่อนๆ ประชาชนมีหน้าที่เสียภาษี ให้ข้าราชการชี้นิ้วบัญชา ยุคนี้ ถึงยุคเจ้าของเงิน คือประชาชนชี้นิ้ว ตรวจสอบข้าราชการ/นักการเมืองบ้างแล้ว

เพราะประชาชน ต้องทน และยากแค้น มากับการโกงกินในระบบราชการรวมถึงการเมืองมานานจน “สุดทน” แล้ว
ถ้าระบบและกลไกรัฐยัง “เลือกกระดิก”
ประชาชนอดรนทนไม่ไหว ออกมา “กระดิก” ชนิดไม่เลือกวันไหน จะมาบอกว่า “เสียใจ” ภายหลัง มันก็สายไปแล้ว!

หลังจากเรื่องแพร่กระจาย น่าจะตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบภายในโรงพยาบาล ในยุคที่ขาดทุนสะสมเป็นสิบปี
ก็ปรากฏว่า มีเอกสารเกี่ยวกับการเงินในยุค “นพ.วีระพันธ์ สุพรรณไชยมาตย์” เป็นผู้อำนวยการ ช่วงปี ๕๐-๕๗ แพร่ทางโซเชียลมีเดียตอนนี้มากมาย

กระทั่งผมเอง ก็มีผู้ส่งสำเนาเอกสารการเบิกจ่ายเงิน/ โอนเงิน หลายกรรม-หลายวาระ มาให้ดู
ขนาดพ้นตำแหน่งผอ.แล้ว ยังเซ็นเอกสารย้อนหลังก็ยังมี!

ที่น่าสนใจ……..
มีการอนุมัติให้เบิกเงินสวัสดิการรพ.ไปสนุับสนุนกิจกรรม “ชมรมแพทย์ชนบท” ตามเอกสารก็หลายครั้ง
ครั้งละหลายๆ แสนก็มี!
ประธานชมรมแพทย์ชนบทก็คือ “หมอเกรียงศักดิ์” และเมื่อย้อนไปดูปูมกลุ่มแพทย์ชนบท ก็ทำให้เข้าใจได้ถึงความเชื่อมโยง

หมอวีระพันธ์ ผอ.รพ.ขอนแก่น เคยเป็นประธานชมรมมาก่อน!
ตรงนี้ เป็นจุดให้สังคมเพ่งเล็งว่า……
เพราะอย่างนี้หรือเปล่า จึงมีความพยายามให้ “หมอเกรียงศักดิ์” เข้าไปเป็นผอ.รพ.ขอนแก่น ถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา?

เข้าไปทำไม?
นั่นน่ะซี รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี ที่หมอเกรียงศักดิ์เป็นผอ.ก็ใหญ่โตอยู่แล้ว ทำไมจะต้องไปเป็นผอ.รพ.ขอนแก่นให้จงได้
ตรงนี้ ทำให้มองเห็นความเป็น “หลุมดำ” ในรพ.ขอนแก่น ไม่เฉพาะเงินทอน ๕% บริษัทยาเท่านั้น ที่ต้องการกลบ

การขาดทุนต่อเนื่องเป็นสิบปี ยุคหมอวีระพันธ์บริหาร ทั้งที่มี ๕% และมีเงินบริจาค
เมื่อเที่ยบกับยุคหมอชาญชัยบริหาร ……
ทั้งที่ไม่มี ๕% ยังล้างขาดทุนให้โรงพยาบาล แถมมีกำไรเป็นร้อยๆ ล้านได้?!
ถ้ากลไกบริหารรัฐ “ไม่สงสัย” ใคร่ตรวจสอบอะไรเลย แสดงว่าล้มเหลว ควรคว่ำทิ้งไปทั้งระบบ

ผมดูเอกสารเหล่านั้น ไม่สรุปด้าน “เชื่อ-ไม่เชื่อ” เพียงแต่ปรารภในใจ ว่าต้องพูดคุยกัน “อีกซักวัน” คือ วันนี้!
พูดคุย ด้วยเข้าใจว่า ป.ป.ช.น่าจะมีเรื่องนี้อยู่ในสารบบสอบสวนทวนความแล้ว เพราะดูจากเอกสาร การบริหารเงินเคยเป็นประเด็นถึงป.ป.ช.แล้ว

เพียงแต่ไม่เข้าใจ………
เพราะอะไร ๑๐ กว่าปีแล้ว ก็ไม่มีคำตอบใดๆ จากป.ป.ช.เลย?
ผมจะไม่บอกว่า เขานินทาป.ป.ช.กันว่าอย่างไร ในเหตุที่เป็นสิบปี อย่าว่าแต่คืบเลย เกียกเดียวก็ยังไม่ถึง!

ถ้าจะตรวจสอบ……
ควรตรวจสอบไปสมัยหมอวีระพันธ์เป็นผอ.โรงพยาบาลมหาสารคาม และโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ก่อนมาเป็นผอ.โรงพยาบาลขอนแก่น ในปีพศ.๒๕๕๐ ด้วย

เพื่อนำผลบริหารของหมอวีระพันธ์ จาก ๒ โรงพยาบาลนั้น มาเทียบกับผลการบริหารโรงพยาบาลขอนแก่น

จะได้ชัดเจน ในการบริหารของหมอวีระพันธ์ ด้านกำไร/ขาดทุน ว่าเป็นอาจินต์ หรือเป็นเฉพาะราย-เฉพาะกรณี?

เอกสารบางชิ้นที่แพร่ในโซเชียล ……….
มีการนำตราองค์กร สสส.ไปติดไว้ด้วย ตรงนี้ ผมอยากทำความเข้าใจเล็กน้อย เพื่อความถูกต้อง และเป็นธรรม
“ต่างกรรม-ต่างวาระ” ครับ

เรื่องหลุมดำ เป็นสมัยสิบกว่าปีก่อน ที่หมอวีระพันธ์ยังเป็นผอ.โรงพยาบาลอยู่
หลังเกษียณแล้ว จึงได้รับเลือกมาเป็น “รองประธานบอรด์คนที่ ๒ ของ สสส.
การที่มีผู้นำเอกสารสมัยท่านเป็นผอ.รพ.มาเผยแพร่ โดยนำตราสสส.ติดไว้ด้วย อาจทำให้ไขว้เขวไปถึงองค์กรสสส.ซึ่งไม่เกี่ยวกัน

เพื่อความเป็นธรรมและความเข้าใจที่ถูกต้อง ในฐานะที่ผมพูดเรื่องนี้หลายวัน จึงขอทำความเข้าใจว่าเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวสสส.
เพียงหมอวีระพันธ์มาเป็นบอร์ดสสส.หลังเกษียณ และความจริง หมอวีระพันธ์เคยมีตำแหน่งใหญ่กว่าบอร์ดสสส.ด้วยซ้ำ

คือเคยเป็น “ผู้ช่วยรัฐมนตรีสาธารณสุข” ในรัฐบาลคสช.ที่มี “นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน” เป็นรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข!

อีกเหตุหนึ่ง ที่ต้องพูด-ต้องเขียนวันนี้
คือ เมื่อวาน (๘ มิย.๖๓) เห็นข่าวรัฐมนตรีสาธารณสุข “นายอุนทิน ชาญวีระกูล” เรียกหมอชาญชัยไปพบ

สรุปที่ว่าไม่ล้วงลูก ตอนนี้ ก็ยังยืนยันว่าไม่ล้วง แต่ท่านรับหนังสือขอความเป็นธรรมของหมอชาญชัยไว้ดำเนินการ และบอก เรื่องที่ถูกกล่าวหานั้น ไม่ต้องกลัวเรื่องความไม่เป็นธรรม

ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการตามระเบียบ/ขั้นตอน ท่านว่างั้น ส่วนการจะให้หมอเกรียงศักดิ์ ถอยจากโรงพยาบาลขอนแก่นไปก่อนนั้น
เป็นเรื่องนอกวงแขนอำนาจ ท่านทำไม่ได้ เป็นอำนาจปลัดฯ สุขุมเขา ประมาณนั้น

ก็สรุปให้ฟัง ซึ่งผมไม่ได้สนใจตรงนี้ คือในส่วนว่าด้วยการตั้งข้อหาหมอชาญชัย แล้วย้ายออก เอาหมอเกรียงศักดิ์เข้าไปแทนเสร็จสมอารมณ์หมาย

แต่ผมสนใจในส่วน “หลุมดำ” ว่าด้วย บริหารกันอย่างไร จึงขาดทุนสะสมต่อเนื่องร่วมสิบปี กว่า ๒๐๐ ล้านบาท?
ในส่วนอำนาจบริหาร จะย้ายใคร จะเป็นธรรม-ไม่เป็นธรรม เป็นเรื่องในอำนาจท่านรัฐมนตรี ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็เทค แอคชั่น ให้เห็นแล้ว


แต่ในส่วนทุจริต-คอรัปชั่น ตรงนี้ตะหาก ที่ประชาชนอยากเห็นคนเป็นรัฐมนตรีแอกชั่นด้วย เพราะประชาชนทุกคนมีส่วนได้-ส่วนเสีย

มันเข้าข่าย “อาญาแผ่นดิน” ที่อำนาจรัฐ โดยรัฐมนตรีจะแตะแค่เหตุใช้อ้างย้าย-ไม่ย้าย อันเป็นแค่ส่วนปกครอง โดยไม่แตะเรื่องเข้าข่ายฉ้อราษฏร์บังหลวงแท้จริง มันไม่ถูกต้องนัก

และบั้นปลาย เกรงว่า รัฐมนตรีอาจต้องเป็นจำเลยร่วมตามมาตรา ๑๕๗ โดยไม่จำเป็น

นี่……….
เรื่องมันไปถึง “หลุมดำ” ว่าด้วยเงินทอน ๕% บริษัทยา ในวงการแพทย์สาธารณสุข ที่ฝังรากมานับทศวรรษเช่นนี้แล้ว
รัฐมนตรีจะเลือกเล่นเฉพาะบท “เป็นธรรม-ไม่เป็นธรรม” ระหว่าง ๒ หมอไม่ได้

จะต้องเล่นให้ครบถึงบทตรวจสอบ “คอรัปชั่น-ไม่คอรัปชั่น” ในระบบสาธารณสุข ส่วนของประเทศชาติด้วย.


Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *