ผสมโรง

ชื่นชมก่อนจบด้วยเสียงคราง

ผสมโรง

สันต์ สะตอแมน

นักการเมือง-ส.ส. เขาไปเคาะประตูบ้านเพื่อออดอ้อนขอคะแนนเสียง

ส่วนพระเอกแบกศพ “คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ที่เวลานี้ได้นำทีมอาสาสมัคร มูลนิธิร่วมกตัญญู ออกตระเวน-เดินสายไป “เคาะประตูบ้าน”ตามย่านชุมชน นั้น..

ไม่ได้หาเสียง แต่เอาเงินไปแจกครับ!

คุณบิณฑ์ตั้งใจ-ตั้งงบเอาไว้ 5-10 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการรับเป็น “พรีเซ็นเตอร์” โฆษณาสินค้า ไปมอบให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 คนละ 500 บาท..

บางคนอาจจะดูไม่มากมาย แต่สำหรับคนที่ทุกข์ยากไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อ..เงิน 500 บาท เป็นดั่งน้ำทิพย์ชะโลมใจ!

ก็..ไม่ได้จะยกย่องเยินยอเชิดชูอะไรเป็นพิเศษ เพราะคุ้นชินจนดูเป็นปกติไปแล้วกับ “วัตรปฏิบัติ” ของพระเอกแบกศพท่านนี้..

ที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์เช่นไร เขาก็ได้ทำแต่สิ่งอันเป็นกุศล จนกล้าพูดได้สนิทปากเลยว่า..คุณบิณฑ์นี้แหละ  “พระเอกจิตอาสาตัวจริง”!

และกันไม่ได้เกิด “ดราม่า” ขึ้นในสังคม คุณบิณฑ์ได้ดักคอเอาไว้ก่อนว่า.. “ไม่ต้องคิดว่าผมจะมาทำเพื่อหักหน้าใคร หรือทำเอาหน้า ดิสเครดิต ไม่มี ผมทำแบบนี้มา 30 กว่าปีแล้ว..

ตอนนี้เราต้องช่วยกัน อย่ามาอิจฉาริษยากัน อย่ามากลั่นแกล้ง อย่ามาต่อว่าอะไรผม..ตอนนี้ผมพอมีพอกิน ผมได้เงินตรงนี้มาแบบง่ายๆ ผมก็ขอคืนให้กับสังคม”

ชัดเจน..เข้าใจตรงกันนะ ฉะนั้น อย่าได้นำเอาสิ่งที่คุณบิณฑ์ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจนี้ไปใช้เพื่อให้เกิดคุณ-เกิดโทษกับใคร ฝ่ายหนึ่ง-ฝ่ายใดอีกแล้วกัน!

อ้อ..คุณบิณฑ์และชาวคณะ ก็อย่าได้เผอเรอ ประมาทเลินเล่อไปล่ะ ต้องระมัดระวัง และป้องกันตัวเองให้รัดกุม-ปลอดภัย..

เตือน..ก็ด้วยรักและห่วงใยนะ..จุ๊บจุ๊บ!

แต่นี่..จะว่าเป็นการ “เตือน” หรือเป็นการติติง-อบรม-สั่งสอน หรืออย่างไร ก็คิดดูเอา ผมหมายถึงข้อความที่คุณบิลลี่ โอแกน ดารา-นักร้องรุ่นใหญ่ ได้โพสต์เมื่อวันก่อน..

“อย่าแต่งเพลงให้มันส่อนักเลยนะ แม่หนู ทั้งเพลงทั้งมิวสิคก้อส่อไปในทางเดียวกัน มันดูออก ว่าคิดอะไร ถึงจะออกมาแก้ตัว มันก็ดูออกว่าคิดอะไร

สังคมจะดีขึ้น ศิลปิน คนแต่งเพลง รวมถึงคนทำมิวสิคก็ต้องช่วยๆกัน ไม่ใช่พากันลงเหวไปคลุกเคล้ากิเลสอย่างเมามันขนาดนั้น ถ้าไม่คำนึงถึงจิตใจตัวเองก็ให้เห็นแก่เด็กๆบ้างได้ไหม

เคยฟังเพลง บทเพลงเพื่อเด็กของพี่เต๋อไหม หรือว่าไม่สนใจ คิดแต่จะยักลงต่ำอย่างเดียว

เพลงมันมีทั้งมาจากสวรรค์ และมาจากนรก ขึ้นอยู่กับว่าคนทำอยู่ฝ่ายไหน ศิลปินมีหน้าที่ทำให้จิตใจคนอ่อนโยน และยกระดับจิตใจของคนให้ดีขึ้นผ่านทางศิลปะที่ถ่ายทอดผ่านทางผลงาน

ถ้าผิดไปจากนี้ เราไม่เรียกศิลปิน และไม่เรียก ศิลปะ”

คุณบิลลี่เตือน หรือตำหนิติติงอบรมสั่งสอนใครไม่ได้เอ่ยนาม แต่ถ้าให้ผมเดา..นักร้องรุ่นพี่ท่านนี้น่าจะพูดถึงนักร้องรุ่นน้องที่ชื่อ “ลำไย ไหทองคำ”กระมัง?

เพราะเห็นในโลกโซเชี่ยล วิพากษ์วิจารณ์ ถล่มด่ากันอย่างหนักกับมิวสิคเพลง “เจ็บตรงนี้” ซึ่งก็สม (น้ำหน้า) แล้วล่ะ..

คราง กระสัน เสียว ซะขนาดนั้น!

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *