ป.ป.ส. เผยขบวนการค้ายาเสพติด ย้อนกลับมาใช้ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นช่องทางลักลอบนำเข้ายาเสพติดมากขึ้น

ป.ป.ส. เผยขบวนการค้ายาเสพติด ย้อนกลับมาใช้ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นช่องทางลักลอบนำเข้ายาเสพติดมากขึ้น ใน 9 เดือนที่ผ่านมา กองกำลังป้องกันชายแดนยึดยาบ้ากว่า 22.6 ล้านเม็ด ไอซ์ 640 กก. กัญชา 6.5 ตัน เพิ่มมาตรการสกัดเข้มตลอดแนวชายแดนแม่น้ำโขง ขอประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา6 .ค.63 นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2563 ทางการเมียนมาได้เปิดปฏิบัติการปราบปรามแหล่งผลิตและแหล่งพักเก็บยาเสพติดในรัฐฉานอย่างหนักและต่อเนื่อง

ในขณะที่กองกำลังป้องกันชายแดนของไทย ก็ได้เพิ่มความเข้มข้นลาดตระเวนเพื่อสกัดกั้นตามแนวชายแดน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาทางชายแดนภาคเหนือของไทย ขบวนการค้ายาเสพติดจึงได้กลับมาใช้ชายแดนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยตรงข้าม สปป.ลาว เป็นช่องทางลักลอบลำเลียงยาเสพติด ทั้งยาบ้า ไอซ์ และกัญชาเข้ามาไทยเพิ่มขึ้น

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาขบวนการค้ายาเสพติดได้ย้อนกลับมาใช้ช่องทางตามแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่ จ.เลย ถึง จ.อุบลราชธานี ลักลอบนำยาเสพติดจาก สปป.ลาว ข้ามมายังฝั่งไทย โดยพบความถี่ในการลักลอบนำเข้ามากที่สุดใน จ.หนองคาย จ.มุกดาหาร จ.บึงกาฬ และ จ.นครพนม และพบจำนวนยาบ้าลักลอบนำเข้ามากที่สุดใน จ.หนองคาย จ.นครพนม จ.มุกดาหาร และ จ.อุบลราชธานี

ซึ่งตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2562-มิถุนายน 2563) จากการปฏิบัติของกองกำลังป้องกันชายแดน ทั้งกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำแม่น้ำโขง ตำรวจ และฝ่ายปกครอง พบการลักลอบนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ 7 จังหวัดแนวชายแดนริมแม่น้ำโขง (ประเภทยาบ้า 10,000 เม็ดขึ้นไป ไอซ์ 1 กก. ขึ้นไป และกัญชา 100 กก. ขึ้นไป) รวม 104 ครั้ง ยึดยาบ้ารวม 22.19 ล้านเม็ด ไอซ์รวม 638.5 กก. และกัญชารวม 6,240 กก.

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความพยายามในการสกัดกั้นและตรึงไม่ให้ยาเสพติดถูกลำเลียงเข้าพื้นที่ตอนใน แต่ก็ปรากฏว่ายังมีบางส่วนที่สามารถเล็ดรอดไปได้ เห็นได้จากเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2563 มีการจับยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด ที่กรุงเทพมหานคร และเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา มีการจับยึดไอซ์รวม 1.1 ตัน ซึ่งจากการข่าว ยาเสพติดทั้งสองส่วนถูกนำเข้าด้าน จ.หนองคาย และ จ.เลย

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวต่อว่า เพื่อควบคุมไม่ให้มีการใช้ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือลักลอบนำยาเสพติดเข้าไทยมากขึ้น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้จัดประชุมคณะอนุกรรมการสกัดกั้นยาเสพติด โดยมี พลเอก ชัยชนะ นาคเกิด รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน ซึ่งในที่ประชุมได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการกำลัง และเพิ่มมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อหยุดยาเสพติดให้ได้ตั้งแต่แนวชายแดน


นอกเหนือไปจากที่รัฐบาลไทยได้มีการประสานความร่วมมือกับรัฐบาล สปป.ลาว จนนำไปสู่การเพิ่มบทบาทของกองทัพทั้งสองประเทศให้เข้ามามีส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน โดยกองบัญชาการกองทัพไทยได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-ลาว ขึ้น พร้อมกับจัดตั้งชุดประสานงานชายแดน 12 ชุด มีภารกิจประสานการปฏิบัติสืบสวนปราบปรามยาเสพติดเป็นการเฉพาะ

โดยดำเนินการคู่ขนานกันระหว่างจังหวัดของไทยกับแขวงหรือเมืองของ สปป.ลาว ถือเป็นช่องทางสำคัญที่จะทำให้การประสานงานของทั้งสองประเทศมีความคล่องตัวและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวในตอนท้ายว่า รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินทุกมาตรการทั้งภายในและภายนอกประเทศในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ดังนั้น จึงขอให้พี่น้องประชาชนให้ความเชื่อมั่นกับรัฐบาล และเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้สังคมไทยและลูกหลานไทยปลอดภัยจากยาเสพติด

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ หากพบผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวกับยาเสพติดแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

LineID:plewseengern.com


0 replies on “ป.ป.ส. เผยขบวนการค้ายาเสพติด ย้อนกลับมาใช้ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นช่องทางลักลอบนำเข้ายาเสพติดมากขึ้น”