เปลว สีเงิน

“นิติเรด” เพ้อ “นิติสงคราม”

ครอบครัวทักษิณ ………

“พจมาน-โอ๊ค-เอม-อุ๊งอิ๊ง” กิน-ดื่ม-ปลื้มสุข ฉลองคริสมาสต์ มื้อละแสน อยู่ ณ รมณียสถานประเทศใด
โปรดทราบ….

ข้าราชการสรรพากรที่ขายตัว โดยช่วยให้นายพานทองแท้ และนางพินทองทา เลี่ยงเสียภาษีอากร ในการซื้อหุ้นชินคอร์ป เมื่อปี ๒๕๔๙ นั้น

ขณะนี้

-นางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และอดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร

-น.ส.จำรัส แหยมสร้อยทอง อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย

-น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย

-นายกริช วิปุลานุสาสน์ ผอ.สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร และ

-น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ คนใกล้ชิดเลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยาทักษิณ

“เข้าคุก” เรียบร้อยแล้ว

คนละ ๒ ปี ตามคำพิพากษาศาลฎีกา

เมื่อวาน (๒๖ ธค.๖๒) ฝ่ายชายคริสมาสต์ดินเนอร์ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ส่วนฝ่ายหญิงรินน้ำตาดื่ม……
ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง นายหญิง, นายใหญ่ และคุณหนูทั้งสาม อยู่นอกคุก “เสพสุข” จากสมบัติ ที่ ข้าทาส-บริวาร “คุกแทน” สืบๆ ไป
มีสุข..นายเสพ, มีคุก..ขี้ข้าติด
สาธุ..สาธุ..สาธุ!

นอกจาก ๔ นาง และ ๑ นาย ที่ต้องติดคุกคดีช่วยเลี่ยงภาษีหุ้นชินคอร์ป เพื่อทักษิณและครอบครัวแล้ว

คงจำกันได้ ในคดีทุจริตโครงการระบายข้าวจีทูจี สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์
ยังมีข้าราชการการเมือง ข้าราชการพลเรือน และพ่อค้า

“ติดคุก” เพื่อว่านวงศ์ทักษิณอีก ร่วม ๒๐ คน เช่น

-นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์

-นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว. พาณิชย์

-นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

-นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

-นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง หรือทีปวัชระ อดีตเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ

-นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง เจ้าของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด

และ…..ฯลฯ……..

ตัวสำคัญที่ยังหลบหนีโทษคุก ๕๐ ปี ไปถึงขณะนี้ คือพ.ต.นพ.ดร. วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือ “หมอโด่ง” อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ผู้เป็น “มือทำ” ตามคำสั่งที่รับมอบหมายมา

แถมอีกคน เดี๋ยวจะว่ารักง่าย-ลืมง่าย ก็ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่โทรบอกบุญทรง…พี่ รอแป๊บ เดี๋ยวหนูถึง นั่นไง

“แป๊บ” ของหญิงคอแข็ง…….
โน่น…ไปโผล่ที่ลอนดอน หลอกให้บุญทรงคออ่อน นอนคุก ถึงขณะนี้

ส่วนตัวนางแฮปปี้ ตามสโลแกนพรรคและทาสที่กู่ร้องปองหลอกประชาชนชนิดหน้าไม่อายทุกเช้า-ค่ำ

“จะอยู่กับชาวบ้าน…จะร่วมทุกข์-ร่วมสุขกับพ่อแม่พี่น้อง…จะไม่ทอดทิ้งประชาชน ขอตายกับประชาธิปไตย”

หลอก………..
หลอกนะ ไม่ใช่ดอก เรื่องขอตายกับประชาธิปไตยน่ะ ยิ่งลักษณ์ขี้จุ๊
ที่ไม่จุ๊ แต่ทีท่าจะตายกับประชาธิปไตยกากๆ รำไรจะเป็น “ธนาธร-ปิยบุตร” แห่งพรรคอนาคตใหม่!

เห็น “หลวงประดิษฐวาทกรรมแซงตุดส์” ดิ้นประดิษฐ์ศัพท์ใหม่ๆ กวนโอ๊ยก่อนตายประจำ

เมื่อวานนี้ อะไรล่ะ…นิติสงคราม
ก็ไม่ใหม่ซะทีเดียว เมื่อวาน พรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซ ก็นำมาใช้อีก ลองอ่านกันดู

วันนี้เอกสารข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่าศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องกรณีณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49

ว่าการกระทำของพรรคอนาคตใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่

เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเห็นแล้วว่า
ในคดีนี้ มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องทำการไต่สวน

จึงนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันอังคาร 21 มกราคม 2563 เวลา 11.30 น. เป็นต้นไป ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคารเอ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ)

สุดท้าย เราอยากฝากให้สังคมได้ระลึกไว้เสมอว่า กระบวนการ Lawfare หรือ “นิติสงคราม” นั้น ไม่เคยเป็นผลดีต่อสังคมและประเทศชาติ

เพราะไม่เคยแก้ปัญหาใดๆ ได้เลย ดังที่จะเห็นการใช้กระบวนการเช่นนี้มาในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ทำให้ความขัดแย้งลดลง

ซ้ำยังทำให้ความแตกแยกร้าวลึกลงไปอีก

เนี่ย…..
อยากถามปิยบุตรในฐานะอาจารย์กฎหมายว่า การหยิบเฉพาะตอน-เฉพาะประเด็น มาสรุปเรื่องทั้งหมด โน้มน้าวไปในทิศทางตามตนต้องการ
มันถูกต้องมั้ย มันใช่มั้ย ………

และมันเป็นวิสัยนักกฎหมายที่มีจริยธรรมพึงประพฤติปฏิบัติมั้ย?

การที่มีผู้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นศาลระบบไต่สวน และศาลได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า …….

“พยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องทำการไต่สวน”

จึงนัดอ่านคำวินิจฉัย นั้น
มันเป็น “นิติสงคราม” ยังไง หือ..สุดหล่อ?

คุณปูพื้นข่าวไปเรื่อยๆ เพื่อให้คนไม่รู้-ไม่เข้าใจ “ระบบไต่สวน” เคลิ้มตาม แล้วโน้มน้าวเชิงสกดจิตให้คล้อยตาม
ว่าที่ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัยเลย นั้น ……….

ศาลรัฐธรรมนูญ กำลังสร้างสงครามกับอนาคตใหม่ โดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือประหัต-ประหาร

แล้วบอกว่า นี้ไม่เป็นผลดีต่อสังคมและประเทศชาติ

เพราะไม่เคยแก้ปัญหาใดๆ ได้ ไม่ทำให้ความขัดแย้งลดลง ซ้ำยังทำให้ความแตกแยกร้าวลึกลงไปอีก

มัน “ปลุกระดม” โดยปูทางล่วงหน้าชัดๆ!

ที่ศาลนัดวินิจฉัยคดี มันเป็น “นิติสงคราม” ตรงไหน ถามจริงๆเหอะ?

ระบบไต่สวน คือแบบไหน ปิยบุตร อนาคตใหม่ รู้ แต่พูดในวิธีระบบกล่าวหา เพื่อให้เห็นว่า ศาลไม่ฟังความสองด้าน แล้วรวบรัดตัดสินเลย

แบบนี้ นิสัยไม่ดี ไม่เอานะ…ไม่เอา
ควรบอกให้ประชาชนเขาเข้าใจ ระบบไต่สวนที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้นี้……..

ศาลเป็นผู้ไต่สวนเอง มีอำนาจสืบพยาน และควบคุมการไต่สวนเอง คนละแบบกับระบบกล่าวหาในศาลอาญา

การพิจารณาบางกรณี ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยด้วยซ้ำ

ปิยบุตรก็รู้นี่ ว่าระบบไต่สวน ศาลสามารถเรียกพยานเพิ่มได้เรื่อยๆ

บางครั้ง คู่ความอาจไม่รู้เลยว่า ศาลจะเรียกพยานหลักฐานใด และใช้หลักฐานใดในการวินิจฉัยการกระทำของตนด้วยซ้ำ

อนาคตใหม่ นายธนาธร-ปิยบุตร ก็รู้อยู่กับตัวเองมิใช่หรือว่า ที่ทำมาแล้วและกำลังทำ

มี…หรือไม่มี ที่เข้าข่าย……
“ใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข?

ฉะนั้น กินปูนร้อนท้องไปใย?
ข้อหานี้ ว่าไปแล้ว ต้องดูทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ไม่เหมือนคดีปล่อยเงินกู้ ซึ่งข้อเท็จจริงชัด เพียงข้อกฎหมายเท่านั้น ที่ต้องพิจารณา
ความเห็นผม ๒๑ มกรา. “ห้าสิบ-ห้าสิบ”

“นิติสงคราม” น่ะ………
เอาไว้ประกาศคู่กับ “นิติเรด” เถอะ!

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *