การเมือง,  ผสมโรง

มันก็เหมือนกันแหละ!

ผสมโรง

สันต์ สะตอแมน

“ดูจากสถิติแล้ว ไวรัสโคโรนายังน่ากลัวน้อยกว่าการมีผู้นำโง่ เพราะคนไทยยังไม่มีใครตาย เพราะไวรัสสายพันธุ์นี้ แต่ต้องมาฆ่าตัวตาย เพราะพิษเศรษฐกิจจากการมีผู้นำแบบนี้หลายคนแล้ว”

ครับ..อ่านข้อความที่นายวัฒนา เมืองสุข โพสต์และสื่อหลักนำมาถ่ายทอดต่อแต่ละครั้ง บอกตามตรง ไม่อยากเชื่อว่านี่คือบุคคลที่อดีตเป็นถึง.. “รัฐมนตรี”!

ถ้า นักเลงคีย์บอร์ด” คือผู้ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว คอยระราน และทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน อย่างที่มีคนได้ให้คำจำกัดความไว้..

ก็..ทำให้ชวนคิดและสงสัยว่า พฤติกรรมซ้ำซากในลักษณะเช่นนี้ของนายวัฒนา จะจัดอยู่ในประเภท “นักเลงคีย์บอร์ด” หรือ “เกรียนคีย์บอร์ด” ได้หรือไม่?

แต่ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้ บุคคลผู้มีเกียรติระดับนักการเมือง รัฐมนตรี ก็ไม่ควรที่จะแสดงนิสัยก้าวร้าว หรือมีพฤติกรรมหยาบคายไม่ว่าจะทางกายหรือวาจาเยี่ยงนี้

นายวัฒนาจะโกรธแค้นพล.อ.ประยุทธแค่ไหน-อย่างไร ในเมื่อมีสภา ก็น่าที่จะได้ใช้สถานที่แห่งนั้นถกเถียง ตอบโต้ พูดจากันด้วยหลักการ-เหตุผลให้สมฐานะของ “ท่านผู้ทรงเกียรติ”!

และจะพูดไปแล้ว ประโยคนี้ของนายวัฒนา ก็เหมือนการ “ชี้หน้า” ด่าคนอื่น แต่ลืมไปว่าสามนิ้วที่เหลือได้ชี้หน้าตัวเองอยู่..

เพราะคำว่า “ผู้นำโง่” ก็ดี คนฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจก็ดี มันเคยพูด เคยเกิด ในยุคที่นายวัฒนาเป็นใหญ่เป็นโตอยู่ในรัฐบาล!

เหมือนเช่นตอนนี้ ที่กลุ่มเกษตรชาวสวนยางพาราได้ชุมนุมเพื่อทวงสัญญานโยบายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ยังไงยังงั้น

ด้วยตอนอยู่นอกสภา คนในพรรคเกือบค่อน ต่างโชว์ภูมิ อวดฉลาดกับการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ..ต้องทำอย่างนั้น ต้องทำอย่างนี้ พร้อมบ่นด่ารัฐบาล (คสช.) กันสนุกปากไม่เว้นวัน!

แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะ? ได้ร่วมเป็นรัฐบาล แถมได้บริหารงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสียด้วย แต่ราคายางที่ตกต่ำ ก็ยัง “ต่ำ” ระดับ 3-4 กิโลร้อยอยู่เหมือนเดิม!

มันไม่ง่ายอย่างพูด-วิจารณ์ใช่มั้ย? และที่นายเทพไท เสนพงศ์ ออกมาเป็นกันชนให้พรรค ส่งสารถึงผู้ชุมนุมว่า..

“พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ผิดสัญญาตามที่หาเสียงไว้แต่ประการใด”นั้น ก็ไม่อยากจะขัดคอให้เคืองใจกัน เพียงแต่เมื่ออ่านข้ออ้าง.

“เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล ก็ได้นำนโยบายที่ใช้หาเสียงมาเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ทุกประการ..ยังคงเหลือแต่ราคาประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ที่ไม่สามารถผลักดันราคาท้องตลาดให้เท่ากับราคาประกันได้

ซึ่งรัฐบาลก็ใช้นโยบายประกันรายได้ยางแผ่นชั้น3ที่กิโลกรัมละ 60 บาท น้ำยางสดกิโลกรัมละ 57 บาท เศษยางหรือยางก้นถ้วยกิโลกรัมละ 23 บาท เพื่อเป็นการเยียวยาพี่น้องเกษตรกรในเบื้องต้น

รัฐบาลชุดนี้มีความมุ่งมั่นต้องการจะทำให้ราคายางพาราในท้องตลาดทะลุราคาประกันให้ได้..ขอเรียกร้องอย่านำเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง เพื่อดิสเครดิตพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐบาล..”

ก็อดไม่ได้ที่จะพูดตรงๆกับนายเทพไทว่า..ประชาธิปัตย์เองก็เคยนำเอาเรื่อง (ยาง) นี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง..

มันก็เหมือนกันแหละ!

 

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *