เปลว สีเงิน-คนปลายซอย

ดี-เลว “ในการเมือง” ที่ควรมี

เฮ้อ…..

ไม่รู้จะพูดยังไงดี กับ “สัตว์การเมือง” ยุคนี้?
อยากเป็นรัฐบาลกันจนตัวซี้-ตัวสั่น เมื่อไม่ได้เป็น ก็คืนสันดานสัตว์!

อาละวาดกับอีกฝ่ายที่เป็นรัฐบาล โดยไม่คำนึงว่า ที่กล่าวหา ด่าว่าเขา ชนิดสาดเสีย-เทเสีย นั้น

มันจริงถึงขั้นตามที่กล่าวหาเขามั้ย
มันเป็นอย่างที่ปั้นประเด็นยัดเยียด-ป้ายสีเขามั้ย?

พูดกันตามเนื้อในความเป็นรัฐบาลเลือกตั้งนี้ รัฐบาล นายกฯ ประยุทธ์ เพิ่งเข้าบริหารแหม็บๆ
ยังไม่ถึง ๖ เดือนดีด้วยซ้ำ

และตั้งแต่เข้ามา หมาก็รุมทึ้งขากางเกง จนไม่เป็นอันได้ก้าวเดินสะดวก


ที่สำคัญ เข้ามาในช่วงงบประมาณแผ่นดิน “ตกท้องช้าง” คือปลายปี งบปีต่อเนื่อง ยังไม่มี-ยังไม่ได้ทำ

พอทำจนมี ก็เกิดปัญหาการโหวตคะแนน อย่างที่รู้-ที่เห็น

สะสางเสร็จ ….
อ้าว…ฝ่ายค้านตั้งเวทีถอดถอนด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจอีก

เมื่อถอดถอนของฝ่ายค้าน กลายเป็นประจานสันดานฝ่ายค้านกันเอง แทนจะสำนึก หลุบหน้าเขิน
เปล่าเลย…….

ไปสุมหัว ตั้งวง ชักใย ปั่นหัวหงอก-หัวดำ ให้ชุมนุมด้วยวาทกรรมหยาบช้าสามานย์

เหล่าสัตว์การเมืองผู้หิวโหย หลุบหางคอยจ้องจังหวะสำราก-สำรอกสมทบ

รัฐบาลไม่มีผลงานบ้างละ ประเทศกำลังจะล่มจม นักท่องเที่ยวไม่มาบ้างละ การลงทุนไม่มี เศรษฐกิจก็ไม่ดี ผู้คนอดอยากยากแค้น จะตายกันยกประเทศบ้างละ
บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย เผด็จการโกงเข้ามาสืบต่ออำนาจ ต้องออกไปบ้างละ
ก็สารพัดสรรพูด ……….


ประหนึ่งแข่งขัน ใครจะสรรคำมาด่า มาโพสต์ มาเขียนป้ายได้ หยาบ, หนา, ถ่อย, สถุล บอกสกุลรุนชาติ และประจานสถาบันศึกษาตัวเองได้ต่ำทรามมากกว่ากัน

ใครทรามมากที่สุด ส่อสถุลชาติมากที่สุุด
ได้รับการชื่นชมจากสื่อออนไลน์ สื่อโทรทัศน์ สื่อหนังสือพิมพ์ นำไปเผยแพร่ กล่าวขานขรม
สถุลที่สุด คือฮีโร่

สมใจครูอาจารย์มหา’ลัย ยกสามนิ้วให้ มิเสียแรงอบรมบ่มเพาะ ถอดลาย-ถอดพันธุ์จารย์ชังชาติ-ชังสถาบันออกมาได้เป๊ะๆ

สังคมบ้านเมืองเรามาถึงจุดนี้ และเป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร ?
ยอมรับว่า “คิดไม่ถึง”

และไม่เคยคิดมาก่อนว่า สายเลือดไทยจะกลายพันธุ์เป็นอย่างนี้ไปได้
ชังชาติ กระชากธง หมิ่นหยามบรรพบุรุษ ก็ยังกล้าทำ
แสดงถ่อย-แสดงเถื่อน ไร้ศีล-ไร้ธรรม หญิงงามเมือง กลับฟูเฟื่อง กระเบื้องลอยน้ำ
เป็นดาวเด่นประชาธิปไตยคนรุ่นใหม่ ที่ต้องแสดงตนเป็นปฏิปักษ์กับสัญลักษณ์และสถาบันชาติ!?

ดูๆก็อนาถ……
มันเป็นยุค อาจารย์กราบตีนเด็ก และเด็กเป็นเครื่องมือสร้างน้ำข้าวให้อาจารย์


กะอีแค่อำนาจและตำแหน่งในสถานะรัฐบาลที่อยากได้-อยากมีกัน

ด้วย “อยาก” ตัวเดียว นั้น
มันทำให้มนุษย์แยกตนเป็นรุ่นใหม่ “สิ้นอาย-สิ้นคน, ไร้หิริ-โอตตัปปะ” หนังหนา-หน้าด้าน เหมือนสัตว์บางชนิดได้ถึงปานนี้เชียวหรือ?

เมื่อที่สามานย์กันทุกรูปแบบแล้วก็ยังไม่เป็นผล รัฐบาลยังอยู่นิ่ง-อยู่ทน พวกโหยอำนาจทำไง….?

ไม่ทำไงหรอก……..
ลากหางออกมาไล่ดื้อๆ ชนิดไม่อายตัวเองกันเลย

นายกฯ ออกไป นายกฯ โมฆบุรุษ รัฐบาลนี้หมดความชอบธรรมบริหารประเทศแล้ว ต้องออกไป
เอาอย่างป๋าเปรมซิ…..”ผมพอแล้ว”

พวกกูที่อดอยากมา ๕-๖ ปี จนหนังแห้ง เกล็ดหลุด จะได้เข้าไปนั่งเมือง แลบลิ้น-ลากหาง เป็นรัฐบาลกันบ้าง
เอากันดื้อๆ ด้านๆ อย่างนี้เลย!?

เรื่อง “ข่าวปล่อย” เช่น นายกฯ ยื่นใบลาออกบ้าง รัฐมนตรีคนนั้น-คนนี้ถูกปรับออกบ้าง เมื่อเทียบกับสารพัดเรื่องที่พวกหนังหนาทำ

“ข่าวปล่อย” คือผายลมรายวัน!
เรื่องอยู่-เรื่องไป การกระทำ บนความสัตย์ซื่อ ยึดถือประชาชนเป็นตัวตั้งของรัฐบาลประยุทธ์
เมื่อถึงเวลา “ผลงาน” เป็นตัวบอกเอง
ไม่ใช่ตัณหาหน้ามืดฝ่ายค้านเป็นตัวบอก-ตัวกำหนด


ก็อย่างที่บอก……..
รัฐบาลนี้ เพิ่งกลัดกระดุมเสื้อ รูดซิปกางเกงเสร็จ พร้อมลุย แต่ด้วยสงครามการค้าโลก และสงครามโรค “โควิด-๑๙” กระแทกซ้ำ
มันเซทรุดไปทั้งโลก ไม่เฉพาะบ้านเรา

พูดแบบสบประมาทกันตรงๆ ในภาวะการณ์กระแทก-กระทั้น ๒-๓ ปีอย่างนี้
สมมุติระบอบทักษิณเป็นรัฐบาล ผมว่าบ้านเมืองเหลือแต่ซากกับเสาโด่!

ย้อนไปดู ๔ ปี ประเทศที่บริหารโดยรัฐบาลเผด็จการซิ ๑๐-๒๐ ปี รัฐบาลประชาธิปไตย …..
ต่อรองเปอร์เซนต์กันไม่เสร็จ ไม่ได้สร้าง ไม่ได้ลงมือทำอะไรกันซักเรื่อง

แต่ ๔ ปี รัฐบาลเผด็จการ
ทั้งโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ไม่ว่าทางบก ทางราง ทางน้ำ ทางอากาศ เหมือนดอกเห็ด สะพรึ่บ
เห็นเป็นเส้นทางเพื่ออนาคตใหม่ของสังคมชาติ

จริงๆ ไม่ใช่อนาคตใหม่แบบ “คดใส่จาน” กิน

โครงการอีอีซี. สถานีรถไฟกลางบางซื่อ โครงการ ๓ สนามบิน เชื่อมด้วยรถไฟฟ้าความเร็ว โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟฟ้าระบบรางคู่

นี่…เท่าที่จับต้องได้ มองเห็นได้ด้วยตา เหล่านี้ ไม่ได้หมายเฉพาะแค่ไทย

แต่หมายถึงไทยในความเป็นศูนย์กลาง-ศูนย์รวมทางการบิน ทางการขนส่ง การค้า การลงทุุน ด้วยอุตสาหกรรมใหม่ของภูมิภาค


โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งในมิติ “โลกไร้พรมแดน จะเชื่อมถึงกันทั้งทางบก-ทางอากาศ
โดยไทยศูนย์กลาง

๕-๖ ปี มาได้ขนาดนี้ ถ้าพูด-ถ้ามอง โดยไม่อคติ ไม่อิจฉา ก็ต้องยอมรับว่า นายกฯ ประยุทธ์ เป็นผู้สร้างจริงๆ

ก็แน่นอน ในการเป็นผู้นำ ถ้าจะหาเรื่อง-หาเหตุมาโจมตีกัน มันต้องมีแน่

แต่ที่มีนั้น ก็ลองยกตัวอย่างให้ชัดซิว่า มันเลวร้ายถึงขั้นต้องไล่ออกไปเดี๋ยวนี้

ต้องใช้คำพูดขนาดว่า โมฆบุรุษ เป็นคนเลว คนระยำ ต่างๆ นานา อย่างที่พูดจากัน
ไม่ต้องมาก เอาที่เลวเป็นรูปธรรม “ซักครึ่ง” ของทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ยกมาให้เห็นก็พอ!

มีมั้ย?
ก็ไม่มี ที่โกงบ้าน กินเมือง ค้นหากันชนิดพลิกแผ่นดิน หาไม่ได้ ต้องพาล ไปลากเรื่องขายที่ดินของพ่อมาประดิษฐ์เรื่องโยงถึงลูก

ผมไม่ได้หมายถึงว่ารัฐบาลนี้ และนายกฯ ประยุทธ์ดีที่สุด ขาดประยุทธ์แล้วประเทศจะทรุดพัง


แต่พูดได้ว่า ผมก็ผ่านมาเป็นสิบๆ รัฐบาล ก็เห็นนายกฯ ประยุทธ์นี่แหละ
ด้วยเวลา ๔-๕ ปี วางรากฐานอะไรใหม่ๆ เป็นรูปธรรมให้ประเทศเป็นทางอนาคต ชนิดไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนทำได้มาก่อน

แค่รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ แหย่ขาไปชานเมืองทั้งเหนือ-ใต้-ออก-ตก ๔-๕ ปี สิบกว่าสาย
ทักษิณ+ยิ่งลักษณ์ “สิบกว่าปี” มีซักสายมั้ย เห็นแต่ “รถโม้” ในโปสเตอร์หาเสียง!

ยกใจให้สูงไว้บ้างเหอะ ฝ่ายค้านน่ะ….
ด้วยภาวการณ์โลกไม่ปกติอย่างนี้ ไม่ต้องร่วมแรง-ร่วมใจฟันฝ่าอุปสรรคกับรัฐบาลก็ได้

เพียงไม่ยื่นตีนขวางหวังให้รัฐบาลคว่ำในช่วงนี้ ก็ถือว่าฝ่ายค้าน “ช่วยชาติ-ช่วยสถานการณ์” แล้ว!

พลเอกประยุทธ์น่ะ จะเป็น “นายกฯตลอดกาล” ไปไม่ได้หรอก ถึงจุดหนึ่งก็ออกตามวิถี หรือตามกาลอันควร


ถึงจุดออก แต่ไม่ออก……. “สังคมธรรม” ลากให้ออกเอง ไม่ปล่อยจนถึงขั้น “สังคมโจร” ต้องลากอย่างนี้หรอก

ปัญหาเฉพาะหน้าต้องแก้ร้อยแปดตอนนี้ ในความเป็นจริงทางปฏิบัติ
มันควรมั้ย มันใช่มั้ย จะมาชิงตำแหน่ง-ชิงอำนาจกัน

และมันถูกต้องมั้ย……
ที่จะมาเปลี่ยนคนพาย คนคัดท้ายเรือ ขณะเรือกลางน้ำเชี่ยวใกล้หน้าผา?

สมมุติว่าประยุทธ์เลว การยืนหยัดคัดท้ายประเทศกลางสายน้ำเชี่ยวได้มั่นคงเช่นนี้

เมื่อเทียบกับดีอย่างพวกที่ยืนบนตลิ่ง นอกจากไม่ช่วย-ไม่ทำอะไรแล้ว ยังเอาแต่ โห่ฮา เอาก้อนอิฐ ก้อนหินปา หวังให้เรือจม

อย่างนี้ “ดี” หรือ “เลว” ล่ะ ที่ควรต้องมี?


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *