เปลว สีเงิน

ในภาวะ “ฝ่ายค้านหลงยุค”

เหลียวหลังไปดู ๔ เดือนก่อน แล้วย้อนดูปัจจุบัน

โควิดนี่ …….
ทำลายสิ่งเก่า-สร้างสิ่งใหม่จริงๆ!

ถ้าใครไม่ปรับตัวตาม อย่างที่เรียกกันว่า New Normal จะตกยุค-ตกสมัย ไม่ว่าจะทำอะไร มีสภาพไม่ต่างเดนคน-เศษสังคมไปทันที!

เห็นชัดใน “สังคมการเมือง” ระบบรัฐสภาวันนี้
“ระบบ” ไม่เลว
แต่คนในระบบ “ส่วนหนึ่ง” คุณภาพไม่ตอบโจทย์ เมื่อบ้านเมืองมีปัญหา จึงเห็นคนในระบบ นอกจากไม่ช่วยจ้ำพายแล้ว
ยังเอา “ตีนราน้ำ” ในทุกเรื่อง!

พูดให้ชัดลงไป วันนี้ โควิด เข้ามาจัดระบบ-ระเบียบการเมืองไทย เปลี่ยนแผ่นดิสก์สมองชาวบ้านสู่โลกทัศน์ใหม่ ในรับรู้ถึงการทำงานระหว่าง “ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน”

๔ เดือน จากมกรา.๖๓ มานี้
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดิสรัปต์ทั้งตัวเอง ทั้งระบบคิด-ระบบทำงาน ชนิด ๓๖๐ องศา

ยามสังคมบ้านเมืองแตกตื่น-สับสน
พลเอกประยุทธ์ แสดง “ศักยภาพผู้นำ” ยามวิกฤติเด่นชัด ใช้ความสุขุมสยบอลหม่านของคนตื่นโรค

แสดงวิสัยทัศน์ผู้นำ “คนเป็นใหญ่ต้องใจกว้าง” เลือกคนนอกมาใช้ถูกกับงาน-ถูกกับสถานการณ์ โดยไม่กลัวเสียหน้า

ที่สำคัญ…..
รู้จักผสมผสานการใช้อำนาจในและนอกได้สมดุลระหว่างอำนาจตามระบบกับอำนาจตามสถานการณ์ สามารถเปลี่ยนมุมแย้งในพรรคร่วมเป็นมุมรวม เหมือนช่างไม้มือหนึ่งเข้าไม้

พลเอกประยุทธ์ที่ “โผงผาง-ปากร้าย-ใจร้อน” ปิดตัวเองจากคนอื่น ฟังคนรอบข้างแค่ ๓-๔ คน อย่างที่เห็นมาตลอด

พอโควิดมา…
พลเอกประยุทธ์ ใจเย็นเป็นหยกหิมะ จากโผงผางเปลี่ยนเป็นดอกพิกุลจะร่วงในแต่ละคำ

แต่ละจำนรรจา จ๊ะ..จ๋า ใครด่า ก็ชื่น ตัดทางร้าวฉาน ประสานใจ หวังกอบกู้ “ความเป็นไทยหนึ่งเดียว” คืนไทย
ที่ปิดตัวเอง ทิ้งระยะห่างจากพ่อค้า-นักธุรกิจ ด้วยเกรงครหา “อำนาจเอื้อพ่อค้า-นายทุน”

New Normal=Disrupt เกิดเป็นมิติใหม่ของนายกฯ ประยุทธ์เห็นชัด
ด้วยนายกฯ ทะลุจริงแล้วว่า ไม่มีใครสามารถทำลายตัวท่านได้เท่า “ความคิดคับแคบ” ของตัวท่านเอง!

เป็นผู้นำ คนจะด่า จะดียังไง มันก็ด่าวันยังค่ำ
ฉะนั้น การปิดกั้นตัวเอง ไม่ยอมพบปะ เพื่อส้องเสพความคิดแลกเปลี่ยนทัศนะกับผู้คนหลากหลาย ด้วยเกรงครหา นั้น
ไม่ใช่วิธี “ปิดกั้นครหา”

หากแต่มันเป็นการ “ปิดกั้นโอกาสตัวเอง” เหมือนพญาอินทรี ต่อให้มองไกล โฉบแม่น ขนาดไหน ถ้าปีกไร้ขนก็บินไม่ขึ้น

การคบหามิตรสหายหลากหลายและเปิดใจรับฟังทุกด้าน จะเป็นตัวสร้างโลกทัศน์-วิสัยทัศน์ ในแต่ละการตัดสินใจ จะไม่พลาด

ดังนั้น ไม่ใช่โชคดีของนายกฯ เท่านั้น หากแต่เป็นโชคดีของสังคมชาติด้วย
ที่นายกฯ ทลายกำแพงปิดกั้นตัวเอง ในเรื่องที่นอกวิสัย ก็เชิญผู้รู้ในเรื่องที่ตนไม่รู้มาชี้แนะ ถือว่าประเสริฐนัก

เช่น เรื่องโรคระบาดโควิด…..
มันเป็นเรื่องเฉพาะทาง นอกตำราพิชัยยุทธ์ ทั้งขงเบ้ง, ซุนวู และโรงเรียนเสธฯ ไม่มีสอน

ถ้านายกฯ ถือดี อวดเก่ง-อวดฉลาด ในเรื่องที่ควรโง่ ไม่เชิญ “ทีมอาจารย์แพทย์” มาเป็นเสนาธิการแล้วละก็……

ป่านนี้ ที่กึกก้องทั้งโลก ไม่ใช่เสียงซูฮก-ยกย่องว่าไทยเจ๋งหรอก
แต่จะเป็นเสียงสมเพทเวทนา ….

“ก็ว่าแล้ว ไทยจะต้องระบาดใหญ่ตายเป็นเบือรองจากจีน”!

ภาพนายกฯ ประยุทธ์ถูกควายแดง-ควายส้มขวิดไส้แตกจะเป็นภาพประกอบข่าวคนไทยติดโควิดกันงอมแงม หราไปทั้งโลก

ในยุค “สื่อซื้อได้” ตายแล้วก็ยังถูกกระทืบ!
ใครจะคิด นายกฯ ที่ขลุกคิดอยู่กับทหารรู้ใจ ๓-๔ คน ด้วยโควิดพาคิด นอกจากเชิญทีมแพทย์แล้ว
นายกฯ ยังทำจดหมายเปิดผนึกไปถึง ๒๐ มหาเศรษฐีเมืองไทย ขอคำเสนอแนะและความคิดเห็นในการออกแบบนำประเทศหลังสถานการณ์โควิด

การพนมมือ ๑๐ ทิศเข้าหา ทุกคน-ทุกฝ่ายเป็นมิตร ถือว่าประสบสำเร็จ ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ได้ทั้งเงิน-ทั้งกล่อง”

ตามติดด้วยเชิญเกจิหลากหลายสำนักมาตั้งเป็นคณะที่ปรึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม

ชาวบ้านร้านตลาดเห็นแต่ละรายชื่อ ต่างพยักหน้า ชมว่า นายกฯมาเหนือเมฆ!
จะเห็นว่า นับแต่นายกฯปรับเป็น New Normal=New Prayuth แล้ว

การเมืองในรัฐบาล ๒๐ พรรค เหมือนปลวกฉีดยา

การเมืองภาครัฐสภา บรรยากาศลมพัดชายเขา

การเมืองฝ่ายค้าน ๕ พรรคเล็ก ลู่ตามลม สงบ-เคลื่อนไหวไปตามสถานการณ์

มีแค่ ๒ พรรคใหญ่ “พรรคแดง-พรรคส้ม” เท่านั้น ไม่ใช่ค้าน หากแต่ตะแบงทุกเรื่องที่รัฐบาลทำ วางตำแหน่งเป็นกรวดในรองเท้ารัฐบาล

ก็ไม่แปลก ที่ยืนตรงข้ามรัฐบาล เพราะเป็นฝ่ายค้าน

แต่อยากบอกว่า….
ลีลาทุกวันนี้ มันเชย หมดยุค-หมดสมัย กลายเป็นตัวตลกหน้าฉาก แต่ละคน แต่ละลีลา นอกจากไม่ขำแล้ว ยังน่าทุเรศอีกตะหาก!

ฝ่ายรัฐบาล นายกฯประยุทธ์ เขาปรับลุคไปอีกมิติแล้ว แต่นี่…ฝ่ายค้าน ……….
ยังงุมมะงาหรา หลับหู-หลับตา ค้านเมื่อล้านปีอยู่อีก

พรรคส้ม โขมงโฉงเฉง เป็นพรรครุ่นใหม่คละเพศ แต่ใหม่ ปีพ.ศ.๒๔๗๕ โน้น
ย้อนยุคไปร่วมร้อยปี ขุดผีก่อการล้มเจ้าขึ้นมาเป่าตูด วันๆ ไม่มีอะไร โพสต์เฟซอวดหน้า-อวดงั่งตัวเองบ้าง ปั่นแฮชแท็กบ้าง เฟกนิวส์บ้าง
“รุ่นใหม่ไร้สาระ”จริงๆ!

อย่างแดงเจ้าเก่า คิดใหม่-ทำใหม่ ของพวกเขา ก็แค่ตามไล่งับ “เงานายกฯ” ไปแต่ละวัน
สมที่เป็นสมุนสัมภเวสี ……
เป็นพวกผีมีแต่ไส้ ไร้มันสมอง หลงอยู่กับเงา ตกร่องน้ำครำย่ำอยู่แค่คิดหาคำด่ารัฐบาล

ในขณะที่เป้าหมาย “นายกฯประยุทธ์” เขาไปถึงไหนต่อไหน ในมิติ New Normal ปู๊นแล้ว
แต่ “ผีอีเม้ย” ก็ยังคงเป็น “ผีอีเม้ย” ลงทุนซื้อหรีดหากินอยู่กับการโหนศพไปวันๆ!

เทียบให้เห็นวิถีการเมืองวันนี้ ระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลแล้ว
ชัดว่า ฝ่ายค้าน “ไม่มีคุณค่า” พอที่จะยกไปเทียบกับวิสัยทัศน์การทำงานของรัฐบาล โดยนายกฯประยุทธ์เลย

นายกฯ ประยุทธ์วันนี้ ……..
อยู่เหนือการเป็นคู่แข่งการเมืองของพรรคแดง-พรรคส้มแล้ว!

ไม่ต้องมาก ถามแค่ว่า พรรคแดง คือใคร พรรคส้ม คือใคร?
อึกอัก ตอบไม่ถูก เพราะไม่เห็นใครซักหัว ทั้งตัวผู้-ตัวเมีย ว่าจะขึ้นมาเป็นตัวนำได้

ผิดกับฝ่ายรัฐบาล เมื่อเอ่ยถึงรัฐบาลปุ๊บ คนทั้งเมืองเห็นหน้า “พลเอกประยุทธ์” ปั๊บ
ชื่อนายกฯประยุทธ์ “ผุดขึ้นในใจ” โดยอัตโนมัติ!

เรียกว่าจิตคน ค่อยๆ ซึมซับรับรู้ในความเป็นนายกฯ ประยุทธ์เข้าไปนอนเนื่องลักษณะ super subconscious โดยตัวเองก็ไม่รู้

ต่อเมื่อมีสิ่งกระทบถาม มันก็พรูพุ่งออกมาเองนั้นแหละ!

แบบนี้ ที่เขาเรียก “ศรัทธา-บารมี” เหมือนสนิมกรุซื้อหาไม่ได้ ปั่นแฮชท็ก ปั่นเฟกนิวส์แลกมาก็ไม่ได้

ต้องบ่มเพาะ ด้วยทำความดีสะสมไปตามกาล-เวลา แล้วมันจะเกิดขึ้นเอง
และไม่ได้เกิดในตัว หากแต่มัน “เกิดในใจ” ของแต่ละผู้คน เป็นศรัทธา-บารมี ต่อสิ่งนั้น-ผู้นั้นเอง!

นี่เท่ากับว่า การเมืองขณะนี้ เหลือแค่ภาพจำลองว่ามีฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล
แต่ตัวตนการเมืองในต้องการประชาชนแท้จริง มันมีแค่ภาครัฐบาล จากตัวตน “นายกฯ ประยุทธ์” เท่านั้น!

นาทีนี้ เอ่ยถึงนายกฯ ประยุทธ์
แล้วใครล่ะ ที่ฝ่ายค้านจะยกมาเทียบปะทะ สุดารัตน์เรอะ หลานนายผดุงเรอะ?

และคิดว่า ชาวบ้านพอใจ-ต้องการ ให้คนเช่นนั้น ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งแทน “นายกฯประยุทธ์” อย่างนั้นหรือ?

ถ้า “พรรคแดง-พรรคส้ม” ยังมุ่งมั่นจะได้เป็นรัฐบาลในอนาคต
ก็ควรต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมการเมืองล้านปีของตัวเองดังที่ทำอยู่

นายกฯ ประยุทธ์วันนี้ ภาพนายกฯ พรรคพลังประชารัฐเป็นนามธรรมจำลองเท่านั้น
ของจริง คือนายกฯในนาม “ทีมประเทศไทย” ของคนไทยทั้งประเทศ!

เพราะจาก “โควิดเปลี่ยนโลก” ไทยเราจะจมปลักอยู่กับการเมือง “ประชาธิปไตย-เผด็จการ” ที่เพ้อเจ้อสมมุติต่อไปไม่ได้แล้ว

โลกหมุนเร็ว สถานการณ์โควิดที่ดูเหมือนผ่านช้า เพราะใจไม่ต้องการจึงเห็นมันช้า
ความจริงแล้ว แค่ตกปลายปี สถานการณ์ทุกอย่างจะเปลี่ยนจากที่เป็นวันนี้ไปทั้งหมด

โอกาสกำลังเป็นของไทยในหลายด้าน การที่นายกฯ เชิญทุกฝ่ายมาร่วมเช่นนี้ เป็นนิมิตดีทางเศรษฐกิจและสังคม
แต่เป็นนิมิตร้ายของฝ่ายค้านไปอีกนาน……

ถ้าไม่อยากโหนศพหรือตายแห้งเป็นศพเสียเอง ต้องปรับเปลี่ยนมิติคิด-มิติทำใหม่
“ซากทักษิณ” ก็ใช้หากินไม่ได้แล้ว ขอบอก!

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *