เปลว สีเงิน

รัฐบาลใน “หลุมพราง” ไส้ศึก

อีก ๑๐ วัน จะ “สิ้นปี” ๖๒!
ก็หวังว่า….
รัฐบาลจะ “เลิกเล่นกะหมา” ให้หมาเย่อไปเป็นข่าวป้อนหน้าเฟซรายวันซะที

อย่างเรื่องวิ่งไล่ลุง..ไล่เตี่ยมัน นั่นน่ะ
จะต้องร้อนตัวกันไปทำไม?
“ลุง” ไหนล่ะ……….

โลกนี้ มี “ลุง” ชื่อ “ตู่” คนเดียวหรือไง คนฝั่งรัฐถึงได้สะดุ้ง-สะดิ้งไปกะอีแค่มดกัดไข่

ใครอยากวิ่ง อยากไล่ มีตีน ก็วิ่งกันไป แต่ถ้าวิ่งไปล้มทับตีนลุง โดยทำนอกกฎ-นอกกติกา อย่าโวยก็แล้วกัน

แต่เมื่อฝั่งรัฐ “บางคน” เส้นตื้น มีปฏิกริยาตอบ

ก็เหมือนปลากระพงฮุบกุ้งฝอย ฝ่ายตอดเล็ก-ตอดน้อย บอก “เข้าร่องแข้งกู”

เท่าที่สังเกต…….
หลายเดือน-หลายเรื่องมาแล้ว ที่ฝ่ายตรงข้ามส่ง “หน่วยก่อกวนชั้นเลว” ออกมาเล่น “เอาล่อ-เอาเถิด” หน้าค่ายรัฐบาล

รัฐบาลก็หลงกล ลงไปเล่นกะมัน
เข้าตำรา “ลงไปฟัดกะหมา” ก็เข้าทางมัน

“รัฐบาลฟัดกะหมา” จึงเป็นข่าวรายวัน จนดูเหมือนว่า วันๆ รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรที่เป็นสาระ

“ฟัดกะหมา” เป็น “วาระเร่งด่วน” อยู่นี่แหละ!

งานเชิงโครงสร้างและปัญหาด้านเศรษฐกิจปากท้องชาวบ้านมากมายก่ายกองสูงท่วมหัว

วิ่งมาดีๆ ในยุครัฐบาลคสช………..
พอมาเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ๘-๙ เดือนมาแล้ว เหมือนม้ายืนขี้อยู่กับที่เฉยๆ งั้นแหละ

มีสภา….แล้วสภาเป็นที่แก้ปัญหาสังคมชาติหรือสร้างปัญหาให้สังคมชาติกันแน่?

สภาสัปปายะ ราคาเป็นแสนล้าน วันๆ ก็มีแต่พวก “ไส้ศึกล่มชาติ” คอยเปิดประตูให้พวกเดียวกันลากหางเข้ามาวาดลวดลาย แล้วก็รับลูก ลากเรื่องเข้าไปในสภา

พวกไหน-พรรคไหน ทำให้สัปปายะสภาเป็นสภาโจร ต้องให้จิกหัวประจานมั้ย?

ทุกวันนี้…..
ปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่ท่วมถึงหลังคาชาวบ้าน ก็ดี ปัญหาท่อสภาพคล่องอุดตัน พ่อค้า-นายทุนกักเงินไว้ ไม่ปล่อยให้ไหลลงไปหล่อเลี้ยงระบบ ก็ดี

การเมืองระบบรัฐสภา พวก ๕๐๐ สส.ก็บอกว่า ผม..ดิฉัน..อะฮั้น เป็นตัวแทนประชาชน

ก็วันนี้ ขณะนี้ ประชาชนระดับกลางและล่าง จะแห้งตายโหง ตายกระเทียม กันหมดแล้ว

ไม่ใช่ประเทศเงินไม่มี

มี..จนเป็นมหาเศรษฐีระดับ ๑๒ ของโลก แต่ที่มีนั้น มันกระจุกอยู่แต่ระดับบนๆ ๕-๖ ตระกูล ไม่ไหลลงไปหล่อเลี้ยงระดับล่างๆ

จะมีวิธีไหน ให้มันไหลลงไปสร้างสภาพคล่อง?

พวก ๕๐๐ ทำไมไม่สุมหัวคิด สุมหัวพูด ในเชิงร่วมกันหารือ หาวิธีในทางสร้างสรรค์ให้ประชาชน ที่พวกคุณบอกว่า “เป็นตัวแทน” เขาบ้างล่ะ?

แต่นี่อะไรกัน……มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เรื่องสำคัญกับชีวิตปากท้องชาวบ้าน หรือเรื่องส้นมือ-ส้นเท้าอะไรมิทราบ?

เห็นข่าวสำคัญผลิตผลของสภา ๕๐๐ ปรากฏ ดังหัวข่าวว่า……

‘จ่านิว-นักเคลื่อนไหว’ ได้เฮ! ส.ส.โหวตพรึ่บ ๔๑๒ ต่อ ๐ ตั้งกมธ.วิสามัญตรวจสอบละเมิดสิทธิมนุษยชน บ้าง

เรื่อง พวกวิ่งไล่ลุงฟ้องว่า ถูกผู้มีอำนาจกดดันไม่ให้ใช้สถานที่แถลงข่าว ขี้หมาปานนั้น แต่ก็ลากเป็นวาระในสภาบ้าง

อีกหลายเรื่อง จากพวกก่อกวนชั้นเลวด้วยกัน รับลูกกัน แล้วลากเข้ามาให้เป็นเรื่อง-เป็นวาระถกจกเปรต

ขอถามว่า…….
เหล่านี้ เป็นเรื่องปากท้อง “เร่งด่วน” และสำคัญต่อส่วนรวมถึงขนาดที่ท่านพวก ๕๐๐ ต้องสุมหัวกันสภา

หรือว่า มันสำคัญและเร่งด่วนของพวกขบวนการ “ไส้ศึกล่มชาติ” ในคราบสส.บางคน-บางพรรคสุมหัวกันขณะนี้?

ก็อย่างที่ว่า อีก ๑๐ วัน จะสิ้นปี ๖๒ ขึ้นปี ๖๓

อยากเห็นรัฐบาล สลัดโคลนติดตีน แล้วหยิบงานมาเรียงวาระที่ต้องทำให้บ้านเมืองและชาวบ้านตามความสำคัญกันซะที

อย่าไปให้ความสำคัญกับเสียงหมาเห่าและขบวนการ “ไส้ลึกล่มชาติ” ในสภามากนัก

แล้ง..ก็จะแล้ง ปลายปี ๖๒ น้ำท่วม ร้องให้รัฐระบายออก

ต้นปี ๖๓ ก็เตรียมเหอะ ก็จะร้องให้รัฐช่วยระบายเข้า

เป็นปัญหา “หาเช้า-กินค่ำ” ที่น่าอัปยศอดสูของภาครัฐมาก เพราะมันเป็นวัฏฏะ ที่ทุกคนรู้ ทุกคนพูด
แต่ทุกคน “ไม่แก้-ไม่ทำ”!

รอให้เกิดรายปี ค่อยแก้-ค่อยทำ กินงบกันเป็นปีๆ ไป

และผมก็เห็นแบบนี้ จากยุครัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม มาจนถึงยุคนี้
ก็คงจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ถึงยุคหน้าโน้น..โน้น!

กระทรวงเกษตรฯ ทำอะไร ไม่ได้ว่าเฉพาะยุคนี้ เห็น “รับด้วยเกล้าฯ” ทุกปี

แต่แนวทางให้เกษตรกรกันส่วนพื้นที่ทำ “เกษตรพอเพียง” อันมีหัวใจอยู่ตรงต้อง “ขุดบ่อ-ขุดสระ” เป็นแกนหลัก

ไหนล่ะ ที่ “รับด้วยเกล้าฯ” นั่นน่ะ?

ที่พูดนี่ แค่ตัวอย่างปัญหาเฉพาะหน้า ที่รัฐบาลต้องเผชิญปี ๖๓ ยังไม่พูดถึงระบบล่างๆ คือชาวบ้านฐานราก

เมื่อเศรษฐกิจไม่ลื่นไหล ล้วงกระเป๋า แทนที่จะเจอเงินกลับเจอนิ้วตัวเอง กับ…อีกนิ้ว!

เตรียมแบ่งทีมรับศึก ๒ ด้านให้ดีเถอะ ด้านบน คือด้านพัฒนา ต่อยอด โครงสร้างสู่อนาคต

ด้านล่าง คือ ชีวิตเป็นอยู่ประจำวัน อันเป็นปัจจุบันที่เรียกปัญหาปากท้อง

สรุป……
อย่ามัวตกหล่ม “หลุมพราง” ของพวกล่มชาติ ที่มีขบวนการข่าวสารไอทีเป็นทัพหน้าอยู่เลย

แมลงวันน่ะ ไม่มีใครเขาจับกันหรอก
ตี ก็ตีเลย ตบ..ก็ตบเลย

ไม่อยากตี ไม่อยากตบ ถ้าไม่มีแผลให้มันวางไข่ ก็ปล่อยให้มันตอมไป อายุมันสั้น เดี๋ยวมันก็ตายเอง!

เอ้า…มาดูการทำงานของ ๕๐๐ สส.ที่ควรรู้อีกซักเรื่อง

วานซืน (๑๘ ธค.๖๒) ที่ประชุมสภา มีมติด้วย ๔๔๕ เสียง หมายความว่า ทั้งฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล เห็นชอบร่วมกัน
ให้ตั้ง “คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” จำนวน ๔๙ คน ตามสัดส่วน ดังนี้

โควตา ครม. ๑๒ คน

นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน พรรคพลังประชารัฐ

นายวุฒิสาร ตันไชย

นายดำรงค์ พิเดช พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย

นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

นายกฤษ เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการกกต.

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์

นายสัมพันธ์ เลิศนุวัตร พรรคพลเมืองไทย

นายโกวิทย์ ธารณา พรรคพลังประชารัฐ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

โควตา พรรคเพื่อไทย ๑๐ คน

นายสุทิน คลังแสง

นายจตุพร เจริญเชื้อ

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

นายโภคิน พลกุล

นายชัยเกษม นิติสิริ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา

นายประยุทธ์ ศิริพานิช

นายวัฒนา เมืองสุข

นายยงยุทธ ติยะไพรัช

โควตา พรรคพลังประชารัฐ ๙ คน

นายวิเชียร ชวลิต

นายสุรสิทธิ์ นิติวุฒิวรรักษ์

นายสิระ เจนจาคะ

น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์

นายนิโรธ สุนทรเลขา

นายรงค์ บุญสวยขวัญ

นายทศพล เพ็งส้ม

น.ส.วลัยพร รัตนเศรษฐ

นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม

โควตา พรรคอนาคตใหม่ ๖ คน

นายปิยบุตร แสงกนกกุล

นายชำนาญ จันทร์เรือง

นายรังสิมันต์ โรม

นายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช อาจารย์ประจำสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

นายบัณฑิต จันทร์โรจนกิจ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาฯพรรคอนาคตใหม่

โควตา พรรคภูมิใจไทย ๔ คน

นายศุภชัย ใจสมุทร

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง

นายภราดร ปริศนานันทกุล

นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา

โควตา พรรคประชาธิปัตย์ ๔ คน

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน

นายสุทัศน์ เงินหมื่น

นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ

นายเทพไท เสนพงศ์

พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ คน

นายนิกร จำนง

พรรคเสรีรวมไทย ๑ คน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร

พรรคประชาชาติ ๑ คน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ คน

นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์

ครับ…..
เข้าใจกันให้ตรงว่า นี่..ไม่ใช่คณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเพียงคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ให้เข้าไปศึกษากันว่า ควรแก้ เรื่องไหน มาตราไหน และตรงไหน แล้วนำมาบอกให้สภาทราบเท่านั้น

ขอย้ำ..ไม่ใช่เข้าไปแก้รัฐธรรมนูญ!

กำหนดกรอบให้กมธ.วิสามัญฯนี้ ศึกษา ๑๒๐ วัน คือ ๔ เดือน ราวๆ ๑๙ เมษา.๖๓ ต้องเสร็จ

จากนั้น จะไปสู่ขั้นตอนแก้ไขเพิ่มเติมตอนไหน ตรงไหน เมื่อไหร่ ค่อยว่ากันไปตามขั้นตอน ตอบล่วงหน้ากันตอนนี้ยังไม่ได้

แต่ที่พูดกันว่า จะแก้มาตรา ๒๕๖
เปิดประตูไปสู่การตั้งสสร. “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” อย่างปี ๓๙ สมัยนายกฯบรรหาร

คือ “ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ” นั้น
ผมตอบได้เลย โน เวย์

เพราะในตัวรัฐธรรมนูญระบุชัด การแก้รัฐธรรมนูญนั้น ให้ทำได้เพียง “แก้ไขเพิ่มเติม” เท่านั้น

แก้เพื่อ “เขียนใหม่” ทั้งฉบับ ทำไม่ได้

แต่ถ้าจะทำแบบศรีธนญชัย รัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน มี ๒๗๙ มาตรา คงไว้เป็นเชื้อมาตราเดียว อีก ๒๗๘ แก้หมด
ถ้านึกว่าทำได้…ก็ลองดู
พูดมาก เจ็บกึ๋น!

Please follow and like us:
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *